วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ส่องคู่มือเที่ยว 5 ข้อ เมืองลับแล ปั่นสนุกสุดคูล ชิมทุเรียนอร่อยขั้นเทพ!

ส่องคู่มือเที่ยว 5 ข้อ เมืองลับแล ปั่นสนุกสุดคูล ชิมทุเรียนอร่อยขั้นเทพ!

  • Share:

หน้าฝนปีนี้ เรามีสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งมานำเสนอ โดยเฉพาะใครที่ชอบกินทุเรียนหลง-หลินลับแลล่ะก็...ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง เพราะเทศกาลทุเรียนแสนอร่อยแห่งปีได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

นอกจากจะพาไปชิมทุเรียนแล้ว ยังสามารถปั่นจักรยานชิลๆ ชมเมืองลับแลได้อีกด้วย ยิ่งตอนนี้นะ เมืองลับแลเขามีร้านกาแฟ และโรงแรมบูติกสุดคูลเพิ่มขึ้นมาหลายแห่ง คู่มือเที่ยว ไทยรัฐออนไลน์ ไม่พลาดที่จะเก็บภาพบรรยากาศ พร้อมคำแนะนำเกี่ยวกับการเที่ยวเมืองลับแล มาฝากกัน

ส่วนจะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง ตามมาทางนี้เลย!

1. ตลาดหัวดง ตามหาหลง-หลินลับแล

มาถึงลับแลทั้งที เราไม่รอช้า พุ่งตรงไปที่ของอร่อยขึ้นชื่ออย่าง ทุเรียนหลง-หลินลับแล ก่อนเลย ได้พูดคุยกับทั้งเจ้าของสวนทุเรียน และบรรดาพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดหัวดง ต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้ฝนแล้ง ทำให้ทุเรียนออกผลน้อย และมีขนาดเล็กลงกว่าปกติในรอบ 10 ปี

เราชิมลูกที่ผ่านี่เลย ถึงจะลูกเล็ก แต่หวาน มัน อร่อย

แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีข้อดีอยู่ ก็คือ ทุเรียนรุ่นแรกนี้จะมีความหวานอร่อยมากที่สุด พอฝนตกถี่ขึ้น มีน้ำมาเลี้ยงต้นทุเรียนมากขึ้น จะทำให้ทุเรียนรุ่นที่ 2 และ 3 มีขนาดผลใหญ่ขึ้นตามลำดับ แต่รสชาติไม่หวานเท่ารุ่นแรก

มันก็ได้อย่างเสียอย่างอะนะ วันที่เราไปเที่ยว หลงลับแลอยู่ที่กิโลละ 400 บาท ส่วนหลินลับแล (อร่อยกว่าหลงลับแล) อยู่ที่กิโลละ 600-700 บาท เราเลยจัดหลงลับแลมาชิม 1 ลูกย่อมๆ หนักไม่ถึงกิโล (ลูกเล็กลงจริงๆ ด้วยอะ) จ่ายค่าเสียหายไป 280 บาท อร่อย กลิ่นไม่แรง เนื้อเนียนละเอียด หวานมัน โอว…มันเริ่ดค่ะ

ซ้ายสุดคือหมอนทอง ตรงกลางคือหลง ขวาสุดคือหลิน

2. ปั่นเที่ยวรอบเมือง

จากนั้นก็ไปเที่ยวต่อ โดยการปั่นจักรยานชมเมือง เริ่มต้นที่ ศูนย์บริการการท่องเที่ยวเมืองลับแล ที่นี่มีจักรยานไว้บริการนักท่องเที่ยวนะจ๊ะ จากนั้นก็ปั่นเข้าซุ้มประตูเมืองกันเลย ปั่นเข้าไปที่หน้าตลาด แวะไปสักการะอนุสาวรีย์ พระศรีพนมมาศ พ่อเมืองคนแรกของลับแล จากนั้นก็ปั่นลัดเลาะเข้าไปในซอยเล็กๆ เพื่อไปชิมของกินพื้นเมืองของที่นี่

เริ่มปั่นจากที่นี่เป็นจุดแรกจ้า!
เข้าสู่เมืองห้ามพูดโกหกกันแล้วนะคร้าบ...
ปั่นเข้าไปในย่านตลาด ระวังรถนิดนึง

3. ชิมของกินพื้นเมือง

นอกจากทุเรียนหอมหวานแล้ว ที่นี่ยังมีอาหารพื้นเมืองจานเด็ดอยู่ 2-3 อย่าง ได้แก่
- ข้าวแคบ : ลักษณะเหมือนข้าวเกรียบปากหม้อ นำข้าวที่โม่ผสมน้ำ มาละเลงเป็นแผ่นบางๆ บนหม้อน้ำเดือด นึ่งจนสุก แล้วนำไปตากแห้ง เก็บไว้กินได้นาน สามารถนำไปย่างไฟกลายเป็นข้าวเกรียบว่าว หรือเอาไปห่อเส้นหมี่เป็นหมี่พันก็ได้

ข้าวแคบตากเรียงรายจนแห้ง
สองสาวปั่นมาชิมข้าวแคบที่ทำให้ดูสดๆ

- ข้าวพันผัก : เป็นข้าวเกรียบปากหม้ออย่างหนึ่ง แต่ไส้ด้านในเป็นผักหั่นฝอยหลากชนิด นึ่งจนสุก ตวัดแผ่นแป้งห่อพันผักให้มิด ตักลงใส่จาน จากนั้นโรยเครื่องเคราต่างๆ ลงไป ทำได้หลายเมนู เช่น ข้าวพันผักเนื้อตุ๋น ข้าวพันผักไข่ดาว ข้าวพันผักหมูแดง

ข้าวพันผักหมูแดง

- หมี่พัน : นำข้าวแคบมาต่อยอด ทำเป็นเมนูของว่าง พกไปกินเวลาเดินทางไกลได้สะดวก นำเส้นหมี่ขาวที่ลวกสุกแล้ว มาปรุงรสเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด คล้ายยำ จากนั้นนำไปห่อพันด้วยข้าวแคบตากแห้ง

หมี่พัน หน้าตาเป็นแบบนี้ ออริจินอล!

4. ร้านกาแฟสุดคูล

ปั่นๆ ไประหว่างทางจะเห็นว่ามีร้านกาแฟเก๋ๆ อยู่หลายร้าน คราวนี้เราได้แวะไปชมไปชิมอยู่ 2 ร้าน คือ ร้านลับแลม่วนใจ๋ เป็นร้านเล็กๆ ซ่อนอยู่ภายในหมู่บ้าน มีภาพสตรีทอาร์ตเก๋ๆ อยู่ด้านใน และอีกร้าน คือ ลับแล คลับ ไวไฟ คาเฟ่ อยู่ริมถนนก่อนเข้าประตูเมืองลับแล ทั้งสองร้านบรรยากาศดี นั่งสบาย ชิลๆ

ชิคๆ
ร้านกาแฟขนาดเล็ก แต่บรรยากาศดี
ร้านเก๋ๆ ก็มีให้นั่งชิล

5. ประทับตราแลกของที่ระลึก

สำหรับเส้นทางการปั่นจักรยานเที่ยวเมืองลับแลนั้น คุณสามารถขอสมุดประทับตราเพื่อท่องเที่ยวไปตามจุดต่างๆ แล้วเก็บสะสมตราประทับให้ครบทุกจุด จากนั้นนำสมุดมาแลกของที่ระลึกได้ฟรี อย่างของเราเอาสมุดไปแลกมาคือ ไฟติดรถจักรยาน ใครเป็นนักปั่นตัวยงอยู่แล้วก็คงได้ใช้แน่ๆ เก๋ดีมีประโยชน์ ใครอยากมาเที่ยวชิลๆ แบบนี้ อย่าลืมแวะมาที่เมืองลับแล จ.อุตรดิตถ์ นะจ๊ะ

ประทับตราให้ครบทุกจุดนะ
เราจอดจักรยานไว้ที่หน้าร้าน
สั่งแบบโปะไข่ดาวเพิ่มก็ได้
เนื้อตุ๋นและลูกชิ้น
ร้านข้าวพันผักอินดี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้