วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'เหี่ยวกล้วย' ระบาด 3 อ. ในยะลา สั่งห้ามย้ายหน่อ ป้องขยายวง!

(ภาพจาก : เกษตรกรสวนกล้วยหิน จ.ยะลา)

"โรคเหี่ยวกล้วย" ระบาดสวนกล้วยไข่ จ.ยะลา หนัก! เสียหายกว่า 3 อ. เกษตรกรบางรายต้องโค่นทิ้งทั้งสวน ขณะที่เกษตรจังหวัดเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และห้ามเคลื่อนย้ายหน่อกล้วย เกรงจะขยายวงกว้าง พร้อมลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับ ปชช. ...

จากกรณี เกษตรกรในพื้นที่ อ.ธารโต อ.บันนังสตา และ อ.เบตง จ.ยะลา แจ้งว่าขณะนี้ มีโรคระบาดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย เรียกว่า “โรคเหี่ยวกล้วย” ระบาดหนักในสวนกล้วยหิน โดยโรค “เหี่ยวกล้วย” ที่ว่า เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ที่จะเข้าไปทำลายระบบท่อเลี้ยงส่งน้ำในต้นกล้วย ทำให้กล้วยยืนต้นตาย ใบเหลือง และผลลีบไม่สมบูรณ์ เนื้อของกล้วยจะเป็นสีดำ ซึ่งสาเหตุเบื้องต้น พบว่าโรคดังกล่าวระบาดในแถบพื้นที่ประเทศมาเลเซีย และขยายวงกว้างเข้าสู่ อ.เบตง จ.ยะลา สันนิษฐานว่า พ่อค้าที่นำกล้วยหินจาก อ.เบตง จ.ยะลา ไปขายในฝั่งประเทศมาเลเซียได้ใช้วัสดุ เช่น มีด ในการตัดแบ่งเครือของกล้วย ขณะนำไปขาย ทำให้เกิดการติดเชื้อ และขยายวงกว้างสู่พื้นที่สวนกล้วยหิน กล้วยน้ำว้า ในหลายอำเภอของ จ.ยะลา เกษตรกรบางรายตัดสินใจโค่นต้นกล้วยทิ้งทั้งสวน เนื่องจากประสบปัญหาโรค “เหี่ยวกล้วย” ระบาดอย่างหนัก

ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. 59 นายโชคดี วิรุณกาญจน์ เกษตรจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า หลังพบการแพร่ระบาดของโรคเหี่ยวกล้วย มีการประสานไปยังศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านอารักขาพืช จ.สงขลา เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บเชื้อตัวอย่างไปตรวจสอบก็พบว่า เชื้อที่แพร่กระจาย เรียกว่า “โรคเหี่ยวกล้วย” ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรีย ที่ยังไม่เคยพบในพื้นที่ โดยเริ่มการระบาดมาจากพื้นที่ อ.เบตง จ.ยะลา จากนั้นเชื้อได้แพร่กระจายสู่ อ.ธารโต และ อ.บันนังสตา เบื้องต้นพบว่า มีพื้นที่สวนกล้วยหินได้รับความเสียหายไปกว่า 1 พันไร่ จากทั้งหมดกว่า 7 พันไร่

“ทั้งนี้ ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดยะลา ได้ประสานไปยังสำนักงานเกษตรในพื้นที่ประสบภัยพบโรคระบาด ให้มีการชี้แจงทำความเข้าใจ รวมทั้งแนะนำวิธีการควบคุมให้กับเกษตรกรเจ้าของสวน ไม่ให้เชื้อโรคเกิดการแพร่กระจาย โดยงดการนำหน่อกล้วยหินออกจากพื้นที่ที่ติดเชื้อ เพื่อเป็นการควบคุมเบื้องต้น ไม่ให้เกิดการขยายแพร่เชื้อในวงกว้าง และแนะนำให้ใช้ปุ๋ยยูเรียไปบำรุง เพื่อเป็นการกำจัดเชื้อแบคทีเรีย โดยโรคดังกล่าวจะส่งผลกระทบให้ผลกล้วยแห้ง ลีบ และเนื้อกล้วยเป็นสีดำ ไม่สมบูรณ์ เพราะเชื้อแบคทีเรียจะเข้าไปทำลายกัดกินแป้งในผลกล้วย” เกษตรจังหวัดยะลา กล่าว

นายโชคดี ยังระบุอีกว่า หลังสำรวจความเสียหาย มีเกษตรกรยื่นขอความช่วยเหลือ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และทางจังหวัดชดเชยค่าเสียหายจากการแพร่ระบาดของโรคเหี่ยวกล้วย แต่เมื่อสำรวจข้อมูลแล้ว ความเสียหายจากโรคระบาดดังกล่าว ไม่เข้าสู่เกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ ทางภาครัฐจึงไม่สามารถจะชดเชยค่าเสียหายให้กับเกษตรกรได้ จึงได้ให้ทางสำนักงานเกษตรอำเภอ และผู้ใหญ่บ้าน อบต. ทำการชี้แจงกับเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว.

"โรคเหี่ยวกล้วย" ระบาดสวนกล้วยไข่ จ.ยะลา หนัก! เสียหายกว่า 3 อ. เกษตรกรบางรายต้องโค่นทิ้งทั้งสวน ขณะที่เกษตรจังหวัดเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และห้ามเคลื่อนย้ายหน่อกล้วย เกรงจะขยายวงกว้าง พร้อมลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับ ปชช. 13 มิ.ย. 2559 11:41 13 มิ.ย. 2559 12:07 ไทยรัฐ