วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หน้าพัง ตังค์ก็เสีย EP.1 เปิดประสบการณ์รักษาโฉม หมอปลอม แสนแพง สิวพรึบ!

“ขาวใสไวกว่าแสง แก้มแดงดั่งผลชมพู่ รอยดำจู่ๆ จางหาย สิวมลายหายไปในพริบตา!” นิยามพิเศษที่ผู้สื่อข่าวตั้งให้รายงานพิเศษชิ้นนี้ คงจะใช้ได้ดีกับสังคมไทยในปัจจุบันที่ต้องการ “ความสวยใส” เสกได้ไวดั่งร่ายมนตร์ จนเป็นที่มาของ “คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม” ธุรกิจเสกหน้าใสให้หนุ่มสาวทุกเพศทุกวัย แต่จะใสเป๊ะกับทุกคนหรือไม่? ต้องติดตาม...

สถิติหน้าเยินพุ่ง! คนแห่ร้องคลินิกรักษาผิวหน้า เหตุไร้แพทย์ประจำ ใช้จนท.เลเซอร์แทน

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขอเริ่มต้นรายงานพิเศษชิ้นนี้ด้วยสถิติเรื่องร้องเรียนของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กรณีได้รับความเสียหายจากการใช้บริการสถานเสริมความงามดูแลผิวพรรณ ผิวหน้า โดย นพ.จักรพงษ์ ชุณหเสวี คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้บริการเสริมความงาม สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ให้ข้อมูลทางสถิติว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. - 19 ต.ค. 2558 มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับความเสียหายในสถานบริการเสริมความงามที่เป็นคลินิกและสปา แต่ไม่ใช่คลินิกศัลยกรรม เป็นจำนวน 433 ราย โดยร้องเรียนในประเด็นที่เกิดอาการแพ้ ผื่นแดง ผิวไหม้ ผิวหนังอักเสบ เป็นฝ้า กระ เพิ่มขึ้นหลังรับบริการยิงเลเซอร์ ซึ่งเกิดจากพนักงานที่ให้บริการไม่มีความชำนาญ ผู้ประกอบกิจการไม่มีแพทย์ หรือแพทย์เฉพาะทางอยู่ประจำ เพราะฉะนั้น เมื่อเกิดปัญหา พนักงานไม่สามารถแก้ปัญหาได้

“ในคลินิกเวชกรรมเสริมความงาม การทำหัตถการบางอย่างไม่ได้ทำกับแพทย์ เช่น การทำเลเซอร์ เพราะฉะนั้น ปัญหาที่น่ากังวล คือ การเข้าไปใช้บริการคลินิกที่ไม่ใช่แพทย์จริงๆ หรือเป็นแพทย์ที่แอบอ้างว่าเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านนั้นๆ แต่อันที่จริงแล้วยังไม่ได้รับการรับรองจากแพทยสภา” นพ.จักรพงษ์ คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้บริการเสริมความงาม สคบ. แสดงความเป็นห่วง

ในอีกมิติหนึ่งของ “คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม” ยังมีเรื่องราวทุกขเวทนาของเหล่าผู้บริโภค โดยเฉพาะผู้ที่วาดหวังว่า ภายหลังจากรับการรักษา ผิวหน้าจะเนียนใสตามคำโฆษณาและคำบอกเล่าจากพนักงานประจำคลินิก ดังนั้น คนเหล่านี้จึงยอมจ่ายสตางค์มากมาย หรือแม้กระทั่งขอเงินจากคุณพ่อคุณแม่มาใช้จ่ายแลกหน้าใส แต่สุดท้ายผลที่ได้ คือ สิวไม่ลด รอยดำไม่หาย แต่กลับได้สิวเม็ดน้อยเม็ดใหญ่มาประดับใบหน้าเป็นของที่ระลึกให้ปวดใจ!

จิ๊บ คีตภัทร โอดคลินิกทำหน้าพัง สภาพจิตใจสุดช้ำ หลังสิวเห่อทั่วหน้า

ผู้สื่อข่าวมีโอกาสพูดคุยกับ จิ๊บ คีตภัทร อันติมานนท์ นักแสดงหญิงชื่อดังวิกหมอชิต เธอเล่าประสบการณ์รักษาผิวหน้าที่มาพร้อมความทุกข์ให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ด้วยความที่จิ๊บต้องใช้หน้าตาในการทำงาน ดังนั้น จิ๊บก็จะต้องดูแลผิวหน้า และผิวพรรณให้มีสุขภาพดีอยู่เสมอ เพราะในแต่ละวัน จิ๊บต้องเจอเครื่องสำอางหลากหลายชนิด เจอแสงแดด รวมถึงเจอมลภาวะต่างๆ ตลอดทั้งวัน แต่ภายหลังจากที่จิ๊บเข้ารับการดูแลผิวหน้าจากคลินิกเวชกรรมหลายๆ แห่ง สิ่งที่เกิดขึ้นกลับไม่ใช่ผิวหน้าที่สดใส แต่กลับกลายเป็นสิวที่เห่อขึ้นทั่วทั้งหน้า

“จู่ๆ สิวก็เห่อขึ้นมาทั้งหน้า แต่สิวที่จิ๊บเป็นจะมีลักษณะเห่อขึ้นมาเป็นพักๆ ขึ้นมาอยู่พักหนึ่งแล้วก็หายไป ไม่นานก็เห่อขึ้นมาใหม่อีก เป็นแบบนี้ตลอด ซึ่งสภาพจิตใจของจิ๊บตอนนั้น คือ แย่มากๆ เราต้องทนอยู่กับมันให้ได้ จะทำงานหรือทำกิจกรรมอะไร ก็ทำได้ไม่เต็มที่ เพราะไม่มีความมั่นใจ และตอนนั้น เราไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร ก็เลยพยายามหาครีมหลากหลายแขนงมาใช้ แต่ผลปรากฏว่า หน้าเราแพ้ไปหมดทุกอย่าง และสิวก็ขึ้นไม่หยุด ชนิดที่ว่า ขึ้นมาทุกรูขุมขนเลยก็ว่าได้” จิ๊บ คีตภัทร เล่าอย่างเห็นภาพ

“จิ๊บพยายามหาสาเหตุว่า สิวที่เห่อบนหน้ามาจากอะไร จนจิ๊บตัดสินใจไปพบแพทย์ผิวหนังที่โรงพยาบาล จึงได้ทราบว่า จิ๊บแพ้สเตียรอยด์ และแพ้ยาแก้แพ้ประเภทต่างๆ ยาพวกนี้ทำให้หน้าจิ๊บบาง บางจนไม่เหลือภูมิคุ้มกันใดๆ แถมผดผื่นขึ้นง่ายมากๆ” ดาราวเจอต้นตอการเกิดสิว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คุณจิ๊บมีอาการเช่นนี้ แพทย์ของคลินิกเวชกรรมที่ให้การรักษาคุณจิ๊บไม่สามารถวินัจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงให้คุณจิ๊บได้หรือ? ดาราสาวตอบข้อซักถามข้อนี้ของเราว่า “คือเราไปมาหลายคลินิก แต่ละคลินิกเขาก็ไม่รู้ว่าเราเป็นอะไรกันแน่ แต่ก็ให้ยาแก้แพ้มาอยู่อย่างนั้น เพราะฉะนั้น เมื่อเขาวินิจฉัยอาการเราผิด เขาก็จะรักษาแบบผิดๆ และสิ่งที่ตามมาก็คือ สิวมันกำเริบมากขึ้นเรื่อยๆ”

“จิ๊บไม่กล้าการันตีว่า เลเซอร์หน้า หรือทรีทเมนต์หน้าเป็นปัจจัยที่ทำร้ายหน้าจิ๊บหรือเปล่า แต่ในส่วนที่จิ๊บมั่นใจแน่ๆ ว่าทำร้าย คือ ส่วนผสมของยาที่เราเอามาใช้ แต่สุดท้าย จิ๊บก็ไม่อยากโทษใครนะ เพราะอันที่จริงแล้ว ก่อนที่เราจะตัดสินใจทำอะไร เราก็ควรจะเสาะแสวงหาข้อมูลให้ครบถ้วนรอบด้านเสียก่อน และที่สำคัญ คือ ใดๆ ก็ตามที่เขาโฆษณาว่า สวยเร็ว หายไว หรือเป็นไปในทำนองที่เกินธรรมชาติ เราต้องจำเอาไว้เลยว่า ของพวกนี้มันน่ากลัว และอันตรายเสมอ ดาราชื่อดัง เตือนสติตามประสบการณ์

พนักงานทำเลเซอร์! ไม่เคยเจอแพทย์ หน้าไม่ดีขึ้น แถมเสียเงินครึ่งแสน

จากปัญหาสิวๆ ของดารา ก็ยังมีปัญหาสิวๆ ของคนธรรมดาเช่นกัน โดยผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ คุณจันจิรา (ไม่ขอเปิดเผยนามสกุล) วัย 29 ปี ทีมข่าวรับทราบปัญหาของเธอจากการที่เธอร้องเรียนเข้ามาที่ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค (มพบ.) ซึ่งจันจิราให้ข่าวประหนึ่งปรับทุกข์กับเราว่า ประมาณกลางปีที่ผ่านมา เธอตัดสินใจเข้ารับบริการจากคลินิกเวชกรรมแห่งหนึ่ง เพราะได้รับคำเชิญชวนจากเจ้าหน้าที่สาวใส่ชุดขาวเหมือนพยาบาล คอยยืนเรียกผู้คนที่เดินผ่านไปมาในห้างดังให้เข้าไปตรวจสภาพผิวหน้าฟรี และเธอก็เป็นอีกหนึ่งคนที่โดนล้อมหน้าล้อมหลังจากเหล่าเจ้าหน้าที่สาวอยู่พักใหญ่ ซึ่งจันจิราอดรนทนคำตื๊อของเจ้าหน้าที่ที่เข้ามาห้อมล้อมเธอไม่ไหว จึงตัดสินใจเข้าไปตรวจเช็กสภาพผิวหน้ากับเครื่องสแกนผิวหน้าที่ถูกนำมาตั้งไว้กลางห้าง

ไม่นาน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งผลตรวจสภาพผิวของเธอ พร้อมวิเคราะห์ว่า ผิวหน้าของจันจิราในอนาคตจะเกิดฝ้าหลายจุด เพราะมีความหย่อนคล้อยเกินอายุจริง ดังนั้น จันจิราควรเข้าคอร์สเลเซอร์ผิว

“เราปฏิเสธอยู่หลายครั้งว่า อย่างไรเสีย เราก็ไม่เอา เพราะคอร์สที่ว่านี้เป็นตัวเงินที่มากพอสมควร แต่เจ้าหน้าที่แนะนำเราหลายคอร์สมาก เสนอคอร์สนั้นคอร์สนี้ ดูเหมือนจะใจดีแถมฟรีพร้อมลดราคาให้ด้วย มิหนำซ้ำ ยังรับประกันกับเราด้วยว่า เทคโนโลยีของคลินิกนี้แตกต่างจากคลินิกอื่น เพราะจะเห็นผลตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำเลย ดังนั้น เงินที่เราจ่ายไปจะไม่สูญเปล่าแน่นอน และสุดท้ายเราก็ตอบตกลงทำคอร์สต่างๆ ที่เขาได้นำเสนอมา จากราคาคอร์สแสนเศษๆ ลดไปลดมาเหลืออยู่ที่ 60,000 บาท ซึ่งเรานำเงินในส่วนนี้มาจากที่บ้าน” จันจิรา จดจำเหตุการณ์ได้ดี

ภายหลังจากที่คุณจันจิราตอบตกลงรับบริการจากคลินิกเวชกรรมเสริมความงามแห่งนั้น คุณจันจิราได้พบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญบ้างหรือไม่? เธอตอบกลับเรามาว่า ไม่เคยเจอ ไม่เคยเจอแพทย์แม้แต่ครั้งเดียว ตอนแรกที่เราเข้าไปใช้บริการ คือ การทำเลเซอร์ แต่ผู้ที่ทำเลเซอร์ให้เราเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมมา ไม่ใช่แพทย์ ซึ่งตอนนั้นเราก็คิดว่าเขาทำได้ เพราะเรายังไม่ทราบข้อกำหนดของแพทยสภาที่ระบุว่า การทำเลเซอร์นั้น ต้องเป็นแพทย์เท่านั้นที่สามารถทำได้”

“หลังทำเลเซอร์ครั้งแรกไปเป็นที่เรียบร้อย เรารู้สึกว่าผิวหน้าเราไม่ได้ดีขึ้นเหมือนที่คลินิกโฆษณาไว้ตอนแรก แล้วเราก็ไม่เคยได้พบแพทย์เพื่อวินิจฉัยผิวหน้าของเราเลย และไม่ได้เช็กสภาพผิวหน้าในเครื่องสแกนอย่างที่เขาระบุเอาไว้ตั้งแต่ตอนต้น ซึ่งในส่วนของทีมแพทย์ที่เขาการันตีไว้ว่า มาจาก American Board (The American Board of Anti-Aging and Regenerative Medicine) หรือที่เขาบอกว่า แพทย์ของคลินิกจบเวชศาสตร์ชะลอวัยจากต่างประเทศมาก็ไม่ได้มีอยู่จริง และพอเราเข้าไปเลเซอร์เป็นครั้งที่ 2 โดยเราบอกกับพยาบาลเอาไว้ก่อนว่า เราจะขอพบแพทย์ แต่สุดท้ายก็ยังเป็นเจ้าหน้าที่ทำให้เช่นเดิม พูดอย่างไร ก็ไม่ได้เจอแพทย์ ผลสุดท้ายหน้าเราก็ไม่ได้ดีขึ้น จากที่หน้าดีๆ ก็มีรอยแดง และเงินที่จ่ายไปแล้ว 60,000 ถ้วนก็ไม่ได้คืน” น้ำเสียงของจันจิรา ดูจะเจ็บใจไม่น้อย

สาวแบงก์สุดปวดใจ! ใช้เงินพ่อแม่ตระเวนรักษาสองคลินิก หน้าดีขึ้นพักเดียว สิวแห่หนักกว่าเดิม

นอกจากนี้ เรายังได้พูดคุยกับ คุณเบ๊นท์ วัย 24 ปี (ไม่ขอเปิดเผยชื่อเต็ม) ปัจจุบันเธอประกอบอาชีพพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง เธอถ่ายทอดประสบการณ์การรับการรักษาจากคลินิกสองแห่งย่านรังสิตกับผู้สื่อข่าวว่า “ในช่วงที่เบ๊นท์รักษาสิว เบ๊นท์ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่เลย เงินที่นำมาทำหน้าเลยเป็นเงินของพ่อแม่รวมๆ แล้วก็ประมาณ 5 หมื่นบาท ซึ่งเยอะพอสมควรสำหรับนักศึกษาคนหนึ่ง ตอนนั้นเราไปมา 2 คลินิก และทั้ง 2 คลินิกก็มีเสียงมากๆ อยู่แถวรังสิตทั้งคู่เลย โดยคลินิกแรกที่เบ๊นท์เข้าไป จะมีแพทย์คอยให้คำปรึกษา และวินิจฉัยอาการว่าผิวหน้าเราเป็นอะไร ต้องรักษาด้วยวิธีไหน ซึ่งคำตอบที่ได้ คือ ทรีทเมนต์ และเลเซอร์ โดยผู้ที่ทำเลเซอร์ให้ คือ แพทย์ แต่ไม่รู้ว่าเป็นแพทย์จริงหรือไม่ แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็บอกอย่างนั้นว่า คนที่ทำให้คือแพทย์

โดย เบ๊นท์ เล่าถึงความทุกข์ที่เกิดขึ้นกับเธอให้เราฟังอีกว่า เธอรับการรักษาจากคลินิกแห่งนี้ เป็นจำนวน 1 คอร์ส โดยเจ้าหน้าที่ยืนยันกับเธอตั้งแต่ตอนแรกว่า ผิวหน้าของเธอจะดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับการรักษา และสิวของเธอจะหายทันทีหลังจบคอร์ส ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้เป็นไปตามที่เจ้าหน้าที่บอกทุกประการ แต่...แต่ไม่เกินสองอาทิตย์ สิวหัวดำๆ หลายร้อยเม็ดแห่ขึ้นทั่วใบหน้าของเธอ มิหนำซ้ำ สิวครั้งนี้ยังขึ้นมากกว่าตอนก่อนรักษาเสียอีก และจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ได้ทำให้เธอขยาดคลินิกเดิม และตัดสินใจเริ่มต้นรักษาที่คลินิกแห่งใหม่

จากนั้น การรักษาผิวหน้าในคลินิกที่ 2 ได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง ซึ่งเบ๊นท์ได้พบกับแพทย์ประจำคลินิก เพื่อวินิจฉัยอาการเพียงครั้งแรกครั้งเดียวเท่านั้น และหลังจากนั้น เธอก็ไม่เคยได้พบแพทย์อีกเลย จะมีก็แต่เจ้าหน้าที่ประจำคลินิกที่คอยทำหน้าที่กดสิว และทรีทเมนต์ให้กับเธอตลอดทั้งคอร์สการรักษา

“พอรักษาจากคลินิกที่สองเสร็จ หน้าเบ๊นท์ดีขึ้นจริง แต่ดีเหมือนคลินิกแรกเป๊ะ เพราะดีขึ้นได้ไม่ถึงเดือน สิวก็เห่อขึ้นมาอีก ตอนนั้นเบ๊นท์ทุกข์ใจมาก ไปไหนมาไหนก็อาย คือสายตาของทุกคนที่มองเรา เหมือนไม่ได้มองหน้าเราจริงๆ เรารู้สึกว่าเขามองที่สิวเรา เพราะมันเยอะมากๆ และยิ่งเวลาที่คนทัก ยิ่งทำให้เบ๊นท์เครียดเข้าไปใหญ่” คำพูดของสาวแบงก์ท่านนี้ สะท้อนให้เห็นว่า ความทุกข์บนใบหน้าของหญิงสาวนั้น ยิ่งใหญ่นัก

“เราใช้เวลาหาข้อมูลอยู่พักหนึ่งก็ได้รู้ว่า ผิวหน้าเราแพ้สเตียรอยด์ พอไม่ได้ใช้สเตียรอยด์ก็เลยทำให้สิวเห่อขึ้นทั่วทั้งหน้า สุดท้ายเราต้องหยุดใช้ยาที่ได้มาจากคลินิกก่อนๆ เพราะเราไม่รู้ว่า ยาของคลินิกผสมสเตียรอยด์มากน้อยแค่ไหน แต่เจ้าหน้าที่ประจำคลินิกบอกกับเราว่า ยาบางตัวไม่ผสมสเตียรอยด์เลย แต่ยาบางตัวก็ผสม แต่ผสมน้อยมาก สุดท้ายเราตัดสินใจเด็ดขาดไปหาแพทย์ผิวหนังที่สถาบันโรคผิวหนัง จากนั้นหน้าเราก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้ไม่มีสิวแล้ว และภาวนาให้ไม่เป็นแบบนั้นอีก” เบ๊นท์ สาวแบงก์วัย 24 ปี เธอเข็ดขยาดไปตลอดชีวิต


สิวขึ้นที่หน้าแค่เจ็บหน้า
แต่ความทุกข์ ความอาย ความหดหู่
ที่
เจ็บตรงใจ ใครจะรักษา?


ห้ามพลาด! หน้าพัง ตังค์ก็เสีย ในตอนที่ 2 ทีมข่าวได้ทำการทดลองใช้บริการจากคลินิกเวชกรรมเสริมความงาม 2 แห่ง ทีมข่าวจะเข้าไปพบกับอะไร ต้องติดตาม!

โปรดอ่านตอนที่เกี่ยวข้อง

หน้าพัง ตังค์ก็เสีย EP.2 พิสูจน์ชัด! คลินิกดังมักง่าย ใช้หมอเถื่อนเลเซอร์ จริงหรือ?

หน้าพัง ตังค์ก็เสีย EP.3 ไขทุกข้อกังขาคลินิกสิว จัดโปรฯ หมอล่องหน เลี้ยงไข้ ผิดไหม?

หน้าพัง ตังค์ก็เสีย EP.4 ทันเกมคลินิก! แจกสูตรขั้นเทพ การันตีสิวไม่กรัง หนังหน้าเนียนเป๊ะ

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ 
สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ
“ขาวใสไวกว่าแสง แก้มแดงดั่งผลชมพู่ รอยดำจู่ๆ จางหาย สิวมลายหายไปในพริบตา!” จนเป็นที่มาของ “คลินิกเวชกรรมความงาม” ธุรกิจเสกหน้าใสให้หนุ่มสาวทุกเพศทุกวัย แต่จะใสเป๊ะกับทุกคนหรือไม่? ต้องติดตาม... 12 มิ.ย. 2559 14:33 ไทยรัฐ