วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รอยยิ้ม น้ำตา ดวง เปิดใจคนไทยเจ้าของเทพนิยาย เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ที่แรก (ชมคลิป)

เราติดต่อไปในวันที่คนไทยและคนทั่วโลกเชื่อว่า

ด้วย Emotion และฟอร์มคงเส้นคงวา 'เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์' เจ้าของฉายา 'นกเค้าแมว' ทีมจากแชมเปียนชิพจะก้าวผงาดขึ้นมาสู่ 'พรีเมียร์ลีก' ลีกสู่สุดของอังกฤษอีกครั้งในการก่อตั้งสโมสรเกือบ 150 ปี ด้วยมือเจ้าของ 'คนไทย' เป็นครั้งแรก

และเรื่องราว เรื่องเล่าแต่ละย่างก้าวของพวกเขาก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งเทพนิยายที่คนทั่วโลก โดยเฉพาะ 'คนไทย' ต้องจดจาร ต้องจดจำความยิ่งใหญ่

เขายินดี ตอบรับในไมตรีสื่อสารมาขณะอยู่ที่ประเทศอังกฤษ ก่อนแมตช์สำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตจะเกิดขึ้นที่ 'สนามเวมบลีย์' แต่มีข้อแม้ว่าการสัมภาษณ์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ 'เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์' ต้องเอาชนะ 'ฮัลล์ ซิตี้'

โชคร้าย, เพราะเป็นค่ำคืนที่ 'เทพีแห่งโชค' ไม่ได้ยืนอยู่ข้างพวกเขา 'นกเค้าแมวสยาม' แพ้พ่ายไปอย่างน่าเสียดาย แทบไม่ต้องเดา มื้อแห่งการเฉลิมฉลอง กลายเป็นความโศกเศร้าในพริบตา

เจ้าของสโมสรคนไทยสื่อสารผ่านคนใกล้ชิดมาถึงเราว่า เราแพ้ และไม่คิดว่ามีคนอยากจะฟังสิ่งที่เขาพูด แต่เราย้ำว่า ไม่ว่าจะสถานะจะแพ้ หรือ ชนะ สิ่งที่สื่อสารออกมาถือว่าเป็นบทเรียนอันล้ำค่า เพราะการที่ทีมกลางๆ จะก้าวขึ้นมาใกล้กับลีกสู่สุดที่ยิ่งใหญ่ แต่ละขั้น แต่ละตอนต้องผ่านอะไรมากมายแค่ไหน

กระทั่งหัวใจประเภทไหนถึงจะฝ่าฟันมาใกล้กับความสำเร็จได้มากและใช้เวลาไม่นาน พร้อมกับเคล็ดลับที่หลายคนสงสัยว่า พวกเขาจะเดินตามรอยความสำเร็จด้วยความเชื่อแบบคนไทย สไตล์ 'เลสเตอร์' หรือไม่อย่างไร

และนี่เป็นการเปิดบ้านครั้งแรกให้สัมภาษณ์ครั้งแรกของผู้แพ้ ที่หัวใจไม่ยอมแพ้ เดชพล จันศิริ แบบยาวๆ จากนั้นเรื่องราวที่มี รอยยิ้ม - คราบน้ำตา -โชคชะตา และความลับก่อนและหลังใน 'สนามเวมบลีย์' ของชายที่เกือบสร้างเทพนิยายให้ 'เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์' ต่างๆ ก็พรั่งพรู 

Q : ขอย้อนกลับไปในวันที่ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์แพ้ ฮัลล์ ซิตี้ 1-0 ประตู และไม่ได้ขึ้นพรีเมียร์ลีกเสียดายแค่ไหน 

เสียดายครับ เพราะอีกแค่เกมเดียวเราก็มีโอกาสขึ้น พรีเมียร์ลีกแล้ว ผมอยู่ในการแข่งขันตลอดไปถึงบ่าย เพราะเขาปล่อยให้คนเข้าตั้งแต่บ่าย 2 คนดูเยอะมากๆ ราวๆ 7-8 หมื่นคน จริงๆ ปกติก่อนแข่งทุกครั้งผมจะตื่นเต้น แต่วันนั้นค่อนข้างจะนิ่งพอสมควร

Q : ภาพวันรับถ้วยของฮัลล์ ซิตี้เหนือ เชฟเวนส์ฯ ต่อหน้าคุณยังติดตาคุณอยู่ไหม

อย่างที่เคยบอกไป วันนั้นทีมเราเล่นต่ำมาตรฐาน ดังนั้นเรามองโอกาสจะกลับมาค่อนข้างลำบาก แต่ถ้าเป็นเกมที่นักเตะเล่นได้ตามมาตรฐานหรือดีกว่ามาตรฐาน อันนั้นเรามั่นใจว่าได้ แต่เห็นวันนั้นแล้วเรามองว่าค่อนข้างลำบาก ต้องยอมรับครับว่าทางฮัลล์ ซิตี้เขาก็ดีกว่า ควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่า ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วก็ไม่ถือว่าวันนั้นเขาเล่นได้ดี เพียงแต่เราเล่นได้แย่กว่าเขาเยอะ

Q : ก่อนแข่งนัดสำคัญมีการพูดคุยกับลูกทีมอย่างไรบ้าง

จริงๆ เรามีการพูดคุยกันตลอด ก่อนเกมนี้ก็คุยกันก่อนหลายวันว่าพวกเราจะต้องยังไง ซึ่งสิ่งที่ผมเน้นจริงๆ ก็คือเรื่องการควบคุมอารมณ์ เนื่องจากคนดูเยอะและเจอทีมใหญ่ และถ่ายทอดทั่วโลกอย่างที่เรารับทราบ ดังนั้นสิ่งสำคัญเราจะแพ้-ชนะอยู่ที่การ 'ควบคุมอารมณ์' ว่าจะควบคุมได้ดีกว่าขนาดไหน

Q : ถามตรงๆ คิดไหมครับว่าผลการแข่งขันจะออกมาแบบนั้น

หลังจากที่ผมดูไปแล้วสักระยะหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าเราสู้เขาไม่ได้จริงๆ เพราะว่าวันนั้นเราเล่นค่อนข้างต่ำว่ามาตรฐานเรามาก อาจเป็นเพราะนักเตะของเราตื่นเต้นเพราะว่าไม่เคยมา 'สนามเวมบลีย์' ก็เป็นไปได้ น่าเสียดายนะครับ ซึ่งถ้าเราเล่นได้ตามมาตรฐานทั่วไปไม่ต้องถึงขั้นดีที่สุดของเรา คิดว่าน่าจะมีโอกาสสู้ได้

Q : ในนาทีที่ผู้เล่นของฮัลล์ยิงเข้าไปหัวใจคุณเป็นอย่างไร

ก็คิดว่าน่าจะแพ้นะครับ แต่ก็ยังแอบนึกว่าโอเคเผื่อว่าเราจะมีลุ้นเสมอได้

Q : ย้อนเวลากลับไปได้อยากกลับไปแก้ไขอะไรในแมตช์นั้น

คือจริงๆ ผมมองว่าทีม ณ วันนั้น อย่างที่ผมเรียนว่ามันอยู่ที่ Emotion ทั้งหมด ดังนั้นเราทำได้ก็แค่บอกนักเตะและเตือนเขาให้เขาพยายามควบคุมอารมณ์ให้ได้ และนักเตะทุกคนก่อนลงแข่งก็ดูสภาพจิตใจก็พร้อม แต่พอลงไปแล้วผมก็เข้าใจว่าบรรยากาศ ท่ามกลางคนดูเกือบ 8 หมื่น โดยเฉพาะรู้ว่าถ่ายทอดสดทั่วโลกและเล่นในสนามยิ่งใหญ่แบบนั้นอาจจะทำให้เกร็งก็เป็นไปได้ ซึ่งถือว่าเป็นแมตช์ที่แพงมากที่สุดแมตช์หนึ่งในโลกประมาณ 170 ล้านปอนด์ 

Q : การแพ้ฮัลล์ ทั้งๆ ที่เราทำมาดีทั้งฤดูกาล พูดถูกไหมเหมือนเป็นการนับ 1 ใหม่ คุณบอกว่าฤดูกาลหน้าถือว่าเป็นเรื่องที่ยากขึ้น

น่าจะยากขึ้น เพราะว่ามีทีมดีๆ ตกลงมาจากพรีเมียร์ลีก อย่างนิวคาสเซิลน่ากลัว แต่ว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด

Q : เมื่อพูดถึง เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ของคุณแล้วเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนเอาไปเปรียบเทียบกับเลสเตอร์ คุณมองการเป็นแชมป์ของพวกเขาในรอบ 132 ปี เป็นครั้งแรกคุณมองปรากฏการณ์นี้อย่างไรบ้าง

ผมรู้สึกยินดีกับทีมเลสเตอร์ ซิตี้ ด้วยนะครับ เป็นทีมคนไทยที่เราได้แชมป์ของพรีเมียร์ลีกดีใจครับเพราะว่าทำชื่อเสียงให้กับประเทศ ซึ่งผมก็ส่งจดหมายไปร่วมแสดงความยินดีไปแล้วครับ แต่ถามว่ารู้จักกับคุณวิชัยหรือเปล่า ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวครับ

Q : เจ้าของเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ที่คุณซื้อมา ก็เคยขายเลสเตอร์ซิตี้ให้กับคุณวิชัย

ใช่ครับ เป็นเจ้าของเดียวกัน

Q : พูดได้ไหมว่าแสดงว่าเจ้าของคนนี้ถูกชะตากับคนไทยเพราะขายทีมไหนก็ได้แชมป์ หรือใกล้แชมป์

ผมว่าอาจจะเป็นเพราะว่าพอดีเขารู้จักคนไทย พอคนไทยซื้อข่าวก็เลยออกง่าย แล้วอาจจะมีทีมอื่นด้วย แต่อยู่ที่ทีมด้วย เพราะอย่างคนไทย ตอนแรกมีข่าวว่าจะไปซื้อ 'นอตติ้งแฮม ฟอเรสต์' จะไปซื้อ 'ลีด ยูไนเต็ด' แม้กระทั่งโบลตัน มันก็ Connection ก็ไล่กันไป

Q : มองเส้นทางความสำเร็จของคุณวิชัยเป็นโมเดลบ้างไหม?

ก็ทุกคนที่เข้ามาซื้อทีมในแชมเปียนชิพ หรือ ต่ำกว่าพรีเมียร์ลีกทุกคนก็ฝันว่าจะไปขึ้นในพรีเมียร์ลีกนะครับ

Q : จำวันแรกที่ตัดสินใจซื้อเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ได้ไหม

จริงๆ แล้วผมไม่มีความสนใจและความรู้เกี่ยวกับฟุตบอลอยู่แล้ว เผอิญลูกชายผม (ปัจจุบันมีลูก 3 คน 1.รัชกร 2.อัฑฒ์ 3.ณัฎฐ์) เขาชอบฟุตบอล แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดตัดสินใจซื้อเพราะเขาชอบทีเดียวนัก พอดีมีคนมาเสนอให้ผมพิจารณาอยู่หลายทีม ซึ่งอย่างที่ได้แจ้งไว้แล้วว่าผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับฟุตบอลเลย ผมจึงได้ค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์และค่อยๆ ศึกษาความเป็นมาของแต่ละทีม ก็ค่อยๆ ซึมซับไปเรื่อยๆ เกี่ยวกับประวัติและความเก่าแก่ของแต่ละทีม จนสุดท้ายผมเลือกที่จะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างละเอียดเพียงทีมเดียว นั่นคือ เชฟฟิลด์ เวนส์ 

Q : ตกลงอะไรทำให้คุณตัดสินใลงทุนเกือบ 2 พันล้านบาทซื้อทีมฟุตบอลที่มีประวัติเป็นมายาวนานมากที่สุดเป็นลำดับที่ 3 ในฟุตบอลอังกฤษ หรือเกือบ 150 ปี

อย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วครับว่า สุดท้ายผมเลือกที่จะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมทีมเดียวคือ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ซึ่งเป็นทีมเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานเกือบ 150 ปี เป็นเมืองที่ใหญ่อันดับ 4 ของอังกฤษ มีแฟนคลับที่เหนียวแน่นมายาวนาน มีชื่อเสียงเกียรติประวัติในอดีต ซึ่งไม่ได้น้อยไปกว่าทีมดังๆ ในปัจจุบันเลย

ผมเองได้มีโอกาสมาเยี่ยมที่สโมสรและได้พูดคุยถึงรายละเอียดเบื้องต้น เมื่อผมได้มีโอกาสมาเหยียบที่สโมสรนี้ครั้งแรก ได้สัมผัสหลายๆ อย่าง ผมรู้สึกว่าเป็นที่ที่เราคุ้นเคย เหมือนเป็นที่ของเรา ไม่รู้สึกแปลกที่ รู้สึกค่อนข้างดีมาก นั่นก็คืออีกเหตุผลหนึ่ง ผมยังได้คุยกับแฟนผมเลยว่าที่นี่มันน่าจะเป็นของเรา 

Q : ใช้เวลาตัดสินใจอยู่นานไหมครับ ระหว่างคุยกับมิลาน มันดาริช ประธานสโมสรเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์

หลังจากที่ผมได้มาเยี่ยมสโมสรแล้ว ทำให้ผมรู้สึกว่าที่นี่คงจะต้องเป็นของเราและลูกชายก็ชอบฟุตบอลด้วย จึงได้ตัดสินใจซื้อสโมสรนี้ โดยใช้เวลาตัดสินใจไม่นานครับ แต่ถ้าพูดถึงเอกสารก็คงประมาณ 1-2 เดือนครับ

Q : ทำไมไม่ไปซื้อสโมสรที่ประสบความสำเร็จง่ายกว่าเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ อย่างทีมในพรีเมียร์ลีกไปเลย

ต้องเรียนว่าจริงๆ แล้วผมไม่มีความรู้เรื่องฟุตบอล ไม่เคยดูอยู่แล้วจะพรีเมียร์หรือแชมเปียนชิพในส่วนตรงนั้น ดังนั้นเบื้องต้นเราจึงไม่ได้คิดว่าจะตัดสินใจซื้อในพรีเมียร์หรือแชมเปียนชิพ ก็มีคนมาเสนอเรามาดูเรา เราก็ดูไปตรงนั้น

Q : การตั้งเป้า 2 ปีตั้งแต่ซื้อในปี 2014 ว่าจะไปพรีเมียร์ลีกเป็นการตั้งเป้าที่ทำให้หลายคนหวั่นไหวมาก

จริงๆ ที่ผมให้สัมภาษณ์ครั้งแรกว่าต้องการพยายามจะทำให้แฟนคลับทั้งหมดในสิ่งที่ทุกคนฝันไว้และหวังไว้ปีที่ครบรอบ 150 มันก็ประมาณ 2-3ปี ก็คิดว่าเป็นแพลนที่เหมาะสม เพราะจากที่ได้คุยทั่วๆ ไปเขาก็บอกว่า 3-5 ปีที่จะขึ้นพรีเมียร์ลีก ดังนั้นตอนครบรอบ 150 ปี ซึ่งเป็นช่วงเวลา 2-3 ปี ผมมองว่าเป็นเวลาที่ค่อนข้างเหมาะสม แต่จริงๆ แล้วทุกๆ ปีเราก็มีความตั้งใจว่าถ้าเราสามารถทำให้ขึ้นได้เราก็จะขึ้นเลยเพราะไม่มีใครสามารถตอบได้ว่าอีก 2 ปีหรือ 3 ปีคุณจะขึ้นแน่ถูกไหมครับ ดังนั้นเราก็พยายามจะทำให้ดีที่สุดเพื่อแฟนคลับของเรา

Q : การประกาศแบบั้นมันคือจิตวิทยาหรือสิ่งที่ทุกคนหวังไว้อยู่แล้ว คุณในฐานะผู้นำแค่พูดออกมาดังๆ 

จริงๆ เราตกไปตั้งแต่ปี 2000 แน่นอนแฟนคลับทุกคนอยากกลับขึ้นไปตลอดเวลาอยู่แล้ว แม้กระทั่งทีมนี้เปลี่ยนเจ้าของมาหลายคนแล้ว ดังนั้นเป็นเรื่องปกติ ผมเชื่อว่าถ้ากลับได้เลยปีไหนเขาคงอยากให้กลับเร็วที่สุดอยู่แล้ว

Q : ได้รับการตอบรับจากแฟนของเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์อย่างไรบ้าง

ตอนเราเข้ามาซื้อใหม่ๆ ได้ยินจากผู้ช่วยว่ามีการบ่นกันบ้างว่าเราไม่มีความรู้ในเรื่องฟุตบอลแล้วจะเข้ามาทำทีมได้แค่ไหน แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเราเชื่อว่าเราพยายามทำทุกอย่างเนี่ยเป็นสิ่งที่ดีกับ Club ทุกอย่างที่เราทำ

Q : วันแรกๆ คุณเดชเข้าไปทำอะไรบ้างเมื่อเป็นเจ้าของเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์

การทำสนามก็ถือว่าเป็นความจำเป็นเร่งด่วน แล้วก็มีปรับปรุงในสนามบ้างพอสมควร ปรับปรุง Training ground แล้วก็มา Restructure ของ Club บ้างในส่วนตรงนั้น

Q : หลังจากนั้นมีอะไรบ้างครับ รบกวนเล่าทีละขั้นตอน

ทำสนามใหม่หมดเลยเพราะสนามค่อนข้างคุณภาพไม่ดี แล้วก็มีปรับปรุงสนามฝึกซ้อมครับ นั่นคือหลักๆ แล้วก็เปลี่ยน TV screen เป็นอันใหญ่เพราะอันเก่าค่อนข้างเก่ามาก แล้วเราก็ค่อยๆ ปรับปรุงเรื่อยๆ ในส่วนที่จำเป็นที่แฟนคลับเขาร้องเรียนมา บ่นมา อันไหนเราทำได้เราก็พยายามจะทำให้ แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลา เราก็เชื่อว่าทุกวันที่ผ่านไปเราก็พยายามปรับปรุงขึ้นทุกวัน เราเชื่อว่าเรามีความตั้งใจที่จะพัฒนา Club นี้ เรามาเนี่ยเราไม่มีความรู้

ตอนนี้ผมอยู่มา 1 ปี ผมพูดได้เต็มปากเต็มคำว่าเราก็คือ เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ แล้วเราก็คิดว่าเราเป็นแฟนเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ เกิน 100% ทั้งครอบครัว ใหม่ๆ ลูกผมก็ยังชอบนักเตะดังๆ ชอบ real madrid (ทีมยักษ์ใหญ่ของสเปน) ชอบอะไรก็แล้ว แต่ ณ วันนี้เขามีแต่เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ เขาดูตลอด แม้กระทั่งที่นี่ บางเกมแข่งตี 3 เขาก็ดู เขาดูแทบทุกแมตช์ ถ้าผมอยู่ที่นี่ผมก็ดูด้วยเหมือนกัน เราค่อนข้างบผูกพันพอสมควร แล้วตั้งแต่ที่ผมเข้ามาเนี่ยผมค่อนข้างทุ่มเทพอสมควรสำหรับที่นี่ เพราะผมถูกสอนมาว่าจะทำอะไรแล้วต้องทำให้ดี เพราะฉะนั้นเราเข้ามาแล้วเราก็พยายามทำให้ดีเพื่อแฟนคลับ และเราก็รู้สึกว่าแฟนคลับเขาต้องการกลับไปพรีเมียร์ลีก เราก็จะพยายามในสิ่งที่เขาฝัน เราก็พยายามทำทุกอย่างที่คิดว่าเราจะทำได้

Q : ณ วันนี้สิ่งที่ลงทุนไปมันผลิดอกออกผลอย่างไรบ้าง

ตั้งแต่ผมเข้ามาก็ได้พัฒนาดีขึ้น การฝึก นักเตะ ภาพรวมก็ดีขึ้น แฟนคลับตอนนี้ก็ค่อนข้างแข็งแรง นับว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดีสำหรับ Club เรา เพราะทั้งแฟนคลับทั้งสโมสรทั้งนักเตะ โค้ช ทุกๆ คนเนี่ย เราค่อนข้างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ช่วยเหลือกันซึ่งค่อนข้างเป็นสิ่งที่ยากพอสมควรโดยทั่วไปนะครับ

Q : เสน่ห์ของกีฬาประเภทนี้อยู่ตรงไหน

ผมว่าลูกบอลเป็นลูกกลมๆ บางครั้งเนี่ยเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรๆ ถึงแม้ว่าทีมคุณจะเก่งกว่าหรืออ่อนกว่าแต่คุณก็สามารถแพ้และชนะได้ตลอดไม่ได้หมายความว่าทีมคุณเก่งแล้วต้องชนะตลอด มันไม่ใช่ ต้องอยู่ที่ดวงด้วยเหมือนกัน

Q : ว่ากันว่าอาชีพที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจวายคือเจ้าของทีมฟุตบอล คุณคิดอย่างนั้นไหม 

ก็ยอมรับว่าตื่นเต้นครับ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นแล้วจะเป็นโรคหัวใจไหม ผมว่าอยู่ที่การควบคุมอารมณ์เรามากกว่า แต่ตื่นเต้นนี่ยอมรับนะครับ เพราะว่าผมไม่ดูฟุตบอลและไม่มีความรู้เรื่องฟุตบอล ทุกวันนี้ผมดูเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์แข่งเนี่ย ต่อให้เป็นเกมที่น่าเบื่อหรือยังไงก็ตามผมก็ตื่นเต้นตั้งแต่วินาทีแรก แต่พอมีคนชวนผมไปดูทีมใหญ่ๆ พอผมไปดูผมก็เฉยๆ เพราะว่ามันไม่ใช่ของเราแล้วก็อาจเป็นเพราะผมไม่ได้ชอบฟุตบอลมาตั้งแต่แรก ตอนนี้คืออะไรที่เป็นของเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ตื่นเต้นตั้งแต่วินาทีแรกต่อให้มันน่าเบื่อ

จริงๆ ธุรกิจนี้คุณอาจจะรู้สึกว่าคุณ success  อาทิตย์นี้คุณจะรู้สึกโอ้โหมากๆ เลย อาทิตย์หน้าคุณอาจรู้สึกตกต่ำมากเลย แรกๆ มีคนบอกก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่พอเข้ามาเราเข้าใจ เพราะเราก็ไม่คิดว่ามันจะรู้สึกอย่างนั้น อย่างเวลาเราชนะเนี่ยนั่งรถไฟกลับลอนดอน สนุก เฮฮา คุยมีความสุข พอเราแพ้เนี่ยเหมือนเราหมดแรง เหมือนเราแพ้ด้วยไม่อยากทำอะไรเลย คือจริงๆ เราไม่เคยคิดเหมือนกันนะว่าจะเป็นแบบนั้นเพราะส่วนตัวผมก็ไม่ได้ดูฟุตบอล เพราะผมไม่ได้เล่นฟุตบอล

Q : ตั้งแต่ซื้อทีมมามีแมตช์ไหนของเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ที่คุณประทับใจที่สุดครับ

ถ้าเจอกับทีมใหญ่ก็คงเป็นอาร์เซนอลเราชนะ 3-0 แต่ก็ต้องยอมรับว่าอาร์เซนอลใช้ทีมสำรองในส่วนตรงนั้น คือจริงๆ แล้วทุกเกมที่ทีมเราลงแข่งก็ภูมิใจทุกเกมนะครับเพราะเราก็คิดว่าเราพยายามทำดีที่สุด

Q : รับมือกับความครียดอย่างไร เพราะเป็นงานที่ค่อนข้างเครียด

จริงๆ ผมว่า ถ้าเทียบฟุตบอลกับธุรกิจอย่างอื่นเนี่ยผมว่าฟุตบอลไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ เป็นอะไรที่ไม่ซับซ้อนถ้าเทียบกับธุรกิจอื่นๆ ที่เราทำกันอยู่เนี่ยถือว่ายุ่งยากและจะซับซ้อนมากกว่า ดังนั้นผมคิดว่าธุรกิจอื่นน่าจะมีความเครียดมากกว่าครับ

Q : ขออนุญาตคุณเดชเชื่อเรื่องพรหมลิขิต เชื่อเรื่องโชคลางหรือเปล่าครับ

เราเป็นชาวพุทธ การนับถือศาสนา การเชื่อก็คงมีบ้าง

Q : ได้นำมาใช้ประยุกต์กับฟุตบอลอย่างไรบ้างครับ

จริงๆ ปกติ เราก็กราบไหว้อยู่แล้ว เราก็เชื่ออยู่แล้วในส่วนตรงนั้น ฐานะที่เราเป็นคนจีนด้วย

Q : อย่างเรื่องที่คนพูดมาก ก็คือสนามฮิลส์โบโร่ ของคุณ ถามตรงๆ เคยเจออาถรรพณ์เกี่ยวกับโศกนาฏกรรมฮิลส์โบโร่บ้างไหม

ผมเองไม่เคยเจอ แต่ทาง Security ที่เล่าเหตุการณ์แปลกๆ ให้ฟังว่าบ้าง แต่ทุกครั้งที่ผมเดินไปทาง west stand คือผมชอบไปเดินๆ ดูสนามคนเดียวรอบๆ อาจจะเป็นเพราะเรานึก บางทีก็ขนลุกเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะเรานึกด้วยหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ เพราะสนามก็ค่อนข้างเก่าแล้ว แต่ก็ต้องถือว่าเขาสร้างมาหลายสิบปีเนี่ย เขายังรักษาได้โอเค ก็ค่อนข้างใช้ได้ ดูคลาสสิกดีครับ 

Q : ใครเป็นกำลังใจให้คุณในวันที่ทีมแพ้พ่าย

จริงๆ แล้วเนี่ยผมว่ากำลังใจ ในการทำทีมตรงนี้ก็ครอบครัว ภรรยาทั้งลูกๆ (3 คน) แล้วก็คุณพ่อ คุณแม่ พี่น้องผม ทุกคนก็ให้กำลังใจเป็นอย่างดี

Q : อนาคตหลังจากนี้ของเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์จะเป็นไปแบบไหนครับ

มันจะดีขึ้น ผมสัญญา

Q : มีความตั้งใจที่จะให้นักเตะไทยไปพิสูจน์ฝีเท้าที่นั่นบ้างไหม

ตอนผมซื้อมาแรกๆ แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นข้อมูลที่ถูกต้องไหมนะครับ ที่ถ้าเกิดว่านักเตะเด็กถ้าไปอยู่ที่นั่น ไปเรียนและไปอยู่ academy 5 ปี สามารถเป็น resident ได้ คือผมได้ยินมาตั้งแต่แรก แต่หลังๆ ก็ยังไม่ชัดเจนว่าใช่ขนาดไหน เราก็อยากจะสนับสนุนเด็กไทยเหมือนกันให้มีโอกาส แต่ว่า ranking ของเราเนี่ยค่อนข้างต่ำที่ไม่สามารถจะส่งคนไทยไปเล่นในอังกฤษได้ส่วนใหญ่จะไปได้แค่ยุโรป ประเทศอื่นในส่วนตรงนั้น เราก็พยายามจะหาวิธีนะครับให้คนไทยสามารถไปเล่นที่นั่นได้ ก็มีเหมือนกันนะครับที่คนไทยที่ถือสัญชาตคนอังกฤษ หรือมีครอบครัว เราก็มีให้เขาเอาลูกมาฝึกกับเรา คนสองคน ใจผมก็อยากจะเปิด academy ร่วมกับบางทีมที่ประเทศไทยเพื่อช่วยซึ่งกันและกันได้นะครับ

Q : ได้ยินว่ามีการเปลี่ยนเอาตราสโมสรเมื่อ 50 ปีมาใช้ มีความหมายอะไรหรือเปล่า หลายคนบอกเป็นการเสริมดวง

ตรานี้เนี่ยถ้าหากย้อนกลับไปจะเห็นว่าตรานี้ไม่เคยอยู่บนเสื้อมาก่อน เป็นตราที่เค้าทำขึ้นมาแล้วติดอยู่บนเสื้อไม่เคยใช้มาก่อนเลย แล้วผมดูแล้วตรานี้ดูแล้วมีพลัง ถ้าเทียบกับตราปัจจุบัน เราก็เชื่อเรื่องพวกนี้เหมือนกัน ตราปัจจุบันเนี่ยเปลี่ยนเมื่อปี 1999 ตั้งแต่นั้นมาเราตกลงมาตลอดเลย ดังนั้นผมคิดว่ามันก็น่าจะถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน แล้วผมก็ดูหลายๆ อย่างแล้วก็เพื่อรักษาธรรมเนียมหลายๆ อย่างของเขาไว้แล้วก็ดูของเก่าเขาด้วย

ตรานี้ผมดูแล้วก็ค่อนข้างขลังพอสมควรเพียงแต่ว่าตัวนกฮูกเนี่ยดูเล็กไปไม่มี power เราเลยมาทำให้ตัวใหญ่ขึ้น ลดกิ่งให้เล็กลง ให้ดูมี power มากขึ้น ก็คือเป็นตราดั้งเดิมของเขา แต่เราเอามาปรับนิดเดียว ดังนั้นเราก็จะเห็นว่าตัวนกฮูกที่ใหญ่ขึ้นก็จะดูมีพลัง พร้อมการดูจากหลายๆ ฝ่าย

Q : คุณอยากจะบอกอะไรกับแฟนเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ทั่วโลก สำหรับฤดูกาลหน้า

ต้องขอขอบคุณแฟนคลับทุกคนทั่วโลกที่ให้การสนับสนุนและติดตามเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์มาตลอด ก็ต้องขอโทษเป็นอย่างมากที่ปีนี้ทำไม่สำเร็จ ปีหน้าเราจะพยายามทำให้ดีที่สุด เราเชื่อว่าปีหน้าจะดีกว่าปีนี้

Q : สำหรับคนไทยอยากจะสื่อสารอะไรกับเขาบ้างครับ

ก็ต้องขอบคุณนะครับ เพราะเห็นที่เมืองไทยก็มี facebook ที่แฟนคลับทำกันขึ้นมา ก็ต้องขอบคุณมากที่ติดตามและรักเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ เป็นแฟนมาก่อนผมด้วยซ้ำ เพราะเห็นข่าวเขาก็ค่อนข้างเร็วพอสมควร ขอบคุณมากนะครับ

Q : อยู่ที่นั่นคุณมีฉายาที่แฟนคลับตั้งให้ไหม หรือแฟนบอลเรียกว่าอย่างไร

ไม่มีฉายาครับ แต่เขาก็เรียกว่า Chairman หรือไม่ก็เรียกชื่อ หรือ Chansiri 

Q : ย้ำอีกทีคุณท้อไหมครับกับการเริ่มนับ 1 ใหม่

ก็ถามว่าเหนื่อยไหมกับปีนี้ ก็ยอมรับว่าเราทุ่ม เราทุ่มเททั้งใจไปเยอะ เพราะว่าเราทุ่มเทไปเยอะมันก็เหนื่อย

Q : สุดท้ายถามตรงๆ คุณเสียน้ำตาไหมทันทีที่รู้ว่าไม่ได้ขึ้นพรีเมียร์ลีก

จะบอกว่าไม่เสียใจก็คงเป็นไปไม่ได้ ตอนเขารับถ้วย แต่คงไม่ถึงกับร้องไห้ น้ำตาซึมๆ อาจจะเป็นอย่างนั้น จริงๆ ผมตั้งใจจะร้องตอนที่ชนะมากกว่า ดังนั้นก็เลยไม่อยากจะร้อง แต่ถ้าถามว่าเสียใจไหม เสียใจแหละ อย่างที่ผมเรียนว่าผมเสียใจที่เราไม่ได้สู้ เราแพ้โดยเราไม่ได้สู้ ไม่เข้าใจนักเตะเหมือนกันแต่ยังไม่มีโอกาส คือสู้แล้วแพ้มันก็ไม่มีอะไรติดใจแต่นี่คือแพ้เพราะคุณไม่สู้ คือไม่เล่นเลย เราก็รู้สึกว่าถ้าคุณเป็นแบบนี้ผมยังบอกพวกหัวหน้าเลยว่าจริงๆ ถ้าเป็นยังงี้แพ้ไบรท์ตันดีกว่าให้ไบรท์ตันมาชิงดีกว่า

อ่านข่าวต่อได้ที่: 'ไทยยูเนียน' เทคโอเวอร์สโมสร 'เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์' แล้ว (ชมคลิป)

เรื่อง : raydo_trnews 

เราติดต่อไปในวันที่คนไทยและคนทั่วโลกเชื่อว่า ด้วย Emotion และฟอร์มคงเส้นคงวา 'เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์' เจ้าของฉายา 'นกเค้าแมว' ทีมจากแชมเปียนชิพจะก้าวผงาดขึ้นมาสู่ 'พรีเมียร์ลีก' ลีกสู่สุดของอังกฤษครั้งแรกในรอบเกือบ 150 ปี 13 มิ.ย. 2559 14:00 ไทยรัฐ