วันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลุยตรวจพื้นที่เหนือดอยสุเทพ-ออบขาน ส่อรุกป่าจำนวนมาก

เครดิตภาพจากกรมป่าไม้

อธิบดีกรมป่าไม้ ตรวจป่าเหนือดอยสุเทพ-ออบขาน ส่อเค้ารุกป่าสร้างรีสอร์ตและโรงแรมจำนวนมาก เร่งตรวจสอบเอกสารสิทธิ หากพบว่าผิดกฎหมาย จ่อยึดคืนหลวง ตามนโยบาย คสช. 

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลบ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ประชุมร่วมกับ นายชูเกียรติ พงศ์ศิริวรรณ ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 เชียงใหม่, นายอรรถพล เจริญชันษา ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า, นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หน.ชุดพยัคฆ์ไพร, พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ฝ่ายปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน., นายกมลไชย คชชา ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 และนายสารินทร์ ปัญญาใจ ผอ.ส่วนป้องกันและปราบปรามภาคเหนือ และนายสุพจน์ ทัศนานนท์ ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าไม้และควบคุมไฟป่า ร่วมกันประชุมหารือสรุปผลการตรวจสอบพื้นที่ป่าไม้ในเขตที่ดูแลของกรมป่าไม้กำกับดูแล แล้วพบว่า มีผู้บุกรุกครอบครอง แล้วก่อสร้างอาคารที่พักรีสอร์ตที่ไม่มีเอกสารสิทธิครอบครองที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ และอุทยานแห่งชาติออบขาน ในพื้นที่ อ.หางดง และ อ.สะเมิง รวมถึง อ.เมืองเชียงใหม่

หลังจากสรุปที่ประชุม นายชลธิศ อธิบดีกรมป่าไม้ ได้นำสื่อมวลชนร่วมขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ตรวจพื้นที่ป่าไม้ใน อ.หางดง อ.สะเมิง พบว่า มีผู้บุกรุกสร้างโรงแรมและบ้านพัก จำนวนมาก ได้ถ่ายภาพทางอากาศเพื่อรวบรวมข้อมูลแล้วลงพื้นที่ตรวจสอบเอกสารสิทธิกับเจ้าของสิ่งปลูกสร้างในภาคพื้นที่ดิน ซึ่งกำลังก่อสร้างจำนวนมากโดยมองจากตาเปล่าพบว่า เป็นพื้นที่ในอุทยาน

อธิบดีกรมป่าไม้ เปิดเผยว่า ในการเดินทางมาตรวจสอบครั้งนี้ก็ได้ทำตามนโยบายของรัฐบาล และคำสั่งของ คสช. ที่ต้องการพลิกฟื้นผืนป่าสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน หลังจากพบว่า ประเทศไทยนั้นมีพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก จำนวนมาก จึงต้องการยึดคืนให้ได้ จำนวน 2 แสนไร่ทั่วประเทศ และการเดินทางมาในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ครั้งนี้ ก็ได้ข้อมูลที่เป็นภาพถ่ายทางอากาศ ว่า ในเขตบ้านโป่งทุ่ง หมู่ที่ 4 และบ้านแม่ฮะ หมู่ที่ 10 ต.บ้านปง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ มีการสร้างบ้านพักตากอากาศ และรีสอร์ต อยู่กลางป่า โดยดูจากภาพแล้วเป็นพื้นที่ป่าสงวนที่เสียหาย จำนวนมาก เพื่อความถูกต้อง จึงได้เดินทางมาตรวจสอบ โดยบูรณาการร่วมกันทั้งในส่วนของกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ ฝ่ายปกครอง กอ.รมน.จังหวัด เข้าตรวจสอบพื้นที่ตามภาพถ่ายที่ปรากฏ ทั้งตรวจสอบด้วยการบินสำรวจ และการเดินเท้าตรวจ จำนวน 6 จุด ที่อยู่ในเขตของสองหมู่บ้านที่ตรวจพบจากการตรวจสอบในเบื้องต้นนั้นก็พบว่า บางพื้นที่มีโฉนดออกมาแล้ว ส่วนพื้นที่อื่นๆ ก็ต้องตรวจให้หมดเช่นกันว่ามีหรือไม่ เพราะยังตรวจสอบไม่เสร็จ ซึ่งโฉนดที่ออกมานั้น ก็ต้องไปตรวจย้อนหลังอีกครั้งว่า มีการออกมาอย่างถูกต้องหรือไม่

สำหรับเรื่องความกังวลเกี่ยวกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ หรือ จะเป็นกลุ่มคนมีสีก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้เกรงกลัวอะไร เพราะทาง คสช. ได้ให้อำนาจมาอย่างเต็มที่ ในการดำเนินการยึดผืนป่าคืน หากพบว่า ในพื้นที่ตรวจพบนั้นผิดกฎหมาย โดยการตรวจสอบก็จะให้ความเป็นธรรมอยู่แล้ว ซึ่งจะให้นำหลักฐานที่มีอยู่มาแสดงก่อนว่า มีการครอบครองและออกโฉนดมาถูกต้อง หรือไม่ จากนั้น ก็จะสำรวจในพื้นที่ว่ามีการบุกรุกเกินกว่าที่ครอบครองไหม หากออกโฉนดอย่างถูกต้องไม่มีการบุกรุกเกินกว่าที่ครอบครองก็ไม่เป็นไร หากจุดไหนที่พบว่า ผิดกฎหมายไม่มีเอกสาร หรือ จุดไหนครอบครองเกินกว่าโฉนดก็ต้องว่าไปตามแต่ละกรณี

นายชีวะภาพ ชีวะธรรม หัวหน้าชุดพยัคฆ์ไพร กล่าวว่า การตรวจสอบในแต่ละพื้นที่ต้องใช้เวลา เพราะเรื่องเอกสารเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่หากพื้นที่ไหนไม่มีเอกสารและเข้าบุกรุกอย่างชัดเจนก็จับกุมดำเนินคดีทันที อย่างกรณีที่เข้าตรวจในวันนี้ก็เช่นกัน ก็ต้องตรวจสอบเอกสารครอบครองก่อน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้ครอบครองด้วย และหากพื้นที่ไหนที่ออกใบอนุญาตให้แบบผิดกฎหมาย ก็ต้องโยงไปหาขบวนการที่อยู่เบื้องหลังด้วยเช่นกัน โดยจะเน้นว่าพื้นที่ครอบครองดังกล่าว หากเป็นของเกษตรกรแล้ว ต้องดูว่ามีความสามารถขนาดที่จะทำเองได้หรือไม่ในจำนวนพื้นที่ที่ตรวจพบ หากประเมินแล้วว่าไม่ได้ ก็คงต้องสืบสวนหาว่านายทุนที่อยู่เบื้องหลังเป็นใคร และหากมีการเปลี่ยนมือ ซื้อขายกัน ก็ต้องตรวจสอบสิทธิการซื้อขายด้วยว่าทำได้หรือไม่ ซึ่งตามนโยบายที่ได้รับมาก็จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ จากการตรวจสอบมีพื้นที่ถูกบุกรุกในเบื้องต้นประมาณ 80 แห่ง ซึ่งพื้นที่บ้านปง อ.หางดง หรืออีกชื่อหนึ่งเรียกว่า "หุบเขาไฮโซ" นี้ เมื่อดูจากพื้นที่ยาวไปจนถึง อ.สะเมิง ที่อยู่ติดกัน ก็น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 30 แห่งแล้ว ซึ่งก็คงต้องมีการสำรวจพื้นที่เพิ่มเติมมากขึ้น และในพื้นที่ภาคเหนือมีพื้นที่ถูกบุกรุกรวมกัน 150 แห่ง หากนับทั่วประเทศ จะมี 900 แห่ง โดยดำเนินคดีด้านบุกรุก ยึดครองพื้นที่ป่าไปแล้ว 200 ราย อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ 300 ราย และอีก 400 ราย ได้ข้อมูลแผนที่ทางอากาศมาแล้ว ซึ่งเตรียมเข้าตรวจสอบต่อในอนาคต ด้านมูลค่าความเสียหายของพื้นที่ป่านั้นประเมินค่าไม่ได้ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ และภาคเหนือ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำจำนวนมาก ที่ถูกบุกรุกไป จึงถือว่า เสียหายอย่างมหาศาลจึงต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในด้านการยึดคืนผืนป่าทั่วประเทศ ภายในกำหนด 90 วัน

อธิบดีกรมป่าไม้ ตรวจป่าเหนือดอยสุเทพ-ออบขาน ส่อเค้ารุกป่าสร้างรีสอร์ตและโรงแรมจำนวนมาก เร่งตรวจสอบเอกสารสิทธิ หากพบว่าผิดกฎหมาย จ่อยึดคืนหลวง ตามนโยบาย คสช. ... 12 มิ.ย. 2559 20:56 13 มิ.ย. 2559 01:54 ไทยรัฐ