วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก.ม.ปฏิรูปภาษีสรรพสามิต กฤษฎีกาดองไว้ปีกว่า

โดย ลมกรด

ยังมีคนถามไถ่รายละเอียดกันอยู่พอสมควรสำหรับร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ผ่าน ครม.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมอยากให้ภาครัฐทำสื่อประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจในวงกว้าง และอยากให้ประกาศด้วยว่าเงินภาษีที่เก็บได้เพิ่มขึ้นกว่า 3 หมื่นล้านบาท จะเอามาทำประโยชน์อะไรให้ประชาชนบ้าง

วันนี้ผมจะเล่าถึงกฎหมายภาษีอีกอย่างหนึ่งที่มีความสำคัญมากเป็น 1 ใน 5 ประเด็นเร่งด่วนที่ คสช.ตั้งเป้าจะทำตั้งแต่แรกตั้งรัฐบาล นั่นคือ “การปฏิรูปภาษีสรรพสามิต” ซึ่งที่ประชุม ครม.วันที่ 19 พ.ค. 2558 ได้ให้ความเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายภาษีสรรพสามิต อันเป็นการรวมกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต 7 ฉบับเข้าด้วยกัน ประกอบด้วย พ.ร.บ.สุรา พ.ร.บ.ยาสูบ พ.ร.บ.ไพ่ พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ร.บ.พิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต พ.ร.บ.จัดสรรเงินภาษีสรรพสามิต และ พ.ร.บ.จัดสรรเงินภาษีสุรา

สินค้าที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิตได้แก่ น้ำมัน ยาสูบ สุรา เบียร์ รถยนต์ เครื่องดื่ม เครื่องไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ แบตเตอรี่ การโทรคมนาคม สนามม้า สนามกอล์ฟ เครื่องหอม เครื่องแก้ว พรม ไพ่ ไนต์คลับและดิสโก้เธค สถานอาบน้ำหรืออบตัวและนวด แต่ละปีรัฐเก็บภาษีได้หลายแสนล้านบาท แต่ก็มีช่องโหว่มากมายให้หลบเลี่ยง

ร่าง พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายภาษีสรรพสามิตจึงได้ปรับเปลี่ยนแนวทางการจัดเก็บภาษี 2 ประการ

1.เปลี่ยนฐานการจัดเก็บภาษีจากเดิมคำนวณภาษีโดยใช้ฐาน ราคาหน้าโรงงาน (NEFP) หรือ ราคานำเข้าสินค้า (CIF) มาเป็นราคาขายปลีกแนะนำ (RRSP)

วิธีนี้เป็นไปตามหลักสากล ทำให้เกิดความโปร่งใส ลดความซ้ำซ้อน และลดความซับซ้อนของระบบภาษีในปัจจุบัน ซึ่งสินค้าบางชนิดต้องเสียภาษีวงในหลายชั้นกว่าจะออกสู่ท้องตลาด และสินค้าบางชนิดเก็บภาษีซับซ้อนจนชาวบ้านไม่มีวันเข้าใจได้ อย่างเช่นน้ำมัน ฝ่ายเอ็นจีโอเถียงกับ ปตท.มาตลอด งัดข้อมูลมาโต้กันประจำ แต่ชาวบ้านก็ไม่รู้ฝ่ายไหนถูกผิด ตั้งราคาขายเท่าไหร่ก็ต้องซื้อเท่านั้น ไม่มีสิทธิต่อรอง

การคิดภาษีจากราคาขายปลีกยังทำให้บริษัทต่างๆ ไม่สามารถหลบเลี่ยงภาษี โดยแจ้งราคาหน้าโรงงานหรือราคานำเข้าต่ำกว่าความเป็นจริง ทั้งยังทำให้รัฐมีรายได้มากขึ้น เพราะราคาขายปลีกเป็นราคาที่บริษัทบวกกำไร ไว้แล้ว ตัวเลขการคิดภาษีจึงสูงกว่าราคาหน้าโรงงานหรือราคานำเข้า ซึ่งบริษัทยังไม่รวมกำไรสินค้าเข้าไป

2.เปลี่ยนระบบการจัดเก็บภาษี จากเดิมเลือกเก็บได้ขาใดขาหนึ่ง ระหว่าง เก็บตามมูลค่า (Ad Valorem ) หรือ เก็บตามสภาพ (Specific) มาเป็นเก็บควบคู่กันทั้งตามมูลค่าและตามสภาพ

ระบบคิดภาษีปัจจุบันแม้จะเลือกเก็บจากขาที่คำนวณแล้วเสียภาษีสูงกว่า แต่ก็สามารถหลบเลี่ยงได้โดยแจ้งมูลค่าสินค้า หรือน้ำหนักปริมาณสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง แต่ระบบเก็บภาษีแบบใหม่จะคิดตามมูลค่าและตามสภาพควบคู่กันไป ทำให้การเก็บภาษีมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ ระบบปัจจุบันทำให้ช่องว่างราคาระหว่างสินค้าราคาสูงกับสินค้าราคาต่ำถ่างกว้างขึ้นเรื่อยๆ เป็นปัจจัยผลักดันทำให้เกิดแนวโน้มการบริโภคของถูก เพราะสินค้าที่คิดภาษีตามมูลค่านั้น บริษัทจะออกผลิตภัณฑ์ที่ราคาถูกลง (คุณภาพก็ห่วยลงด้วย) เพื่อแย่งชิงผู้บริโภค ซึ่งในระยะยาวรัฐบาลจะเก็บภาษีได้น้อยลง เพราะจะเก็บได้จากราคาสินค้าที่มีฐานภาษีต่ำลง แต่ระบบใหม่จะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้

เห็นข้อดีของการปฏิรูปภาษีสรรพสามิตแล้วใช่ไหมครับ แต่น่าเสียดายจนป่านนี้ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวถูกดองอยู่ในกฤษฎีกา เสียเวลาไป 1 ปีเต็มยังตรวจทานไม่เสร็จ ยังส่งเข้าสภาไม่ได้ ก็ไม่รู้ท่านผู้เฒ่าในกฤษฎีกาลืมไปหรือยังว่ามีร่างกฎหมายนี้อยู่

รัฐมนตรีคลังน่าจะไปกระซิบถามดูนะครับ.

ลมกรด

13 มิ.ย. 2559 10:48 13 มิ.ย. 2559 10:48 ไทยรัฐ