วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เกิดอะไรขึ้นเมื่อกฎหมายไร้ค่า

โดย สายล่อฟ้า

บ้านนี้เมืองนี้มีปัญหาใหญ่อยู่เรื่องหนึ่งก็คือ การบังคับใช้กฎหมายที่ไร้ประสิทธิภาพ จนนำไปสู่จุดเชื่อมโยงที่ทำให้เกิดผลกระทบไปแทบทุกด้าน 2 ปีของ คสช.ที่ผ่านมาคงได้เห็นแล้วว่าได้เกิดอะไรขึ้นเป็นลูกโซ่

แม้ว่าผู้บริหารประเทศจะมีความจริงใจและทราบถึงปัญหาเหล่านี้เป็นอย่างดี แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะแก้ไขกันได้อย่างง่ายๆ

ล่าสุด นายอรัน มิชรา ผู้อำนวยการสำนักงานสาขาองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศเอเชียแปซิฟิก ที่เข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เพื่อสอบถามและติดตามความคืบหน้าการบินพลเรือนไทย

เพราะถูก “ใบแดง” แจ้งโทษเอาไว้

ด้านหนึ่งได้รับคำชมว่า รัฐบาลเอาจริงเอาจังในการแก้ไขปัญหา อุตสาหกรรมการบินของไทยถือว่าใหญ่ระดับภูมิภาค เสริมสร้างการท่องเที่ยว หากแก้ไขปัญหาได้ก็จะเกิดผลดี เนื่องจากสายการบินต่างๆต้องการบินในเส้นทางประเทศไทย

นั่นก็เพราะเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคนี้

หลังจากไทยถูกใบแดงก็พยายามแก้ไขปัญหาทั้งระบบ แต่ค่อนข้างจะล่าช้า เนื่องจากผู้รับผิดชอบไม่ค่อยกล้าตัดสินใจทำให้แทนที่จะเรียบร้อยไปแล้วก็ยังต้องจี้ไชกันตลอดเวลา

แม้กระทั่งความปลอดภัยในด้านการบินขนาดว่านายกฯต้องออกคำสั่ง ม.44 เพื่อไม่ให้จุดบั้งไฟเพราะเป็นอันตรายต่อการบิน ทั้งที่จริงแล้วเรื่องนี้มีกฎหมายบังคับใช้อยู่แล้ว ทว่า การบังคับใช้กฎหมายไม่ได้ผล

ที่จุดบั้งไฟกันเป็นประเพณีและความเชื่อก็พอจะรับฟังกันได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นเรื่องของการเล่นพนันขันต่อที่ตำรวจเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ มันก็เลยเป็นปัญหา

จากนี้ไปหากใครจุดบั้งไฟจะต้องขออนุญาตก่อน ไม่รู้จะได้ผลแค่ไหน

และนี่คืออุปสรรคอย่างหนึ่งในการแก้ไขด้านการบิน

หรือแม้กระทั่งการที่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ประกาศใช้ ม.44 เรื่องการหาที่ดินเพื่อใช้ดำเนินการโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อแก้ไขปัญหาการบุกรุกลำน้ำสาธารณะ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี คลองเชียงรากใหญ่ เนื้อที่ราว 30 ไร่

เรื่องนี้หากมองให้ลึกลงไปแล้ว ผู้บุกรุกได้กระทำผิดกันมานาน เพราะเป็นการบุกรุกพื้นที่ลำคลองสาธารณะ

มีความผิดในตัวอยู่แล้ว

แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่จังหวัดและท้องถิ่นปล่อยปละละเลยไม่กล้าที่จะใช้กฎหมายไปจัดการให้เด็ดขาด องค์กรท้องถิ่นซึ่งรับผิดชอบโดยตรงก็ไม่ทำหน้าที่ เพราะจำนวนประชากรมีจำนวนมาก และเคยสนับสนุนการเมืองมาตลอด หากเข้าไปจัดการก็เกรงว่าจะถูกต่อต้าน เสียผลทางการเมือง

สุดท้ายก็ต้องอาศัย ม.44 โยนให้เป็นเรื่องของนายกฯที่ต้องเปลืองตัวเข้าไปอีก

นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เพราะแทนที่จะใช้ ม.44 ในเรื่องใหญ่ และต้องการใช้อำนาจเด็ดขาด แต่ก็ต้องนำมาใช้กับเรื่องเล็กๆอย่างนี้

และที่กำลังครึกโครมอยู่ในเวลานี้ก็เรื่อง “ส่วยค้ากาม” เมื่อเจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทยได้บุกเข้าไปจับกุมโรงนวด “นาตารี” ซึ่งมีการร้องเรียนว่ามีการนำหญิงสาวจากประเทศเพื่อนบ้านไปค้ากาม อายุตํ่ากว่า 20 ปีก็มี

ยิ่งตรวจสอบแล้วพบว่ามีการส่งส่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายหน่วยงานเนื่องจากพบบัญชีการจ่ายเงินเรียงตามลำดับเป็นเล่มๆทั้งๆที่ไทยกำลังอยู่ในฐานะที่ไม่ดีนักเรื่อง “ค้ามนุษย์” ซึ่งขนาดถูก “ใบเหลือง” อันเกี่ยวกับด้านประมง มาเจอเรื่องนี้เข้าไปอีกก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร

เป็น “คอร์รัปชัน” ที่ทำให้กฎหมายไร้ความศักดิ์สิทธิ์.

“สายล่อฟ้า”

12 มิ.ย. 2559 13:14 12 มิ.ย. 2559 13:14 ไทยรัฐ