วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นปช.โร่ขอยูเอ็นช่วย ป้องศูนย์ปราบโกง

พท.-ปชป.บีบกกต. เลิกเวทีที่ค่ายทหาร

พท.-ปชป.รุมขย่ม กกต.จัดเวทีรณรงค์ประชามติในค่ายทหาร “จาตุรนต์” สับหลอกลวงชี้นำรับร่าง รธน. ปิดปากข่มขู่เอาผิดคนเห็นต่างท้า “วิษณุ” ดีเบตหน้าจอกับฝ่ายไม่เห็นด้วย “สามารถ” จวกไร้ประโยชน์ต้อนไปนั่งฟังข้างเดียว บรรยากาศไม่เป็นประชาธิปไตย “องอาจ” กระทุ้งรัฐเลิกส่งสัญญาณปิดกั้นประชาชน แนะไฟเขียวสถาบันการศึกษาจัดเสวนา รธน.อย่างเสรี “ประมวล” ซัดตายน้ำตื้นเข้าทางฝ่ายโจมตี จี้ใช้โรงแรมหรือมหาวิทยาลัยเปิดเวที “สมชัย” โต้ กกต.ไม่ได้ทำผิดหน้าที่ อ้างคนสำคัญร่วมงานเยอะ หวั่นปัญหาความปลอดภัย “จตุพร” ส่งเทียบเชิญยูเอ็น-ทูตต่างชาติ สังเกตการณ์ศูนย์ปราบโกง “เต้น” ขึงขังลุยต่อไม่สนทีมโฆษก คสช.ข่มขู่คุกคาม สมช.ได้กลิ่นกลุ่มจ้องป่วน กัดติดกลุ่มเคลื่อนไหวใต้ดิน

จากกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเวทีชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญในภูมิภาค โดยเริ่มจัดขึ้นในค่ายวชิราวุธ จ.นครศรีธรรมราช เป็นครั้งแรกและจะไปจัดที่ จ.เชียงใหม่ และนครราชสีมา ล่าสุดพรรคการเมืองต่างประสานเสียงคัดค้านขอให้เลิกจัดเวทีในค่ายทหาร ที่ไม่มีบรรยากาศเป็นประชาธิปไตย และผู้เข้าร่วมงานไม่มีใครกล้าแสดงความไม่เห็น

“อ๋อย” สับเวที กกต.ตบตาชี้นำรับ รธน.

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการลงพื้นที่จัดเวทีชี้แจง “ร่างรัฐธรรมนูญ ประชามติ และประชาชน” ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า กกต.หลอกลวงประชาชนทั้งประเทศบอกจะไปส่งเสริมให้คนออกเสียงประชามติกันให้มากๆ แต่จริงๆ แล้วเป็นการไปเปิดเวทีให้ กรธ.สนช.และรัฐบาลชี้แจงข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญ จูงใจชี้นำประชาชนให้รับร่างรัฐธรรมนูญฝ่ายเดียว ไม่เปิดโอกาสให้ฝ่ายเห็นต่าง ได้แสดงความคิดเห็น และ กกต.ยังข่มขู่ผู้ที่เห็นแตกต่าง ยกกรณีต่างๆ ที่อาจผิดกฎหมายรวมถึงพูดถึงการที่ คสช.และรัฐบาลจะจัดการกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นเวลานี้ กกต.กำลังทำผิดหน้าที่ แทนที่จะส่งเสริมประชาชนออกไปใช้สิทธิ์และแสดงสิทธิเสรีภาพได้เต็มที่ แต่กลับกำลังทำหน้าที่เหมือนว่าต้องทำให้ร่างรัฐธรรมนูญนี้ ผ่านการลงประชามติให้ได้ ถือว่าขาดความชอบธรรมอย่างร้ายแรง

ท้า “วิษณุ” เปิดหน้าชนดีเบตคนเห็นต่าง

นายจาตุรนต์กล่าวว่า ส่วนที่รัฐบาลส่งนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไปชี้แจงเท่ากับรัฐบาลไปชี้นำประชาชน โดยใช้งบประมาณราชการ คิดเองฝ่ายเดียว ไม่เปิดโอกาสให้คนเห็นต่างได้แสดงความคิดเห็น อ้างเป็นร่างรัฐธรรมนูญดับทุกข์ประชาชน แต่ทุกข์เกิดขึ้นก่อนวันที่ 22 พ.ค.57 กลับไม่พูดว่าเหตุใดกองทัพจึงสนับสนุนรักษาความสงบเฉพาะรัฐบาลที่ตัวเองสนับสนุนเท่านั้น ไม่สนับสนุนก็ไม่ร่วมมือรัฐบาลรักษากฎหมาย ความสงบเรียบร้อย ตำรวจก็รักษากฎหมายไม่ได้ เพราะกระบวนการยุติธรรมไม่เอื้อ สิ่งเหล่านี้คือต้นตอทุกข์ของประเทศ และร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้กำลังสร้างทุกข์ให้กับประเทศใหม่ ไร้การตรวจสอบ เลือกตั้งแล้วมีผู้ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมากำหนดใครจะเป็นรัฐบาล สิ่งเหล่านี้กลับไม่พูด กกต.ไม่ควรจัดเวทีลักษณะนี้ต่อไป ชี้นำได้ตามใจชอบและคอยจับผิดฝ่ายไม่เห็นด้วย ถ้าจะให้เท่าเทียมอย่างการออกทีวีที่ กรธ.ใช้วิธีไม่ไปเลย มีฝ่ายไม่เห็นด้วยฝ่ายเดียว สื่อเลยไม่กล้าจัด ทางที่ดีถ้า กรธ.ไม่ไป กกต.ควรให้รัฐบาลโดยนายวิษณุไป ฝ่ายไม่เห็นด้วยยินดีไปถกกับนายวิษณุ เพื่อชี้ให้เห็นว่าสิ่งที่นายวิษณุพูดไม่เป็นความจริง ส่วนการล้มหรือเลื่อนทำประชามติ ถ้าอ้างเกิดความวุ่นวายจะทำให้เกิดการไม่ยอมรับต่อผู้มีอำนาจได้ เพราะฝ่ายเห็นต่างไม่มีความคิดนี้

ไม่มีประโยชน์ต้อนไปนั่งฟังข้างเดียว

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี กกต.เตรียมไปเปิดเวทีชี้แจงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งต่อไปที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ได้รับเชิญจาก กกต.ให้ไปร่วมเวทีรับฟังความเห็นของ 4 ฝ่ายคือ รัฐบาล กรธ. สนช. และ กกต. ในวันที่ 18 มิ.ย. ที่ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ สอบถามผู้รับผิดชอบของ กกต.ว่าเหตุใดต้องจัดในค่ายทหาร ได้รับคำชี้แจงว่า เพื่อประหยัดงบประมาณและสะดวกเรื่องสถานที่ แต่ส่วนตัวมองว่าไม่สมควรจัดในค่ายทหาร เพราะบรรยากาศไม่เอื้อต่อการแสดงความคิดเห็น เหมือนกับถูกกดดันให้นั่งฟังข้างเดียว ไม่มีใครกล้าพูดแสดงความเห็นอะไรได้มากนัก ควรใช้สถานศึกษา มหาวิทยาลัยเป็นพื้นที่รับฟังความเห็นจะเหมาะสมมากกว่า และได้รับข้อมูลความเห็นที่ชัดเจนมากขึ้น ผู้เข้าร่วมประชุมจะรู้สึกผ่อนคลายสบายๆ เพราะค่ายทหารไม่ใช่บรรยากาศประชาธิปไตย อย่างไรก็ตามตนพร้อมไปร่วมเวทีดังกล่าวและพร้อมจะสอบถามสิ่งที่สงสัยด้วย

“องอาจ” กระทุ้งเปิดช่องมีส่วนร่วม

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญว่า โดยทั่วไปการทำประชามติเรื่องใด เราจะเห็นบรรยากาศการแสดงออกถึงเนื้อหาสาระในเรื่องที่ทำประชามติอย่างกว้างขวาง แต่การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ มีบรรยากาศแตกต่างชัดเจน เมื่อเปรียบกับการทำประชามติเมื่อปี 2550 จึงควรเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงออกความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด จะใช้กับคนไทยทั้งประเทศ

จี้รัฐเลิกส่งสัญญาณปิดปากชาวบ้าน

นายองอาจกล่าวอีกว่า ผู้มีอำนาจและรัฐบาลเป็นกลไกสำคัญขับเคลื่อนบรรยากาศการแสดงออกได้คือ 1.เปิดโอกาสให้สถาบันการศึกษาทุกระดับจัดการสานเสวนาทางวิชาการ การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญอย่างเสรี 2.หน่วยงานราชการ ภาครัฐควรร่วมรณรงค์สร้างความสนใจให้ประชาชนตระหนักรู้ถึงบทบาท ความสำคัญของการมีส่วนร่วมในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยจัดกิจกรรมหลากหลายให้ประชาชนมีส่วนร่วม 3.ผู้มีอำนาจต้องระมัดระวังไม่ให้มีการส่งสัญญาณใดๆ ที่ปิดกั้นการแสดงออกของประชาชน โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญได้ร่วมแสดงออกอย่างเปิดเผย ไม่ปิดกั้น หรือเลือกปฏิบัติ หากทุกฝ่ายทำได้จะเกิดการมีส่วนร่วมในบรรยากาศสร้างสรรค์ ช่วยให้การทำประชามติครั้งนี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้แน่นอน

กระตุก กกต.เลิกจัดเวทีในค่ายทหาร

ด้านนายประมวล เอมเปีย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี กกต.จัดเวทีชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญประชามติและประชาชนครั้งที่สองในค่ายวชิราวุธ จ.นครศรีธรรมราช และระบุจะจัดครั้งต่อไปในค่ายทหารตามภูมิภาคต่างๆ ว่า ไม่เข้าใจว่า กกต.หรือรัฐบาลหรือผู้มีอำนาจใช้อะไรคิด เพราะการจัดงานที่ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงออกความคิดเห็นที่เสรีจริงๆ ควรจะลงทุนจัดที่โรงแรม ถ้าไม่มีงบประมาณไปขอความอนุเคราะห์จากมหาวิทยาลัยของรัฐหรือสถาบันราชภัฏต่างๆ หรือในที่สาธารณะ ที่มีอยู่ในทุกภูมิภาคน่าจะเหมาะสม และสร้างภาพลักษณ์ดีกว่าใช้สถานที่ในค่ายทหาร หรือถ้าเกรงว่าจะมีคนป่วนงาน สามารถขอกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองไปดูแลได้ ไม่ใช่สักแต่จัดโดยยึดความสะดวกของตัวเอง อย่างนี้จะได้รับเสียงสะท้อนความเป็นจริงจากประชาชนในต่างจังหวัดได้อย่างไร

ชาวบ้านรอครู ค.มีแต่ข่าวไม่เห็นตัว

นายประมวลกล่าวต่อว่า ลองคิดว่าแค่ตัวร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านมาถูกโจมตีกล่าวหาต่างๆ ว่าร่างตามคำสั่ง คำขอของรัฐบาล คสช. ภาพนี้ยังแก้ไม่ตก พอถึงขั้นตอนการให้ความรู้เนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญ กกต.กลับมาตายน้ำตื้นจัดในค่ายทหารให้เข้าทางเกมของบางฝ่าย ฉวยไปใช้โจมตีกล่าวหาได้อีก แทนที่จะจัดในมหาวิทยาลัย พร้อมการจัดกิจกรรมนิทรรศการและการเล่นเกมตอบคำถามต่างๆ ให้นักศึกษาคนรุ่นใหม่ที่มีสิทธิลงประชามติได้ร่วมกิจกรรมกระตุ้นให้เกิดกระแสในคนรุ่นใหม่ กลับไปจัดในค่ายทหาร จะแสดงออกเห็นด้วยหรือเห็นต่างก็ไม่กล้า เพราะอาจถูกเพ่งเล็งจากคนของรัฐ ตนได้พบปะชาวบ้านต่างฝากมาบอกว่าครู ค.ที่จะลงไปชี้แจงร่างรัฐธรรมนูญให้ชาวบ้านฟัง ขอให้ลงพื้นที่ได้แล้ว ไม่ใช่มีแต่ข่าวแต่ไม่เห็นตัว ประชาชนพร้อมสนับสนุนรัฐบาลให้ปราบโกงและรักษาความสงบ แต่อยากถามว่า 2 ปีที่ผ่านมาได้ปฏิรูปอะไรไปแล้วช่วยประชาสัมพันธ์ด้วย

“สมชัย” โต้ครหา กกต.ทำผิดหน้าที่

ขณะที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีมีการวิจารณ์การจัดเวทีประชุมชี้แจงเรื่อง “ร่างรัฐธรรมนูญ ประชามติ ประชาชน” เป็นการทำผิดหน้าที่ของ กกต.ว่า เป็นการทำงานร่วม 4 ฝ่าย คือ กกต. กรธ.สนช. ครม. โดย กกต.เป็นเจ้าภาพเชิงธุรการเท่านั้น การจัดเวทีเป็นผลพวงมาจากการจัดเวทีครั้งแรกที่สโมสรทหารบกที่รัฐบาลประสานงานมา ผลเป็นที่น่าพอใจเลยคิดจัดขึ้นอีกใน 3 ภูมิภาค เดิม กกต.ไม่คิดจะมีเวทีอะไรเลยตั้งแต่ต้น แต่ได้รับการประสานขอความร่วมมือมา ส่วนที่มีการระบุว่าเป็นการชี้นำให้รับร่างรัฐธรรมนูญนั้นเราไม่เกี่ยว และไม่ได้พูดให้รับหรือไม่รับร่างฯ แต่ กกต.พูดถึงการใช้สิทธิ อะไรทำได้ ทำไม่ได้ ส่วน กรธ. สนช. ครม.อธิบายเนื้อหารัฐธรรมนูญมากกว่าชี้แต่ข้อดี สำหรับการจัดเวทีในค่ายทหารนั้น คิดว่าน่าจะมองเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะมีบุคคลสำคัญมาร่วม หากเกิดปัญหาขึ้นเกรงว่าจะดูแลไม่ไหว เมื่อถามว่าการจัดในค่ายทหารทำให้ผู้มาร่วมไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่หรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า จากเวทีที่สโมสรทหารบกตนก็เห็นผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ ไม่เห็นมีอะไร

อวดผลงานอื้อกลบเสียงวิจารณ์

นายสมชัยกล่าวอีกว่า ส่วนที่มีคนบ่นว่า กกต.ชุดนี้ไม่ทำงาน จึงลองเรียบเรียงแบบเร็วๆว่าทำอะไรบ้าง มีทั้งหมด 23 ข้อ อาทิ การจัดพิมพ์บัตรออกเสียง ประมาณ 50 ล้านใบ จัดหาหีบและอุปกรณ์ออกเสียง ประมาณ 100,000 ชุด จัดหากรรมการประจำหน่วย ประมาณ 1 ล้านคน จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม 1 ล้านเล่ม จัดพิมพ์คำอธิบายสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญ เล่ม 1 และ 2 อย่างละ 4 ล้านเล่ม จัดพิมพ์คำถามพ่วงและคำอธิบาย 4 ล้านชุด จัดทำเอกสารสาระสำคัญฉบับย่อ ส่งเจ้าบ้าน 17 ล้านชุด จัดพิมพ์เอกสารสาระสำคัญฉบับย่อแจกจ่ายทั่วไป 3 ล้านชุด จัดเวทีชี้แจง 4 ภูมิภาค 4 ครั้ง จัดกิจกรรมรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิ์ใน 77 จังหวัด แก้กฎหมายอำนวยความสะดวกคนพิการ คนสูงอายุ จัดหน่วยออกเสียงพิเศษเคลื่อนที่ให้คนพิการ คนสูงอายุที่รวมตัวกันเป็นกลุ่ม จัดระบบการจดทะเบียนขอใช้สิทธินอกเขตจังหวัดทางอินเตอร์เน็ต ทำแอพพลิเคชั่นต่างๆ นอกจากนี้ ยังมีการอำนวยความสะดวกแก่ผู้สังเกตการณ์นานาชาติที่ประสงค์เข้ามาสังเกตการณ์ จัดรายการทางโทรทัศน์ 13 ครั้ง เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ

เหน็บ นปช.โชว์ต้านโกงมีวาระแฝง

ด้านนายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวว่า เหลือเวลาอีก 1 เดือนครึ่งจะถึงวันลงประชามติ สถานการณ์การเมืองจะเข้มงวดใกล้เข้ามาทุกที มีพวกกวนน้ำให้ขุ่น หาเรื่องสร้างสถานการณ์ก่อความวุ่นวาย ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้บางกลุ่มจะบอกว่าต้องการมีส่วนร่วมในการทำประชามติ แต่มีวาระซ่อนเร้นทางการเมือง เช่น ศูนย์ปราบโกงของ นปช.อมพระ มาพูดไม่มีใครเชื่อ อย่าไปให้ราคามากนัก สถานการณ์ขณะนี้ กกต.ต้องเป็นหลัก ต้องออกโรง มีโฆษกคอยชี้แจงสถานการณ์ต่างๆด้วยความรวดเร็ว ทำงานเป็นทีมอย่าปล่อยให้มีพระเอกเคลื่อนไหวไปคนเดียว อย่าไปทะเลาะสร้างความขัดแย้งกับกลุ่มใด ควรให้เป็นบรรยากาศของการมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ให้ทุกคนมีความรู้สึก พูดแสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องไม่ผิดกฎหมายประชามติ ไม่ใช่ให้เป็นการชี้นำกันไปทั่วว่าอะไรก็พูดไม่ได้ กกต.ต้องมีบทบาทให้ประชาชนเข้าใจมากกว่าที่เป็นอยู่ กกต. และ กรธ.ต้องนำครู ก. ครู ข. และครู ค.มาช่วยทำความเข้าใจและเข้าถึงประชาชนมากกว่าให้เป็นเพียงพิธีกรรม ไปๆมาๆอาจแพ้ศูนย์ปราบโกงก็เป็นได้

เชื่อยกร่าง รธน.ใหม่ไม่มีประชามติ

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงกรณี นปช.ตั้งศูนย์ปราบ โกงประชามติว่า ที่ผ่านมาสถานการณ์มีแนวโน้มหรือว่าจะมีการโกงประชามติ จึงต้องตั้งศูนย์ดังกล่าว นปช.คือมวลชนพรรคเพื่อไทย ซึ่งมีนายทุนอยู่เบื้องหลังคนเดียวกันคือนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คนจึงมองว่ามีภารกิจแฝงซ่อนเร้นเพื่อเคลื่อนไหวทางการเมือง รู้สึกเป็นห่วง เพราะเจตนาของ นปช.ต้องการให้สถานการณ์บานปลายให้รัฐบาล คสช.หมดความชอบธรรม มั่นใจว่าทุกอย่างยังเดินตามโรดแม็ป คสช. อย่างมากที่สุดหากรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติก็ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ อาจใช้เวลา 2 เดือน โดยอาจไม่ลงประชามติอีก ดังนั้น แม้รัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน การเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอนภายในปี 2560 แต่ปัจจัยที่จะทำให้เลื่อนเลือกตั้งหรือไม่คือ นปช. หากทำให้บ้านเมืองไม่สงบวุ่นวาย คสช.คงต้องยึดอำนาจต่อไปเรื่อยๆ

สมช.กัดติดกลุ่มเคลื่อนไหวใต้ดิน

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ว่า อย่างที่เคยพูดไว้ยิ่งใกล้วันทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ยิ่งมีการเคลื่อนไหวมากขึ้น เป็นเรื่องที่คาดการณ์ไว้แล้ว ฝ่ายที่เห็นต่างพยายามเคลื่อนไหวมากขึ้นกับแผนร้ายที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาระบุมีกลุ่มบุคคลเตรียมก่อเหตุความวุ่นวายนั้น เป็นสิ่งที่ คสช.ตรวจสอบในเชิงลึก พบว่ามีความตั้งใจทำให้เกิดความวุ่นวาย การออกมาเตือนของนายกฯเพื่อให้รู้ว่าใครที่คิดทำอย่างนั้นไม่พ้นสายตา ขอให้เลิกคิดทำก่อนที่จะถูกดำเนินการ และอย่าห่วงขณะนี้ฝ่ายความมั่นคงได้ติดตามอย่างใกล้ชิด ถ้ามีการเคลื่อนไหวหรือเพิ่มความรุนแรง เพิ่มความถี่มากขึ้น ดำเนินการทันที เมื่อถามว่า พบมีการเคลื่อนไหวใต้ดินเพื่อล้มประชามติหรือไม่ พล.อ.ทวีปตอบว่า ขณะนี้ยังไม่พบ ฝ่ายความมั่นคงจับตาควบคุมอยู่

ซัดลุอำนาจ–ทุจริตต้นตอปัญหา

วันเดียวกัน ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี นำตอนหนึ่งจากการบรรยายพิเศษให้กับคณะนิสิต นักศึกษา คณาจารย์ ที่วังวรดิศ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. โพสต์เฟซบุ๊กว่า ปัญหาในเรื่องหนึ่งๆ มีที่มาทั้งสิ้น เกิดขึ้นจากการลุแก่อำนาจ ทุจริต ตามน้ำ โดยเฉพาะการลุอำนาจ หากเกิดปัญหาขึ้น ผู้เกี่ยวข้องต้องมีคำตอบ ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม รีบแก้ไขตามขั้นตอนที่มีอยู่ เชื่อมต่อให้ถูก ไม่ผิดฝาผิดขวดหรือผิดเพี้ยนไปจากกระบวนวิธี บอกไม่รู้แล้วโยนเรื่องกันไปมาไม่ได้ ความรับผิดชอบเป็นของใครระบบถูกกำหนดไว้ชัดเจนตามกฎระเบียบ ไม่ใช่เที่ยวตระเวนหาผู้วิเศษมาแก้ปัญหาที่เกิดจากผลประโยชน์ทับซ้อน วงศาคณาญาติ พวกพ้อง การหลอกลวงเพื่อภาพลวงตาไปวันหนึ่งๆ สิ่งไม่ดีเหล่านี้ต้องตัดทิ้งออกหมด ไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีความเกรงใจและต้องไม่สุดโต่ง

นปช.เชิญยูเอ็น–ทูตดูศูนย์ปราบโกง

อีกเรื่อง นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกล ผ่านทางยูทูบถึง กรณี พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมงาน โฆษก คสช. ยกคำสั่ง คสช.ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ไม่ให้ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติว่า ขอให้ หยุดข่มขู่คุกคามประชาชนตามศูนย์ปราบโกงประชามติที่จะตั้งขึ้นตามจังหวัดต่างๆ ถ้าต้องการปิดศูนย์ ให้มาปิดที่ส่วนกลาง กทม.แทน ตนไม่กลัว พร้อมรอให้จับกุมทุกวัน คสช.และรัฐบาลพยายามเขียนเสือให้วัวกลัว แต่ตนไม่กลัว การที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ไม่สั่งห้ามผู้ใต้บังคับบัญชาที่ออกมาข่มขู่ประชาชน ทั้งที่นายกฯระบุให้ตั้งได้ สะท้อนให้เห็นถึงการเปิดไฟเขียวให้ดำเนินการแทนได้ ดังนั้น เมื่อถูกรุกรานกันแบบนี้สัปดาห์หน้าจะไปยื่นหนังสือที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และสถานทูตต่างๆ เพื่อเชิญให้ส่งคนมาสังเกตการณ์ที่ศูนย์ปราบโกงที่ส่วนกลางและต่างจังหวัด

ขึงขังลุยต่อไม่สนข่มขู่คุกคาม

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เหตุใดคณะทำงาน คสช.ไม่ฟังหัวหน้า คสช.ที่บอกว่าศูนย์ปราบโกงของ นปช.เปิดได้ แต่อย่าทำผิดกฎหมายประชามติ การประกาศว่าจะแจ้งความดำเนินคดีถือว่าข่มขู่คุกคามโดยตรง ทั้งที่ยังไม่มีอะไรเป็นความผิด การตั้งศูนย์ปราบโกงเป็นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นเรื่องปกติของการทำประชามติที่ทำกันทั่วโลก แม้แต่การทำประชามติรัฐธรรมนูญปี 50 ที่ประกาศกฎอัยการศึกกว่าครึ่งประเทศยังเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเคลื่อนไหวโดยเสรี วันนี้ คสช.กลัวอะไร การอ้างว่า นปช.ไม่เป็นกลางนั้น ขอให้หันกลับไปมองรายชื่อในแม่น้ำ 5 สาย ไม่ต่ำกว่าครึ่งเคยร่วมเวที กปปส. นปช.ไม่ได้เคลื่อนไหวทางการเมือง แต่เพื่อยืนยันว่าเราเป็นประชาชน ไม่ใช่ผักในตู้ของผู้มีอำนาจ รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่มีผลถึงอนาคตลูกหลาน เราจะไม่คลาน ไปลงคะแนน แต่จะเดินไปในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตย นี่ไม่ใช่การท้าทาย แต่เราจะเลือกเผชิญชะตากรรมนี้ด้วยการยืนหยัดหรือสยบยอม ขอยืนหยัดกับเสรีภาพที่พึงมีของประชาชนและเดินหน้าศูนย์ปราบโกงต่อไป

ฉะตั้งหน้าทำลายหรือตั้งใจจะโกง

นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. กล่าวว่า การตำหนิว่าพวกตนมีคดีติดตัว ไม่ควรมาทำศูนย์ ปราบโกง ไม่ต่างจากผู้ปฏิเสธหลักพื้นฐานของนิติรัฐนิติธรรม ถ้ายังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ต้องปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหา เช่นเดียวกับผู้ไม่มีความผิด ยังควรเป็นโฆษกของรัฐบาลหรือไม่ ที่ถามว่าพวกตนมีหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่นั้น สนับสนุนให้เกิดวัฒนธรรมอันเลวร้ายในประเทศหรือไม่ ประเทศไทยมีคนนิ่งเฉยต่อความชั่วที่เกิดต่อหน้าไม่น้อย ไม่ใช่เพราะความคิดว่าไม่ใช่หน้าที่หรือ ศูนย์ปราบโกงไม่ใช่การโค่นล้ม คสช. แต่จะทำให้ ประชามติครั้งนี้เที่ยงธรรม ไม่ได้ทำให้วุ่นวายเหมือนที่กล่าวหา อย่าหาเรื่องกันเลยดีกว่า ถ้าหาเรื่องรังแกศูนย์ปราบโกงฯ ความวุ่นวายในบ้านเมืองที่จะเกิดขึ้นมาจากพวกท่าน ไม่ใช่พวกตน เพราะประชาชนไทยและชาวโลก จะปักใจตั้งคำถามกันว่าพวกท่านหรือเปล่าตั้งใจที่จะโกง จึงตั้งหน้าตั้งตาทำลายศูนย์ปราบโกงอย่างลืมหูลืมตาไม่ขึ้น

นปช. 17 จว.เหนือคึกแต่งตัวพร้อม

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่บ้านเลขที่ 88/2 หมู่ 3 ต.ป่าเซ่า อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ นายปัณณวัฒน์ นาคมูล ประธานกลุ่ม นปช.อุตรดิตถ์ พร้อมนายศิริวัฒน์ จุปะมัดถา ประธาน นปช.จ.พะเยา และตัวแทน นปช. 17 จังหวัดภาคเหนือ รวมกว่า 50 คน ร่วมกัน แถลงข่าว เตรียมความพร้อมเปิดศูนย์ปราบโกงการลงประชามติ พร้อม นปช.ส่วนกลางในวันที่ 19 มิ.ย.พร้อมกันทั่วประเทศ ตามสโลแกนว่า“ไม่ล้ม ไม่โกง ไม่อายพม่า”นายปัณณวัฒน์กล่าวว่า แต่ละศูนย์จะมีอาสาสมัครช่วยรณรงค์และประจำแต่ละหน่วย พร้อมจัดหาทนายความมาประจำให้คำปรึกษาเรื่อง พ.ร.บ.ประชามติ เน้นช่วยกันรณรงค์ให้ประชาชนผู้รักประชาธิปไตยออกมาลงประชามติให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ขอให้ คสช.สบายใจได้ และอยากให้หน่วยงานความมั่นคงมาตรวจสอบได้

พีซทีวีร้อง กสทช.ถูกปิดรอบสอง

อีกด้าน ที่ร้านกาแฟพีซคอฟฟี่ ชั้น 5 ศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นัดหมายมวลชนเสื้อแดงจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตต่อลมหายใจสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี กระบอกเสียงของกลุ่ม นปช.หาทุนมาช่วยเหลือสภาพคล่อง โดยมีคนเสื้อแดงแฟนคลับพีซทีวีเข้าร่วมอย่างคึกคัก ท่าม กลางกระแสข่าวว่าสถานีโทรทัศน์พีซทีวีกำลังจะจอดำ โดยผู้บริหารสถานีประชุมหารืออย่างเคร่งเครียด ก่อนสรุปว่าในวันที่ 13 มิ.ย. เวลา 09.00 น. จะมีตัวแทนฝ่ายบริหารและผู้ประกาศพีซทีวี ไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

ชี้ฉุนศูนย์ปราบโกงพาลปิดพีซทีวี

จากนั้นเวลา 13.50 น. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ได้ขึ้นเวทีชี้แจงกับมวลชนว่า น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ให้สัมภาษณ์ว่าวันที่ 13 มิ.ย. ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจาย เสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) จะพิจารณาโทษปรับทางการปกครองสูงสุดต่อพีซทีวีว่า จะต้องเพิกถอนใบอนุญาตหรือไม่ หลังตรวจพบว่ารายการ “เข้าใจตรงกันนะ” มีเนื้อหาต้องห้ามขัดต่อประกาศ คสช.และขัดต่อเงื่อนไขการออกอากาศตามบันทึกข้อตกลงของ กสทช.ไม่คาดคิดว่าจะถูกนำกลับมาพิจารณาอีกครั้งทั้งที่เคยถูกปิดมาแล้ว และอยู่ระหว่างขออำนาจศาลปกครองคุ้มครองชั่วคราว เชื่อว่ามาจากการที่ นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ ตอนแรกบอกว่าให้เปิดได้ แต่อย่าลืมจับตัวเอง พอเปิดแล้วเป็นอย่างไร ปิดพีซทีวีเสียเลย สะท้อนว่าผู้มีอำนาจหวาดกลัวประชาชนจนเกินเหตุ สู้เรื่องหนึ่งไม่ได้ไปล้วงเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาสู้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. จะชอบหน้าตนหรือไม่อย่างไร แต่เราควรมีความเป็นลูกผู้ชาย ถ้าจะสู้ ควรตรงไปตรงมา ไม่ควรจะไปรังแกคนอื่น ทำแบบนี้ คิดว่าจะชนะหรือ ถึงวันที่ 7 ส.ค. จะแพ้หนักยิ่งกว่า เลือกตั้งในพม่าเสียอีก การต่อยใต้เข็มขัดไม่ใช่วิสัยนักกีฬา ไม่มีเกียรติจะอยู่ในสนามนี้ ถ้าเป็นมวยเขาก็ไล่ลงจากเวที

โวยระบายแค้นใส่เหยื่ออารมณ์

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวว่า ตนเป็นผู้จัดรายการ “เข้าใจตรงกันนะ” มาตั้งแต่เดือน มี.ค. จำไม่ได้ว่าพูดอะไรไปหรือด่า ใครไปบ้าง แต่ยืนยันว่าพูดบนหลักข้อเท็จจริง เพราะปกติไม่ใช่คนมั่ว พร้อมรับผิดชอบทุกคำพูด ถ้ากสทช.ไม่สบายใจประเด็นไหน พร้อมจะอธิบาย แต่ถ้าอยู่ดีๆ มาปิด เชิญ กสทช.อธิบายประชาชนเอง สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ ไม่ใช่ปัญหาจากเนื้อหาของ สถานีโทรทัศน์พีซทีวี แต่เป็นเรื่องของผู้มีอำนาจ ที่ไม่รู้ว่าจะจัดการศูนย์ปราบโกงอย่างไร จึงมาหาพีซทีวี เหมือนเป็นเหยื่ออารมณ์ พีซทีวีไม่ใช่นางเอกหนังตบจูบ และหัวใจของทุกคนทำด้วยเนื้อ ถ้าถูกบีบมากๆก็เจ็บ ทนมากๆระวังจะไม่ทน ไม่ว่ากสทช.จะทำตามผู้มีอำนาจอย่างไรก็ทำไป แต่อย่ามาระรานประชาชน ควรพิจารณาว่าจะใช้ชีวิตอยู่ต่อไปกับ ผู้ที่มีอำนาจในปัจจุบัน ที่วันหนึ่งต้องหมดอำนาจ หรืออยู่กับประชาชนเจ้าของอำนาจแท้จริง

ชาวบ้านไม่รู้ถึงสิทธิเลือกตั้ง

วันเดียวกัน สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต รายงานผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน เรื่อง “รัฐธรรมนูญในสายตาประชาชน” โดยถามว่ารู้หรือไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่เกี่ยวข้องกับประชาชนอย่างไร ร้อยละ 53.30 ตอบว่าไม่รู้ เพราะไม่ค่อยมีการประชาสัมพันธ์ ร้อยละ 46.70 ตอบว่ารู้ ส่วนสิ่งที่ประชาชนจะได้รับจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ร้อยละ 78.39 ระบุว่าสิทธิเสรีภาพ ความเสมอภาค ร้อยละ 72.71 ระบุว่าบ้านเมืองสงบเรียบร้อย ร้อยละ 66.37 ระบุว่ากฎหมายสูงสุดของประเทศ ร้อยละ 62.44 ระบุว่าการเลือกตั้ง ร้อยละ 61.08 ระบุว่าได้รับการดูแลด้านสิทธิขั้นพื้นฐาน เมื่อถามว่า รู้หรือไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ระบุเรื่องสิทธิเลือกตั้งของประชาชนไว้อย่างไร ร้อยละ 81.22 ตอบว่า ไม่รู้ มีเพียงร้อยละ 18.78 ตอบว่า รู้ว่าคนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปมีสิทธิเลือกตั้ง มีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ส่วนนโยบายปฏิรูปประเทศของรัฐบาล ร้อยละ 56.35 ไม่รู้ว่ารัฐบาลมีการปฏิรูปเรื่องอะไร ร้อยละ 43.65 ตอบว่ารู้ เมื่อถามว่า ประชาชนคิดว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่เป็นอย่างไร ร้อยละ 50.51 ระบุว่าเท่าเดิม ร้อยละ 36.55 ตอบว่าดีขึ้น ร้อยละ 12.94 ตอบว่าแย่ลง

ยังไม่ตัดสินใจโหวตรับหรือไม่รับ

ขณะที่นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) รายงานผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “ผลสำรวจครั้งที่ 4 : การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559” ระหว่างวันที่ 6-7 มิ.ย. พบว่า ร้อยละ 62.96 ระบุยังไม่ตัดสินใจรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ร้อยละ 28.71 ระบุว่าไปลงมติรับร่าง ร้อยละ 7.13 ระบุว่าไปลงมติไม่รับร่าง และร้อยละ 1.20 ไปใช้สิทธิ แต่ไม่มีมติไปทางใดทางหนึ่งชัดเจน เมื่อถามถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับการให้ ส.ว.สรรหาช่วงเปลี่ยนผ่าน 5 ปี มีสิทธิร่วมกับ ส.ส.โหวตเลือกนายกฯร้อยละ 52.70 ระบุว่ายังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 27.38 จะไปลงมติเห็นด้วย ร้อยละ 18.92 ไปลงมติไม่เห็นด้วย

กมธ.สปท.ชงรื้อเกณฑ์ย้าย ตร.

นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในฐานะโฆษก สปท.กล่าวว่า ในการประชุม สปท.วันที่ 13 มิ.ย.จะพิจารณารายงานการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เรื่องการวางแนวทางมาตรฐานการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มาทุกยุค หลักการที่เสนอคือ การแต่งตั้งตำรวจตั้งแต่สารวัตรขึ้นไปจนถึงระดับผู้บัญชาการให้พิจารณาเรียงลำดับตามบัญชีอาวุโส ประกอบความรู้ความสามารถและความประพฤติ ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของตำแหน่งที่ว่าง ผู้ใดถูกลงโทษทางวินัยให้ลดอาวุโสในบัญชีลง 1 ปี ผู้มีความรู้ความสามารถพิเศษ หรือมีความดีความชอบให้คณะกรรมการระดับกองบัญชาการพิจารณาเพิ่มอาวุโสได้ 1 ปี ในแต่ละหน่วยไม่เกินร้อยละ 20 ส่วนอีกร้อยละ 30 หากมีเหตุผลความจำเป็นให้พิจารณาข้ามลำดับอาวุโสได้ โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก ก.ตร.

ตั้ง ผบ.ตร.ยึดอาวุโส–ความสามารถ

โฆษก สปท.กล่าวต่อว่า ส่วนการแต่งตั้งระดับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมาธิการฯเสนอให้พิจารณาเรียงตามลำดับอาวุโสในบัญชีอาวุโส ประกอบความรู้ความสามารถและความประพฤติเพียงสถานเดียว เพราะถือว่าเป็นบัญชีที่มีระบบถ่วงน้ำหนัก ไว้เหมาะสมแล้ว นอกจากนี้ ยังจะเสนอหลักเกณฑ์อื่น ประกอบอีก อาทิ เกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนในระดับเดียวกัน การกำหนดชั้นของกองบัญชาการ กองบังคับการ และสถานีตำรวจ รวมทั้งการปรับปรุง ก.ตร. โดยเสนอแนวทางการยกร่างกฎ ก.ตร.ประกอบรายงาน กมธ.มาด้วย ซึ่งสอดคล้องกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับรอลงประชามติมาตรา 258 ง. (4) ที่กำหนดให้การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจ คำนึงถึงอาวุโสและความรู้ความสามารถ เพื่อให้ตำรวจปฏิบัติหน้าที่ได้โดยไม่ตกอยู่ใต้อาณัติของบุคคลใด มีประสิทธิภาพและภาคภูมิใจในการปฏิบัติหน้าที่

“วิลาศ” ปูด 5 ปมส่อทุจริตใน กปภ.

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) คนใหม่ ตรวจสอบความไม่โปร่งใสในการบริหารงานของ กปภ. 5เรื่องคือ 1.การจัดซื้อคลอรีนเหลว ประกวดราคาเมื่อเดือน ม.ค. บริษัทไทยอาซาฮี ยื่นซองวันที่ 25ม.ค. ต่อรองราคาผิดขั้นตอน ก่อนกำหนดวันเคาะราคา วันที่ 26 ม.ค. และยังพบพิรุธบวกราคาค่าขนส่งกับค่าแก๊สบวกคลอรีนเหลวเกินความจริง 2.กรณีการวางท่อประปา 44.5 กม. ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์วงเงิน 715 ล้านบาท ปีแรกท่อแตกรวม 132 ครั้ง น้ำรั่วไหลกว่า 162.5 ล้านบาท มีการตั้งกรรมการสอบแต่คนรับผิดชอบกลับได้เลื่อนเป็นรองผู้ว่าการ 3.การก่อสร้างอาคารที่ทำ กปภ.เขต 1 ทำสัญญาวงเงิน 25 ล้านบาท นำหนังสือค้ำประกันจากบริษัทลิสซิ่งมาค้ำจนต้องบอกเลิกสัญญา แต่ไม่เรียกค่าชดเชยจากบริษัทแรก 4. การซื้อที่ดินในแนวเวนคืน ผิดระเบียบที่ จ.สุราษฎร์ธานี ในราคาสูงเกินจริง ในแนวเวนคืน ทั้งที่ยังหาแหล่งน้ำดิบไปทำน้ำประปาไม่ได้

จี้ถอนหุ้น “อีส วอเตอร์” ก่อนยื่น ป.ป.ช.

นายวิลาศกล่าวต่อว่า 5.กรณีบริษัทอีส วอเตอร์ เสือนอนกินที่สูบเลือดจาก กปภ.ได้กำไร และแบ่งโบนัส แต่ กปภ.ร่อแร่ ต้องซื้อน้ำดิบราคาแพงถึงคิวละ 10.50 บาท โดยอ้างว่าบริษัทอีส วอเตอร์ลงทุนวางท่อ ทั้งที่เดิมเคยซื้อจากชลประทานได้ราคาคิวละ 50 ส.ต. จึงขอเรียกร้องให้ กปภ.ถอนหุ้นออกมา ที่สำคัญคือ คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า การที่ กปภ.ถือหุ้นในบริษัทอีส วอเตอร์ เป็นการกระทำที่ขัดกับ พ.ร.บ.การประปาส่วนภูมิภาค มาตรา5 ตีความไว้ตั้งแต่ปี 42 แต่ปัจจุบันยังไม่มีการถอนหุ้น ทำให้เสียหายต่อเนื่อง ขอให้ผู้ว่าการ กปภ.คนใหม่ ที่ประกาศว่าจะจัดการกับการทุจริตขอให้ทำจริงจัง ตนจะนำข้อมูล เอกสารหลักฐานทั้งหมดนี้ไปมอบให้ เพื่อให้เร่งดำเนินการให้โปร่งใสภายใน 1 เดือน หากไม่คืบหน้าจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อไป

“ปู” ไหว้พระธาตุช่อแฮเมืองแพร่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะได้เดินทางออกจากที่พักไปยังวัดพระธาตุช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่ นมัสการพระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีเกิด ปีเสือ และมีพระโกศัยเจติยารักษ์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุช่อแฮให้ศีลให้พร พร้อมไหว้พระพุทธโกศัย พระ ประธานในโบสถ์ ก่อนเวียนเทียนรอบพระธาตุ และยังสักการะพระเจ้าทันใจ พระนาคปรก และพระนอน มีประชาชนเดินทางมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก จากนั้นไปยังซุ้มประตูสู่ล้านนา อ.เด่นชัย เยี่ยมชมการทำผ้าบาติก และดูการมัดย้อมและทำผ้าหม้อห้อม ที่บ้านทุ่งโฮ้ง และเวลา 14.30 น. คณะจะเดินทางมายังสนามบินแพร่เพื่อเดินทางกลับกรุงเทพฯ สิ้นสุดการเยือนเมืองแพร่ ตามโครงการ 5 จังหวัดที่นายกฯต้องไปเยี่ยมแฟนเพจ จากการโหวตในเพจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์

แชร์ว่อนแชตเรียกผู้โดยสาร “เหยื่อ”

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโซเชียล มีเดียมีการเผยแพร่ข้อความการสนทนาของกลุ่มบุคคลหนึ่งที่ถูกระบุว่า “เป็นผู้ช่วยนักบิน” สายการบินแห่งหนึ่ง ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะเดินทางโดยสารกลับ จ.แพร่ เป็นการสนทนาในกลุ่ม ได้โพสต์รูป น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคณะระหว่างเดินขึ้นเครื่อง จากนั้นมีข้อความต่อว่า “มีเหยื่อ ออน บอร์ด” และต่อมามีบุคคลเข้ามาแสดงความเห็นว่า CFIT เป็นศัพท์ทางการบิน ระบุว่า “CFIT ย่อมาจาก... = control flight to terrian = # โหม่งโลก” พร้อมเรียกร้องให้ผู้บริหารสายการบินออกมาชี้แจงกรณีถึงความไม่เหมาะสมถึงการกระทำดังกล่าว

ขณะที่เวลาต่อมา ทวิตเตอร์ Patee Sarasin ของนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนก แอร์ จำกัด ได้โพสต์ข้อความว่า “ผมเพิ่งทราบเรื่องนะครับ กำลังตรวจสอบ แต่นิสัยแบบนี้รับไม่ได้เหมือนกันนะครับ”

“ภูมิธรรม” ทวงความรับผิดชอบนกแอร์

ช่วงค่ำนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า แปลกใจที่ผู้มีอาชีพให้บริการผู้อื่น ต้องมีจิตใจบริการ มีความรับผิดชอบต่อชีวิตผู้โดยสารจำนวนมาก แสดงอาการขาดความรับผิดชอบเอาความปลอดภัยซึ่งตามกฎการบินต้องรักษาความลับในข้อมูลการบินของลูกค้าอย่างเคร่งครัด และต้องดูแลชีวิตทรัพย์สินลูกค้าอย่างเต็มที่ กลับเอาเรื่องของลูกค้ามาพูดเล่นเป็นเรื่องตลก มีคำพูดข่มขู่ให้เกิดอันตรายถึงชีวิต เป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างไร้ความรับผิดชอบ ไม่อยากเชื่อว่าองค์กรที่มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบสูงสุดเช่นนี้จะปล่อยให้คนเยี่ยงนี้ ยังทำหน้าที่อยู่ต่อได้อย่างไร แค่คิดก็ไม่ต้องแปลกใจกับอนาคตของ “นกแอร์” คุณพาทีจะจัดการคนของตัวอย่างไร และจะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร

“พาที” เต้นจะโทร.ขอโทษ “ยิ่งลักษณ์”

ล่าสุดนายพาที สารสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด ทวิตเตอร์ข้อความอีกครั้งระบุว่า “เดี๋ยวผมจะโทร.ไปขอโทษคุณยิ่งลักษณ์เองครับ นกแอร์ไม่มีคำว่าการเมือง ผมรับไม่ได้แน่ๆ”

ร่อนหนังสือกราบขออภัย

ต่อมาเวลา 21.15 น. นายพาทีได้โพสต์ภาพหนังสือขอโทษอย่างเป็นทางการต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในนามสายการบินนกแอร์ผ่านทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ โดยระบุว่า “กราบขออภัยกรณีการโพสต์แสดงทัศนคติเชิงลบของนักบินสายการบินนกแอร์ในสื่อโซเซียลมีเดีย ที่ใช้ข้อความไม่เหมาะสม สายการบินรับทราบเรื่องอันไม่ถูกต้องแล้ว ยืนยันสายการบินดำเนินการด้วยความมีธรรมาภิบาล และบริการอย่างเท่าเทียม ปราศจากเลือกปฏิบัติ ข้อความที่ปรากฏเป็นการแสดงทัศนคติส่วนบุคคล สายการบินไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการกระทำอันไม่ถูกต้อง และอยู่ระหว่างสอบสวนข้อเท็จจริง จึงขออภัยคุณยิ่งลักษณ์ เป็นอย่างสูงและเสียใจต่อการกระทำอันไม่ถูกต้องของนักบิน และไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งการแสดงทัศนคติเชิงลบทั้งปวง”

พท.-ปชป.รุมขย่ม กกต.จัดเวทีรณรงค์ประชามติในค่ายทหาร “จาตุรนต์” สับหลอกลวงชี้นำรับร่าง รธน. ปิดปากข่มขู่เอาผิดคนเห็นต่างท้า “วิษณุ” ดีเบตหน้าจอกับฝ่ายไม่เห็นด้วย “สามารถ” จวกไร้ประโยชน์ต้อนไปนั่งฟังข้างเดียว บรรยากาศไม่เป็น 13 มิ.ย. 2559 07:57 ไทยรัฐ