วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นำแก๊งโจ๋มือยิง 'น้องเบียร์' ทำแผนแยกมีนฯ เร่งตามจับ 4 คนที่เหลือ

ตร.มีนบุรี นำวัยรุ่น 3 คนทำแผนประกอบคดีที่แยกมีนบุรี หลังก่อเหตุยิง นายทินภัทร หรือ น้องเบียร์ เสียชีวิต พร้อมตามจับผู้ก่อเหตุที่เหลืออีก 4 คน

จากกรณีกลุ่มคนร้าย 5-7 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวน 2 คัน ประกบรถของ นายทินภัทร หรือ เบียร์ ไชยหงส์ ก่อนใช้อาวุธปืนจ่อยิงเข้าที่บริเวณศีรษะ จำนวน 1 นัด จนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดบริเวณปากซอยสุวินทวงศ์ 1/1 ถ.สุวินทวงศ์ แขวงและเขตมีนบุรี กทม. เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา

หลังจากนั้นผู้ปกครอง นายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี คนยิง และนายบี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี คนกลาง ได้เข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี และสามารถติดตามจับกุม นายพี (นามสมมติ) ผู้ร่วมก่อเหตุได้อีก 1 ราย โดยผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น (แค่เขม่นมองหน้า! 2 นร.อ้างเหตุยิงหนุ่ม 15 ดับ พ่อแม่ร่ำไห้ รับศพลูก)

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. 59 พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.มีนบุรี และฝ่ายสืบสวน บก.น.3 กว่า 30 นาย ได้นำตัว นายพี นักเรียนภาคค่ำอาชีวะแห่งหนึ่ง ย่านบางกะปิ และ นายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี นายบี (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน 4กบ 4801 กรุงเทพมหานคร (คันที่ใช้ก่อเหตุ) ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพทั้งหมดจำนวน 3 จุด ท่ามกลางประชาชนที่มายืนมุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก

ทั้งนี้ ประชาชนบางส่วนได้ตะโกนสาปแช่งผู้ต้องหาที่กระทำการเหี้ยมโหดกับผู้ตาย ทั้งๆ ที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จุดแรกบริเวณสี่แยกไฟแดงมีนบุรี โดยรถ จยย.ผู้ตายจอดติดไฟแดงอยู่ฝั่นถนนเสรีไทย ส่วนกลุ่มรถ จยย.คนร้าย จอดติดไฟแดงอยู่ฝั่งถนนสีหบุรานุกิจ ก่อนจะมองหน้ากัน จุดที่สองบริเวณจุดกลับรถใต้สะพานข้ามแยกมีนบุรี ปากซอยสุวินทวงศ์ 1/1 ถ.สุวินทวงศ์ ขณะที่ผู้ตายขับ จยย.ผ่าน คนร้ายได้ผ่าไฟแดง ก่อนย้อนศรหลังป้อมตำรวจ

จากนั้นได้ขับ จยย.ขี่ประกบผู้ตาย ก่อนที่ นายพี จะใช้อาวุธปืนปากกายิงไปที่ศีรษะผู้ตาย จำนวน 1 นัด หลังจากนั้นจึงได้ขับ จยย.หลบหนี มุ่งหน้าไปยัง ถ.สุวินทวงศ์(ฝั่งขาออก) จุดสุดท้ายภายในซอยสุวินทวงศ์ 30/2 ที่กลุ่มผู้ต้องหาขับ จยย.นำเสื้อผ้าที่ใส่ก่อเหตุมาซุกซ่อนไว้บริเวณป่ากล้วย ก่อนที่ทั้งหมดจะแยกย้ายกันไปเรียนตามปกติ

พล.ต.ต.ชัยพร กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาที่ก่อเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญในครั้งนี้ มีทั้งสิ้นจำนวน 7 คน ประกอบด้วย นายพี และเยาวชนอีก 6 คน โดยขณะนี้สามารถจับกุมได้แล้วจำนวน 3 ส่วนอีก 4 ราย พนักงานสอบสวนออกหมายจับครบแล้ว อยู่ในระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้น ซื้อมาจากบุคคลหนึ่งที่พบเจอกันในแหล่งรวมตัวของกลุ่ม

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลเชิงลึกสืบทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดเรียนอยู่วิทยาลัยช่างชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านบางกะปิ สาขาช่างยนต์และช่างไฟฟ้า พักอาศัยอยู่ย่านมีนบุรีและรอยต่อ อ้างว่าขณะเกิดเหตุมีการท้าทายจากผู้ตายและเกิดปากเสียงกัน จึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ประกบข้าง และใช้ปืนไทยประดิษฐ์ (ปืนปากกา) ขนาด .38 ยิงเข้าที่หัวของผู้ตายซึ่งขับขี่อยู่ จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อในสาเหตุดังกล่าว เนื่องจากพฤติการณ์ของผู้ต้องหาที่มีการปกปิดใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน และพกพาอาวุธปืนไว้กับตัวตลอดเวลา อีกทั้งพฤติการณ์แวดล้อมที่กลุ่มผู้ต้องหามีการฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดงเพื่อขับขี่ไปสังหารผู้ตายในที่เกิดเหตุ ซึ่งมาคนละเส้นทางกัน ขัดแย้งกับหลักความจริง แต่ทั้งนี้ก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ จึงเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะรวบรวมพยานหลักฐานให้มากที่สุด ประกอบเข้าสำนวนเพื่อส่งอัยการ ฟ้องต่อศาลตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ด้านนายพี ผู้ต้องหา กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุขึ้น ถูกฝั่งผู้ตายด่าทอและโชว์ของลับ ซึ่งตนไม่ได้สนใจอะไรจนกระทั่งได้ยิงเสียงปืน ตนจึงหันไปมอง พบว่ารถจักรยานยนต์ของผู้ตายล้มลง ตนจึงตกใจแล้วขับรถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าถนนสุวินทวงศ์ ก่อนจะเข้าไปหลบซ่อนตัวภายในซอย 30/2 และตนกับพวกได้ตกลงกันว่าจะแยกย้ายกันไปเรียนตามปกติ ทั้งนี้ ตนไม่ทราบว่าเพื่อนของตนจะก่อเหตุดังกล่าว โดยตนรู้สึกเสียใจ และอยากขอโทษครอบครัวของผู้เสียชีวิต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เฮี้ยน!วิญญาณเหยื่อกระสุนแยกมีนบุรีเข้าสิงญาติ ร่ำไห้ 'ฆ่าเบียร์ทำไม'

ตร.มีนบุรี นำวัยรุ่น 3 คนทำแผนประกอบคดีที่แยกมีนบุรี หลังก่อเหตุยิง นายทินภัทร หรือ น้องเบียร์ เสียชีวิต พร้อมตามจับผู้ก่อเหตุที่เหลืออีก 4 คน 12 มิ.ย. 2559 18:46 12 มิ.ย. 2559 22:21 ไทยรัฐ