วันพฤหัสบดีที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เจาะลึก HONDA CIVIC TURBO RS

Honda Civic Turbo RS ที่จอดอยู่ตรงหน้าคือความพยายามที่จะทำของเดิมๆ ที่ดีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก Civic Turbo RS รหัส FC คือสายพันธุ์ซีดานขายดีสุดจาก Honda ด้วยรูปร่างหน้าตาที่แทบจะไม่หลงเหลือเค้าโครงของรุ่นที่แล้ว Civic FC รุ่นสูงสุด RS เครื่องยนต์เทอร์โบ มีราคาค่าตัว 1,199,000 บาท เป็นราคาที่ค่อนข้างแพง แต่อุปกรณ์ในรุ่นท็อปสุดที่จัดมาให้ เมื่อเทียบกับค่าตัวเกือบล้านสองแสนบาทแล้วก็นับว่ายังคุ้มใช้ได้ ราคาขายต่อที่ไม่หล่นมากบวกศูนย์บริการที่มีอยู่ทั่วทุกหัวระแหงกับความเป็น Civic ทำให้ซีดานใหม่สดคันนี้เข้าตากรรมการไม่ใช่น้อยๆ รูปลักษณ์ที่เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมของ Civic FC เส้นสายแนวทางการออกแบบใหม่ๆ จาก Honda ปรากฏให้เห็นบนซีดานเวอร์ชั่นล่าสุด มันเตี้ย แบน กว้างและยาวเหยียด ตัวถังมีเส้นตัดเส้นขวางและเส้นทะแยงเต็มไปหมด ไฟหน้าแบบ LED กับกระจังหน้าโทนสีดำสัญลักษณ์สำคัญของรุ่น RS เป็นรถ Civic ที่เน้นประสิทธิภาพการขับแนวสปอร์ตด้วยเครื่องยนต์ตัวใหม่ขนาดกะทัดรัด ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Honda นำเอาระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์มาติดตั้งเพื่อเสริมแรงบิด

วิศวกรของ Honda แจ้งมาว่า Civic FC แทบจะไม่มีชิ้นส่วนใดเกี่ยวข้องกับ Civic รุ่นที่แล้ว มิติของตัวรถถูกขยับขยายเพิ่มเติมพื้นที่ภายในห้องโดยสารด้วยความชาญฉลาดในการออกแบบ ทำให้สัดส่วนของ Civic Turbo RS มีความลงตัวสื่อให้เห็นถึงความตั้งใจในการสร้าง Civic รุ่นใหม่ให้เข้ากับความต้องการของลูกค้า มิติตัวถังมีความกว้าง 1,799 มิลลิเมตร กว้างขึ้นถึง 74 มิลลิเมตร แต่เมื่อสังเกตรถคันจริงจะพบว่ามันมีรูปทรงที่แบนและกว้างมากกว่า Civic รุ่นเก่าอยู่พอสมควร ความยาวของตัวถัง 4,630 มิลลิเมตร ยาวขึ้นอีก 130 มิลลิเมตร ส่วนความสูงเนื่องจากต้องการทำให้เจ้า FC ออกมาในแบบสปอร์ตซีดาน สัดส่วนของความสูงจึงถูกลดลง 20 มิลลิเมตร โดยมีตัวเลขของความสูงอยู่ที่ 1,416 มิลลิเมตร มีทั้งความแบน เตี้ยและยาวครบเครื่องเรื่องรถสปอร์ตกันเลยทีเดียว

ไฟหรี่ LED Daytime Running Lights กับไฟหน้า LED ทำให้ FC รุ่นเครื่องยนต์เทอร์โบแถมท้ายด้วยคำว่าอาร์เอส กลายเป็นรถที่วัยรุ่นถวิลหาอยากได้มาครอบครอง กระจังหน้าโทนสีดำเชื่อมโยงกับภาพลักษณ์ความเป็นสปอร์ตซีดาน รูปลักษณ์ด้านหน้าออกแนวดุดันจากความเฉียบคมของชุดไฟหน้า สปอยเลอร์แบบสปอร์ต (คล้ายกับรุ่น 1.8EL) เจนเนอร์เรชั่นที่ 10 ในโมเดล Civic ยังคงใช้ปรัชญาการออกแบบ Man Maximum Machine Minimum ซึ่งเป็นแนวคิดหลักการออกแบบรถยนต์ภายในค่าย Honda สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ทรงแบบแบนเตี้ยและยาวทำให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศดีขึ้น 12% ฐานล้อถูกขยายออกอีก 30.5 มิลลิเมตร ช่วงความกว้างของล้อหน้าและหลังเพิ่มขึ้นอีก 48 และ 41 มิลลิเมตร ห้องโดยสารของ FC จึงมีขนาดความกว้างที่เพิ่มขึ้นอีกเล้กน้อย พื้นที่เก็บสัมภาระเพิ่มอีก 165 ลิตร รองรับพวกชอบขนของใส่ท้าย สำหรับพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขึ้นแต่ยังคงมีแนวหลังคาที่เตี้ยลงกลับไม่สร้างความรู้สึกอึดอัด การวางเท้าของผู้โดยสารที่เบาะหลังเป็นไปอย่างสบายๆ มีพื้นที่เหลือเฟือสำหรับการนั่งโดยสารทางไกลที่ไม่อึดอัดคับแคบอีกต่อไป

ตัวถังที่เต็มไปด้วยเหลี่ยมมุมเส้นสายตัดทะแยงคล้ายกับรถ Subaru มากกว่าจะเป็น Honda Civic ความยาว 4,630 มิลลิเมตร นั้นสั้นกว่า Accord เล็กน้อย เสาหน้าลาดเอนด้วยองศาที่ต่ำกว่าปกติ เชื่อมโยงภาพลักษณ์ของสปอร์ตซีดานด้วยความโค้งของผืนหลังคาที่รับกับเสาท้าย กระจกบังลมบานหลังอยู่ในลักษณะที่แบนราบ เสาอากาศของภาครับวิทยุและโทรศัพท์ทรงครีบปลาฉลามตามสมัยนิยม ล้ออัลลอยขอบ 17 นิ้วสีเงินสลับสีดำทำออกมาได้ดี แต่คนที่ซื้อ Civic Turbo RS มักนำไปเปลี่ยนเป็นล้อขอบ 18 ที่อวบเต็มซุ้มมากกว่า ล้ออัลลอยจากโรงงานขนาด 17 นิ้ว ห่อรัดด้วยยางลดแรงต้านทานผิวถนนยี่ห้อ Bridgestone รุ่น Turanza ไซส์ 215/50R17 ทั้งสี่ล้อ เนื่องจากเป็นรถขับหน้าจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใส่ยางแบบหน้าเล็กหลังใหญ่แต่อย่างใดทั้งสิ้น บั้นท้ายทรงเหลี่ยมวางไฟท้ายรูปตัว C พร้อมวิงหลังดักอากาศเพื่อกดส่วนท้ายของรถให้นิ่งเมื่อใช้ความเร็ว วิงหลังของ RS ยังติดตั้งไฟเบรกดวงที่ 3 แถมมาให้แบบจัดเต็ม ไฟท้ายรูปตัว C ออกแบบได้อย่างลงตัวสอดคล้องกับฝาท้ายเหลี่ยมๆ สปอยเลอร์หลังหรือกันชนหลังคลุมปิดทับส่วนท้ายด้านล่างเกือบทั้งหมด ที่เจ๋งมากก็คือท่อระบายไอเสียของรุ่น Turbo RS เป็นท่อแบบแยกฝั่งซ้ายขวาที่ใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ท่อปลอมๆ ที่ใช้ตกแต่งเพื่อให้ดูสวยงาม

ราคาเกือบๆ 1.2 ล้านบาท ของ Civic Turbo RS คุณจะได้ห้องโดยสารที่อุดมไปด้วยพลาสติกซึ่งใช้ตกแต่งประดับประดาอยู่ทั่วไปหมด พลาสติกเกรดดีขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นแดชบอร์ดคอนโซล แผงประตูและชิ้นงานที่ใช้คาดกลางคอนโซลก็ยังให้ความรู้สึกที่ดีขึ้นกว่ารุ่นที่แล้ว พลาสติกภายในของ Civic Turbo RS ถูกปรับปรุงให้ดูดีมีราคามากกว่าเดิม การออกแบบภายในยังคงเต็มไปด้วยเหลี่ยมมุม โดยเฉพาะคอนโซลและมาตรวัดที่แปลกตาออกแนวอวกาศทันสมัยกันสุดๆ ด้วยมาตรวัดแบบ TFT Thin Film Transistor ภายในโทนสีดำ เบาะนั่งคู่หน้าไฟฟ้าเพิ่มความสะดวกในการปรับตั้ง เบาะแบบสปอร์ตเดินตะเข็บด้ายสีขาว มีขนาดกะทัดรัดนั่งขับหรือโดยสารยาวๆ ได้ โดยไม่มีอาการเมื่อยขบจากการออกแบบจัดวางตำแหน่งของท่านั่งที่ดี คอนโซลแบบสองชั้นในรุ่นที่แล้วหายไป และแทนที่ด้วยคอนโซลทรงทันสมัยที่เน้นเหลี่ยมมุมมากเป็นพิเศษ งานตกแต่งภายในของ Civic Turbo RS ยังแสดงออกถึงความประณีตบรรจง ช่องแอร์กรุด้วยพลาสติกสีเงิน ซุ้มเกียร์ออกแบบให้กั้นพื้นที่ระหว่างตำแหน่งคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าแยกออกจากกันอย่างชัดเจน

พวงมาลัยแบบสปอร์ตทรงสามก้านติดตั้งสวิตช์เปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัย Paddle Shift และสวิตช์สั่งงานระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับหรือวางสายโทรศัพท์ในระบบบลูทูธ ปุ่มควบคุมระบบปรับตั้งความเร็วอัตโนมัติ ปุ่มควบคุมระบบสั่งงานด้วยเสียง พวงมาลัยไฟฟ้าของ Civic FC ปรับได้สี่ทิศทางทั้งไกล-ใกล้-สูง-ต่ำ ครอบคลุมสรีระเรือนร่างของผู้ขับ ไม่ว่าจะสูงยาวอวบอ้วนหรือตัวเตี้ยม่อต้อก็สามารถนั่งและปรับเบาะกับตำแหน่งของพวงมาลัยให้เข้ากับเรือนร่างเพื่อการควบคุมที่ดี

จอแสดงผลกลางขนาด 7 นิ้ว ใช้ระบบสัมผัสไปที่หน้าจอในการสั่งงาน เชื่อมโยงกับระบบนำทางด้วยดาวเทียมที่ละเอียดขึ้นมาก เชื่อมต่อระบบให้ความบันเทิงเริงรมย์ในรถ เช่น CD DVD MP3USB AUX พร้อมภาครับวิทยุ AM/FM กับสารพัดลำโพงหลากขนาดจำนวน 8 ตำแหน่ง ช่วยขับกล่อมคอยสร้างบรรยากาศดีๆ เมื่อขับใช้งาน จอแสดงผลกลางยังเชื่อมต่อกับระบบให้ข้อมูลรายละเอียดของการขับ เช่น อัตราสิ้นเปลืองหน่วยเป็นลิตรต่อกิโลเมตร คำนวณปริมาตรเชื้อเพลิงในถังต่อระยะทางที่สามารถวิ่งไปถึง เป็นมอนิเตอร์ของกล้องมองหลังที่ทำงานร่วมแกนกับเกียร์ถอย เป็นจอมอนิเตอร์ของกล้องด้านข้างใต้กระจกมองข้างด้านซ้าย หรือระบบ (Honda LaneWatch) คอยส่งภาพมุมซ้ายทั้งหมดผ่านจอมอนิเตอร์หรือจอแสดงผลกลางเมื่อผู้ขับเปิดสัญญาณไฟเลี้ยวด้านซ้าย (ควรติดตั้งมาให้พร้อมๆ กันทั้งสองข้างจะดีกว่านี้มาก) จอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว ยังมีเมนูภาษาไทยเพื่อความสะดวกในการเข้าและออกจากโปรแกรมการทำงาน

มาตรวัด TFT มีความคมชัดอยู่ในเกณฑ์ดี ประกอบไปด้วยมาตรวัดรอบและมาตรวัดความเร็วอยู่ในกรอบเดียวกันเพื่อความสะดวกในการอ่านค่า มาตรวัดรอบเครื่องยนต์แบบเข็มดิจิตอล ส่วนมาตรวัดความเร็วเป็นแบบตัวเลข กึ่งกลางจอภาพมาตรวัด TFT ยังสามารถแสดงข้อมูลต่างๆ เช่น ระดับการบูสของเทอร์โบ Mono Scroll เข็มทิศ การแจ้งเตือนและคำนวณการใช้เชื้อเพลิง การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ อุณหภูมิภายนอก ทริปมิเตอร์แจ้งระยะทางการวิ่ง นาฬิกาดิจิตอล น้ำมันหล่อลื่นและระยะทางในการเติมครั้งต่อไป คำนวณอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง กรอบมาตรวัดด้านขวาแจ้งระดับของเชื้อเพลิง ส่วนด้านซ้ายแจ้งอุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์

ขุมกำลังซึ่งถือเป็นทีเด็ดทีขาดของ Civic Turbo RS นับเป็นครั้งแรกที่ Honda หันมาคบกับเครื่องยนต์ที่ติดตั้งระบบอัดอากาศ หลังจากผลิตเครื่องบ้ารอบออกมานานเต็มทน ก็ถึงเวลาเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับปรุงสมรรถนะของรถซีดานรุ่นขายดีให้เหนือชั้นกว่ารุ่นที่ผ่านมา Civic Turbo RS รหัสตัวถัง FC วางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียงขนาดเล็กความจุ 1.5 ลิตร แบบ 4 กระบอกสูบแคมคู่ DOHC 4 วาล์วต่อสูบ = 16 วาล์ว บล็อกเครื่องยนต์หล่อขึ้นรูปด้วยอะลูมินั่มอัลลอยทั้งตัว มีปริมาตรความจุ 1,496 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 73.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 89.4 มิลลิเมตร มีอัตราส่วนกำลังอัดอยู่ที่ 10.6:1 ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบยิงตรงเข้าไปในห้องเผาไหม้แบบไดเรคอินเจคชั่น ผ่านการควบคุมการฉีดเชื้อเพลิงด้วยสมองกลไฟฟ้า หรือ ECU ของ Honda ที่เรียกกันว่า PGM-F1

เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบบล็อกล่าสุดของ Honda ใช้ชุดเพลาราวลิ้นพร้อมระบบ Dual-VTC เพียงแค่ระบบเดียว โดยระบบจะแปรผันวาล์วทั้งสองฝั่ง (ฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย) โดยไม่ต้องใช้ระบบ VTEC เนื่องจากใช้ระบบอัดอากาศเทอร์โบเดี่ยวแบบ Mono Scroll พร้อมเวสเกตแบบไฟฟ้า Electrical Waste - gate ชุดเทอร์โบและเวสเกตเป็นแบบไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อทำให้เครื่องยนต์ตอบสนองการระบายแรงดันส่วนเกินที่รวดเร็วสอดรับกับการทำงานของระบบวาล์วแปรผัน Dual VTC ในทุกจังหวะและทุกช่วงเวลาของการปิด-เปิดวาล์วไอดีและไอเสีย เทอร์โบตัวเล็กสร้างแรงบูสได้สูงสุดที่ 16.5 psi เครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 1.5 ลิตร มีกำลังสูงสุด 174 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,800 - 5,500 รอบต่อนาที ระบบส่งกำลังหันมาคบหากับเกียร์สายพานพูเลย์ CVT เพื่อทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงดีขึ้น ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ Honda เคลมมาให้อยู่ที่ 13-14 กิโลเมตรต่อลิตร (นอกเมือง) ใกล้เคียงกับอัตราสิ้นเปลืองของเครื่อง 2 ลิตร ใน Civic รุ่นที่ผ่านมา สำหรับมาตรฐานมลพิษของเครื่อง 1.5 ลิตร เทอร์โบอยู่ในระดับ EURO-6 มีทั้งความสะอาดและประหยัดควบคู่กันไป


ระบบส่งกำลังแบบ CVT นั้นได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่หมด เพื่อปรับให้เกียร์มีความสมรรถนะด้านอัตราทดที่สอดรับกับแรงม้าและแรงบิดของเครื่องยนต์ เกียร์ CVT หรือเกียร์อัตราทดต่อเนื่องแปรผันใน Civic FC รุ่น 1.5 เทอร์โบ ยังเพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยการติดตั้งแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Paddle Shift มาให้หลังพวงมาลัย จุดเด่นของเกียร์ลูกนี้อยู่ที่ความลื่นไหลไร้รอยต่อ การทำงานตัดต่อขึ้นลงเรียบเนียน แถมยังกดแป้น Paddle Shift เพื่อล็อกเกียร์ไว้ในตำแหน่งต่างๆ เช่น เมื่อขับลงจากทางลาดชันหรือเส้นทางบนภูเขาที่ต้องใช้เกียร์ต่ำขึ้น-ลง เกียร์ CVT ของ Civic Turbo RS สามารถล็อกตำแหน่งของเกียร์ได้ การส่งกำลังใช้สายพายโลหะที่มีความคงทนสองเส้น เกียร์ CVT ลูกนี้ยังทำให้อัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่งไปที่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีความกระชับฉับไวรวดเร็วมากขึ้น เมื่อทดลองขับ เกียร์ CVT ลูกใหม่ของ Civic Turbo RS มีส่วนช่วยสร้างอัตราเร่งที่ดีขณะออกตัวจากสัญญาณไฟ การทำงานของเกียร์ออกแบบมาให้เพิ่มความเร็วได้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ย่านความเร็วเดินทางบนไฮเวย์ เกียร์ CVT ช่วยปรับให้รอบเครื่องยนต์ต่ำลง โดยใช้อัตราทดต่ำที่ 0.408 ซึ่งช่วยลดรอบเครื่องยนต์ลงได้มาก เพื่อทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลงกว่าเครื่อง 2.0 ลิตร ของ Civic รุ่นที่แล้ว อัตราสิ้นเปลืองที่ลดลงยังทำให้ค่าการปล่อย Co2 ต่ำลงอีกด้วย

ระบบรองรับของ Civic Turbo RS ด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สัน สตรัท สปริง โช๊คอัพและเหล็กกันโคลง สำหรับกันสะเทือนด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงค์ ช่วงล่างชุดใหม่ทำให้สัดส่วนความสูงลดลงอีก 14 มิลลิเมตร เหล็กกันโคลงมีการเพิ่มความหนาขึ้นอีกนิดเพื่อความแข็งแรง กันโคลงหน้ามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 25.5 มิลลิเมตร หลัง 16.5 มิลลิเมตร เบ้ายึดซับเฟรมช่วงล่างติดกับตัวถังถูกขั้นด้วย Hydraulic Suspension Bushing ช่วยซับแรงสั่นสะเทือน ระบบบังคับเลี้ยวยังคงใช้พวงมาลัยไฟฟ้า Dual Pinion Variable Ratio Electric Power Assisted Rack and Pinion Steering มีการทำงานคล้ายกับพวงมาลัยไฟฟ้าติดตั้งมอเตอร์ทั่วไป แต่สิ่งที่แตกต่างจากพวงมาลัยไฟฟ้าแบบอื่นๆ ก็คือนอกจากจะใช้มอเตอร์ผ่อนแรงหมุนเหมือนกันแล้ว อัตราทดของพวงมาลัยยังแปรผันไปตามความเร็วได้แบบอัตโนมัติ เป็นการเพิ่มเติมประสิทธิภาพของชุดบังคับเลี้ยวให้ดีขึ้นกว่าที่เคยมีมา น้ำหนักที่ผกผันไปตามความเร็วมีทั้งเบาสบายมือในย่านความเร็วต่ำ และตึงกระชับสอดรับกับการใช้ความเร็ว ส่วนห้ามล้อใช้ดิสเบรกหน้า-หลัง จานดิสหน้ามีช่องระบายความร้อน พร้อมกับระบบช่วยเบรก เช่น ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAS ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA

กดปุ่ม Push Start Engine เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ตัวเล็กติดขึ้นมาง่ายๆ โดยมีทั้งความเงียบและความนิ่ง น่าเสียดายอยู่เหมือนกันที่ลักษณะของการวางเครื่องยนต์ยังคงเป็นแบบปกติ ไม่ได้วางชิดกับห้องโดยสารแบบ Front Mid-ship ซึ่งแกนของเพลาขับหน้าจะอยู่เยื้องไปทางด้านหน้าเล็กน้อย ส่งผลให้การควบคุมแม่นยำมากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ 174 แรงม้า ทำงานในรอบต่ำส่งถ่ายแรงบิดสำหรับการเคลื่อนตัวบนถนนของกรุงเทพฯ ออกมาในแนวราบเรียบ หากไม่ไปกระตุ้นคันเร่งไฟฟ้ามากจนเกินไป ผมกดสวิตช์ใช้งานในโหมด E-CON เพื่อลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อ E-CON Mode ทำงานร่วมกับการขับขี่ในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ใช้ขับในเมืองเป็นหลัก ท่านั่งที่คุณสามารถปรับให้เบาะกดต่ำสุดๆ นั้นให้ความรู้สึกเหมือนการควบคุมรถสปอร์ตจากท่านั่งที่เตี้ยได้ใจขาซิ่ง เบาะคนขับปรับไฟฟ้าสามารถยกหรือกด เลื่อนหรือเอนให้เข้ากับร่างกาย พร้อมตำแหน่งนั่งขับที่ไม่เป็นรอง Mazda 3 ขับไปได้ไม่ไกลก็รู้สึกชอบซะแล้ว

ในเมือง Civic Turbo RS ยังคงสำแดงฤทธิ์เดชอะไรไม่ได้มาก เนื่องจากปริมาณมหาศาลของรถยนต์ร่วมทาง สภาพรถติดและความแออัดคับแคบของถนนพหลโยธินที่อยู่ในช่วงของการก่อสร้างรถไฟลอยฟ้า การเก็บเสียงของ Civic FC ทำได้ดีขึ้นมากจนทำให้ห้องโดยสารเงียบจนผิดสังเกตจากการติดตั้งวัสดุซับเสียง และยางขอบประตูที่หนาขึ้น ทั้งๆ ที่กระจกบังลมทุกบานยังคงบางเฉียบเหมือนเดิม เมื่อพบกับทางโล่งและได้โอกาสในการทำความเร็ว ผมกดคันเร่งจนมิดเพื่อลองอะไรบางอย่าง คันเร่งไฟฟ้าค่อนข้างยืดหยุ่น แต่ตอบสนองได้ดีเมื่อถูกกดลงจนสุด

แรงดึง 220 นิวตันเมตร ที่ปล่อยออกมาจากเครื่องยนต์ผ่านเกียร์ CVT ลงไปยังเพลาขับหน้า ส่งให้เจ้า Turbo RS พุ่งทะยานไปตามแรงเท้าราวกับก้อนหินถูกยิงออกจากหนังสติ๊ก แรงดึงไม่ได้หนักหน่วงจนทำให้หน้าหงาย แต่รับรู้ได้เมื่อรถพุ่งลิ่วๆ ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ตัวเลขอัตราเร่งจาก 0-100 ใน 7 วินาทีนิดๆ อยู่ในเกณฑ์ดีเมื่อต้องการเรียกกำลังเพื่อแซง ความกระชับฉับไวของคันเร่งนั้นอยู่ในคาบปานกลาง ไม่ได้ไวเหมือน Civic 1.8EL เนื่องจาก Civic Turbo RS มีระบบอัดอากาศเทอร์โบเดี่ยว ซึ่งมีอาการรอรอบนิดๆ ให้สัมผัส เมื่อเทอร์โบเริ่มบรรเลงเพลงบูส การเร่งที่ดุเดือดทำให้รู้สึกได้ถึงความเร็ว หากคุณเป็นคนที่มีประสาทส่วนกลางปกติ

เกียร์ CVT เข้ามาช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อขับออกทางไกลไปยังจังหวัดระยองที่ความเร็วเดินทาง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รอบเครื่องยนต์ป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ 2,000 รอบต่อนาที ตัวเลขอัตราสิ้นเปลืองที่คอมพิวเตอร์ประจำรถทำการคำนวณให้อยู่ที่ 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่ากินไม่เปลือง แต่ก็ไม่ได้เซฟสุดๆ เนื่องจากขับปกติมีใช้คันเร่งหนักบ้างเบาบ้างสลับกันไปตามสภาพการจราจร ส่วน E-Con Mode นั้นเปิดใช้งานอยู่ตลอดเวลา เกียร์ CVT เมื่อชิฟเกียร์ผ่านแป้นมีการตอบสนองดี คุณสามารถล็อกอัพเกียร์ให้คาอยู่ที่เกียร์ 3-4 เพื่อเรียกแรงบิด รอบเครื่องยนต์สูงสุดแค่ 5,600 รอบต่อนาทีเมื่อลองลากจนสุดไม่ยอมเปลี่ยนเกียร์ รอบเครื่องยนต์ของ Civic 2.0 ลิตรรุ่นที่แล้วนั้นจัดจ้านกว่าเยอะ แต่อุปกรณ์อัดอากาศที่ทำให้รอบสูงสุดของเจ้า FC Turbo ลดลงแลกเปลี่ยนด้วยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น แถมยังขับได้มันกว่านิดๆจากหอยพิษเทอร์โบตัวเล็กที่มีประสิทธิภาพดี สมกับความตั้งใจในการสร้างมันขึ้นมาของพวกช่างหัวหมอในทีมพัฒนา Honda

ยิ่งขับมากเท่าไร คุณก็จะพบว่า Civic Turbo RS มีสมดุลที่ดี พวงมาลัยสื่อสารกับคนขับได้ดีขึ้น หน้ารถที่ไม่หนักมากจนเกินไปแม้จะวางเครื่องล้ำไปด้านหน้ามากเกินไปหน่อย ทำให้การบังคับพวงมาลัยผ่านโค้งยาวๆ ด้วยความเร็วสูงมีความมั่นใจ อัตราส่วนการกระจายน้ำหนักของรถขับเคลื่อนล้อหน้ามักจะมีน้ำหนักตกไปที่ส่วนหน้ามากกว่ารถขับเคลื่อนล้อหลังหรือขับเคลื่อนสี่ล้อ เห็นได้ชัดว่า Civic Turbo RS มีความสมบูรณ์แบบของแชสซีส์และระบบรองรับ เป็นรถที่ให้ความจี๊ดจ๊าดเมื่อคุณต้องการไปให้เร็วกว่าเดิม รูปทรงและขนาดของมันไม่เป็นอุปสรรคในเมือง แถมยังเป็นรถที่วิ่งทางไกลได้อย่างที่ต้องการ เจ้าของรุ่น RS มักทนกับความยั่วยวนของเครื่องยนต์อัดเทอร์โบไม่ไหว ชอบเติมความเร้าใจลงไปในการขับใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งพวกล้อและแอร์โรพาร์ทเริ่มทำออกมาขายกันอย่างครึกโครม ความแรงที่ควบคุมได้ง่าย แต่ต้องจ่ายถึง 1.2 ล้านบาท ทำให้แฟนเก่าแก่ของ Civic ถึงกับน้ำลายฝืดคอ

การขับขี่ที่ดีของ Civic Turbo RS เทียบเคียงคู่แข่งมากความสามารถอย่าง Mazda 3 เวอร์ชั่นซีดานได้อย่างสบายๆ ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ความรู้สึกของพวงมาลัย การทำงานของช่วงล่าง ขนาดและน้ำหนัก มีเพียงสิ่งเดียวที่ Mazda เป็นรองก็คืออัตราเร่ง น้ำหนักตัว 1,317 กิโลกรัมของ RS 1.5 เทอร์โบ ตัวหนักกว่า Mazda 3 SkyActiv-G 2.0L เล็กน้อย เครื่องยนต์ติดตั้งระบบอัดอากาศ สร้างความเร้าใจให้กับพวกเสพติดอัตราเร่ง คุณสามารถลากรอบเครื่องยาวๆ แต่ก็ไปได้แค่ 5,600 รอบต่อนาที ก่อนที่อัตราทดของเกียร์ CVT จะไหลขึ้นสู่อัตราทดที่สูงกว่า สายพานโลหะสองเส้นคล้องอยู่กับลูกรอกทำงานไหลขึ้น-ลงได้เนียนไม่มีรอยต่อของเกียร์ให้สัมผัส แต่ทำให้พวกชอบการกระตุกบางๆ ในจังหวะเปลี่ยนเกียร์ของเกียร์ออโตฟันเฟืองทอร์คคอนเวอร์เตอร์ออกอาการง่วงเหงาหาวนอนอยู่เหมือนกัน

รถรุ่นใหม่ที่จะต้องทำออกมาให้ถูกอกถูกใจลูกค้า คือความถนัดของ Honda เนื่องจากรุ่นที่ผ่านๆ มาของ Civic มีการขับที่ดีในฐานะรถซีดานครอบครัวที่มีราคาจับต้องได้ แป้นเบรกและแป้นคันเร่งแบบสปอร์ตวางตำแหน่งมาดี เวลากดเบรกพบว่าแป้นคันเร่งนั้นอยู่ใกล้มากพอที่จะสลับเท้าอย่างรวดเร็ว RS เป็นรถที่เร็วใช้ได้ แต่ไม่ได้แรงจนเอาไม่อยู่ แรงบิด 220 นิวตันเมตร เหลือเฟือสำหรับการขับใช้งานทั่วไป ไล่ความเร็วลงคันเร่งลึกๆ แช่เอาไว้แป๊บเดียวความเร็วพรวดพราดทะยานไปไกลจนต้องแตะเบรก เวลากดหนักๆ แรงบิดที่ปล่อยออกมาพร้อมที่จะแซงรถช้าได้อย่างปลอดภัย การชิฟเกียร์เองเพื่อแซงในเกียร์ 4 ก็ยังมีเรี่ยวแรงมากพอ เกียร์ 7 เป็นเกียร์โอเวอร์ไดรฟ์ที่ช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อวิ่งด้วยความเร็วเดินทางแบบสม่ำเสมอ

Honda ยุคใหม่หันมาเล่นเทอร์โบ แทนที่จะทำเครื่องหายใจเองที่มีรอบสูงจัดจ้านขับมันอัดเค้นกันยาวๆ ด้วยรอบเครื่องใกล้ขีดแดง เครื่องยนต์เทอร์โบในยุคใหม่นี้คุมความได้เปรียบทั้งด้านแรงบิดเมื่อต้องเค้นกำลังกันยาวๆ และมีอัตราสิ้นเปลืองดีขึ้นเมื่อขับแบบปกติ แถมพกด้วยค่าการปล่อย Co2 ที่ลดลงมาพอสมควร รุ่น Turbo RS คือ Civic รุ่นแรกของเจนเนอร์เรชั่นที่ 10 ที่มีเครื่องยนต์อัดอากาศ อาการรอรอบมีอยู่บ้างแต่ไม่ได้มากจนไปบั่นทอนประสิทธิภาพการเร่งความเร็ว เมื่อบูสติดแรงบิดจะถูกปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ ถึงแม้คุณอาจจะไม่ได้ต้องการแรงบิดทั้งหมดในช่วงนั้น มันก็ยังจัดให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยชนิดมากเกินพอเมื่อขับในเมือง RS ยังเป็น Civic คันแรกที่วางเครื่องเล็กแต่แรงกว่าเครื่อง 2 ลิตร ที่วางอยู่ใน Civic FB รุ่นเก่า ไม่นับพวก Type R ก็ถือว่า RS เป็นรถซีดานท่ีแรงใช้ได้เลยทีเดียว

ช่วงล่างที่โอนอ่อนผ่อนคลายของ Civic รุ่นเก่าไม่มีให้เห็นอีกแล้ว RS มีช่วงล่างที่หนึบแน่นมากขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงล่างของพี่น้องร่วมสายพันธุ์ในอดีต ชุดรองรับแมคเฟอร์สันสตรัทที่ด้านหน้าและมัลติลิงค์ที่ด้านหลังคล้ายรถหรู ทำให้การทรงตัวดีขึ้นผิดหูผิดตา เห็นได้ชัดว่ามันถูกทำออกมาเพื่อการขับเร็วๆ สำหรับย่านความเร็วต่ำช่วงล่างของ RS เมื่อวิ่งผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบ ก็ยังคงให้ความสบายเนื้อสบายตัวไม่โยกคลอน ถ้าคุณอยากได้รถซีดานที่มีความสมดุลในการขับใช้งานและซิ่งบ้างในบางจังหวะที่โอกาสอำนวย รุ่น Turbo RS ดูจะเหมาะสมที่สุด สำหรับคนที่ขับไม่เร็วและชอบความสดใหม่ของตัวรถ รุ่น 1.8EL หรือ 1.8E ก็ไม่ได้เป็นรองรุ่นสูงสุดอะไรมากมายนัก เจ้า Civic Turbo RS ทำอัตราสิ้นเปลืองในเมืองได้ที่ 7.8 กิโลเมตรต่อลิตร ส่วนการขับทางไกลมีตัวเลขที่ดีขึ้น 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร โหมดการขับเคลื่อนคาไว้ที่ E-CON ตลอดการลองขับทั้ง 7 วัน

เรือนร่างที่โตขึ้นเป็นเรื่องที่ดี โดยเจ้าของรถจะได้พื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย Honda Civic Turbo RS ขับบนถนนแคบๆ หรือวิ่งยาวๆ บนไฮเวย์ได้เหมาะสมลงตัว ชื่อเสียงที่สั่งสมมานานในวงการ F1 และการผลิตรถยนต์สำหรับคนทั่วไป โดยเฉพาะรุ่น Civic ที่เดินทางมาถึงเจนเนอร์เรชั่นที่ 10 คือความสำเร็จของ Honda มันเป็นรถที่เร่งความเร็วได้ดี เกาะถนนและมีรูปทรงที่แปลกตา เต็มไปด้วยเส้นและเหลี่ยมมุมแต่สวยงาม เครื่องยนต์เทอร์โบทำงานได้อย่างราบรื่น ไม่มีอาการกระตุกติดขัด เกียร์ตัดต่อไหลลื่นตามประสาของเกียร์ CVT เมื่ออยากมันก็แค่ชิฟเกียร์เอง คุณก็จะพบกับความสนุกได้ไม่ยาก ราคา 1,199,000 บาท ของมันจะคุ้มหรือไม่ อยู่ที่การตัดสินใจของคุณเอง.

Honda New Civic 2016 ราคา
Civic Turbo RS 1,199,000 บาท (คันทดสอบ)
Civic Turbo 1,099,000 บาท
Civic 1.8EL 959,000 บาท
Civic 1.8E 869,000 บาท

สีตัวถัง
สีขาวออร์คิด (มุก)
สีดำคริสตัล (มุก)
สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)
สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีใหม่
สีน้ำเงินคอสมิก (เมทัลลิก) สีใหม่

HONDA CIVIC TURBO RS SPECIFICATIONS
แบบตัวถัง.................................................ซีดาน 4 ประตู
ผู้ผลิต........................................................Honda
แบบเครื่องยนต์.........................................เบนซินแถวเรียง 4 สูบ DOHC
วาว์ล.........................................................4 วาว์ลต่อสูบ=16 วาว์ล
ระบบอัดอากาศ........................................เทอร์โบเดี่ยวแบบซิงเกอร์สคูล
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง.....................................ไดเรคอินเจคชั่น สมองกล PGM-F1
ปริมาตรควมจุกระบอกสูบ.........................1,498 ซีซี
กระบอกสูบคูณช่วงชัก...............................73.0 มิลลิเมตรx89.5 มิลลิเมตร
อัตราส่วนกำลังอัด.....................................10.6:1
กำลังสูงสุด................................................127 กิโลวัตต์ 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด..............................................220 นิวตันเมตร 22.4 กิโลกรัม/เมตร ที่ 1,700-5,500 รอบต่อนาที
ระบบส่งกำลัง............................................CVT แปรผัน 7 สปีด พร้อม Paddle Shift
อัตราทดเกียร์...........................................2.645 - 0.405
อัตราทดเกียร์ถอยหลัง.............................1.858 - 1.726
ระบบบังคับเลี้ยว......................................พวงมาลัยไฟฟ้าดูอัลพีเนียน DP-ESP
รัศมีวงเลี้ยว..............................................5.33 เมตร
ระบบเบรค
ด้านหน้า....................................................จานดิสเบรคแบบมีช่องระบายความร้อน
ด้านหลัง.....................................................ดิสเบรค
ระบบกันสะเทือน
ด้านหน้า....................................................แมคเฟอร์สันสตัทร สปริง โช็คอัพ เหล็กกันโคลง
ด้านหลัง....................................................มัลติลิ้งค์ เหล็กกันโคลง


มิติตัวถัง
ความกว้าง................................................1,799 มิลลิเมตร
ความยาว..................................................4,630 มิลลิเมตร
ความสูง....................................................1,416 มิลลิเมตร
ระยะห่างดุมล้อหน้า...................................1,547 มิลลิเมตร
ระยะห่างดุมล้อหลัง...................................1,563 มิลลิเมตร
ระยะห่างฐานล้อ........................................2,698 มิลลิเมตร
ความสูงจากพื้นถึงใต้ท้อง.........................125 มิลลิเมตร
น้ำหนัก......................................................1,317 กิโลกรัม
ล้อและยาง.................................................อัลลอย 7Jx17 ยาง Bridgestone Turanza 215/50R17
ขนาดยางอะไหล่........................................T125/60D16
ความจุถังเชื้อเพลิง.....................................47 ลิตร

อุปกรณ์ภายนอก
โคมไฟหน้า LED
ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
ไฟหรี่กลางวัน LED Daytime Running Lights
ไฟตัดหมอกคู่หน้า LED
มือจับประตูด้านนอกโครเมี่ยมรมดำ
กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว
ระบบปัดน้ำแบบหน่วงเวลาและอัตโนมัติ
ท่อไอเสียแบบแยกซ้าย-ขวา
สปอยเลอร์หน้า กระจังหน้าแบบสปอร์ตสไตล์ RS
วิงหลังพร้อมไฟเบรคดวงที่ 3
ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว

อุปกรณ์ภายใน
ภายในโทนสีดำ
เบาะหุ้มหนังแท้และวัสดุสังเคราะห์
พวงมาลัยหุ้มหนัง
วัสดุตกแต่งคอนโซลเปียโนแบลค
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ
ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมระบบปรับอากาศที่กุญแจรีโมท
ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ
มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ TFT
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
ระบบควบคุมการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ที่พวงมาลัย Paddle Shift
เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
เบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง
กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ
แป้นเหยียบคันเร่งและเบรคแบบสปอร์ต

ระบบเครื่องเสียงหน้าจอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว รองรับ Apple carPlay
พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่นพร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียง ปุ่มรับและวางโทรศัพท์
รองรับการเชื่อมต่อสมาทโฟน
รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียง SiRi
ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย
ช่องเชื่อมต่อ USB
ช่องเชื่อมต่อ HDMI
ลำโพง 8 ตำแหน่ง

ระบบความปลอดภัย
ระบบแสดงภาพมุมอับขณะเปลี่ยนเลนด้านซ้าย
กล้องมองภาพด้านหลัง
ระบบเบรคมือไฟฟ้า
ระบบ Auto Brake Hold
สัญญาณไฟฉุกเฉินติดอัตโนมัติเมื่อใช้เบรคกระทันหัน
ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
ถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่หน้า
ม่านถุงลมด้านข้าง
ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย
เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง
เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
จุดยึดเบาะนั่งเด็กเล็ก
ระบบป้องกันล้อล็อก
ระบบกระจายแรงเบรค
ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะขับเข้าโค้ง
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
ระบบล็อกประตูอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากรถ
ระบบกุญแจนิรภัยพร้อมสัญญาณกันโขมย

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

เจาะลึกรายละเอียด Civic FC เวอร์ชั่นเทอร์โบ RS ราคา 1.199 ล้านบาท 13 มิ.ย. 2559 23:32 ไทยรัฐ