วันพุธที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ดักทางล้มร่างรัฐธรรมนูญ : ปรับยุทธศาสตร์ปูพรมแจงจุดแข็งกติกาใหม่

เปิดฉากยุทธศาสตร์การประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญฉบับทำประชามติของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กันไปแล้ว

โดยได้จัดกิจกรรมฝึกอบรมวิทยากรอาสาสมัครเผยแพร่ประชาธิปไตยระดับจังหวัด (ครู ก.) มีกระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพ ทำงานร่วมกับ กรธ. ที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน กรธ.

โครงการฝึกอบรมครู ก. มีผู้ว่าราชการจังหวัด ตัวแทนผู้นำชุมชน กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ จาก 77 จังหวัด จังหวัดละ 5 คน มาเป็นหัวจักรรถไฟเผยแพร่เนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญ

แล้วนำไปถ่ายทอด จัดฝึกอบรมครู ข. ในระดับอำเภอ และครู ค. ในระดับหมู่บ้านและชุมชน ซึ่งเมื่อรวมวิทยากรทุกระดับมีจำนวน 331,124 คน เพื่อนำความจริงไปบอกกล่าวกับประชาชน

ล่าสุด ทีมข่าวการเมือง ได้เกาะติดท่าทีของ กรธ.ระหว่างมีการประชุมวางแผนประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญ สรุปผลการอบรมครู ก. และการวางแนวทางลงพื้นที่อบรมครู ค. โดยตอกย้ำให้วิทยากรทั้งหมดปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ประชามติอย่างเคร่งครัด ทำหน้าที่ด้วยความเป็นกลาง ไม่แสดงความคิดเห็นส่วนตัว ไม่โน้มน้าวให้ประชาชนรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

ขอให้พูดเนื้อหาตามตัวร่างรัฐธรรมนูญ คำอธิบายสาระสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องเด่น ที่ครู ข. และครู ค.ควรมีคำอธิบายให้ประชาชนรู้และเข้าใจ

ประกอบด้วย “การคุ้มครองสิทธิประชาชนรอบด้าน” “ไม่ต้องร้องขอจากรัฐ” “ทุกเสียงมีค่ากาบัตรเดียว” “ตัดสิทธิคนโกง” “ยกระดับการเมือง” “ทุกคนมีส่วนร่วมได้จริง” “ประชาชนรู้ล่วงหน้าว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี”

ขณะที่แนวทางครู ค. ควรชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ โดยทาง กรธ.ได้จัดทำเอกสาร 5 คำถามประกอบการชี้แจงด้วยว่า “รัฐธรรมนูญเกี่ยวข้องกับประชาชนอย่างไร” “ประชาชนได้อะไรจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่”

“สิทธิในการเลือกตั้งเป็นอย่างไร” “จะมีการปฏิรูปอะไรบ้างและประชาชนได้อะไรจากการปฏิรูป” “เมื่อมีรัฐธรรมนูญแล้วประชาชนจะอยู่ดีกินดีขึ้นไหม”

ซึ่งนำลงเว็บไซต์ www.cdc.or.th ของ กมธ.แล้ว เพื่อให้เป็นการทดสอบความคิดและประเมินผลหลังจากเข้ากระบวนการอบรมและให้ความรู้เกี่ยวกับสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ ว่ากติกาใหม่ให้อะไรแก่ประชาชนบ้าง

และให้วิทยากรระดับต่างๆ โดยเฉพาะครู ค. นำไปขบคิด หาคำตอบด้วยกันภายในทีมว่าในพื้นที่ของพวกเขาจะต้องตอบอย่างไรให้เข้ากับพื้นที่นั้นๆ เพื่อให้คำตอบนั้นเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อเผยแพร่ในระดับหมู่บ้าน ในชุมชนจะได้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

หลีกเลี่ยงการให้ข้อมูลอันก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างครู ก. ครู ข. ครู ค. และประชาชนในพื้นที่

ขอให้เอาความจริงสู้กับขบวนการบิดเบือนข้อมูล เรื่องนี้ กรธ.เน้นเป็นพิเศษ เพราะหลังจากเริ่มลงพื้นที่ไม่ทันไร ได้ถูกขบวนการจ้องดิสเครดิต กรธ. และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งแต่หัววัน มีการบิดเบือนโดยใช้ 108 วิชามาร โจมตีร่างรัฐธรรมนูญให้สะเทือนไปถึง กรธ. คสช. เปรียบเหมือนตีวัวกระทบคราด

ล่าสุดมีการ บิดเบือน ความหมายของคำว่า “ครู ค.” ไปในทางที่ไม่สร้างสรรค์ จนกลายเป็นประเด็นใหญ่ให้สังคมเข้าใจผิด กระทรวงมหาดไทยต้องสั่งใช้คำว่า “วิทยากรระดับหมู่บ้านและชุมชน” แทนคำว่า “ครู ค.”

แค่เริ่มต้นก็ถูกบิดเบือนตั้งแต่หัววัน กรธ.หลายคนก็เชื่อมั่นว่าโค้งสุดท้ายก่อนถึงวันทำประชามติ ขบวนการจ้องล้มร่างรัฐธรรมนูญคงออกอาวุธกันหนักขึ้น

กรธ.จึงเน้นย้ำให้วิทยากรทั้งหมดพูดตามตัวร่างรัฐธรรมนูญ โดยอธิบายสาระสำคัญ พูดตามข้อมูลจริง อย่าปั้นเสริมเติมแต่ง ห้ามโน้มน้าวให้ประชาชนรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ

มุ่งทำตามที่กฎหมายกำหนด ขอย้ำให้เน้นเอาความจริงเข้าสู้ขบวนการบิดเบือนเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญ

หากพบคำถามจากประชาชนแล้วตอบไม่ได้ หรือเจอคำถามประหลาดๆ ก็อย่าไปตอบ อะไรที่ตอบไม่ได้ ให้มาถาม กรธ. ทาง กรธ.มีช่องทางให้บรรดาวิทยากรมาสอบถามได้ เพื่อความถูกต้องของข้อมูล หรือหากไปได้ยินชาวบ้านคุยหรือเป็นข่าวลือต่างๆนานา ขอให้มาปรึกษา กรธ.ก่อน จะได้รับทราบข้อมูลเหล่านี้และหาทางออกให้

หากไปเจอขบวนการยั่วยุ ไปเจอเหตุการณ์ที่ประชาชนมีท่าทีไม่รับฟัง ชวนทะเลาะ ขอให้วิทยากรหลีกเลี่ยง อย่าลงไปทะเลาะ อย่าไปเป็นคู่กรณี เพราะวิทยากรมีหน้าที่เผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญ ทำงานเพื่อบ้านเมือง

กรธ.ไม่ลืมที่ต้องการให้เกิดความปลอดภัยกับบรรดาวิทยากร และหาเกราะป้องกันให้วิทยากร แม้บางพื้นที่ที่อาจจะดูว่ามีความเสี่ยง มีกระแสต่อต้านร่างรัฐธรรมนูญ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาและอุปสรรค

เพราะเชื่อมือ “วิทยากรระดับหมู่บ้านและชุมชน” ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ รู้ดีว่ากลุ่มไหนคุยได้หรือไม่ได้

แต่ กรธ.ก็ไม่ได้ปล่อยให้ “วิทยากรระดับหมู่บ้านและชุมชน” ลงพื้นที่ตามลำพัง จะส่งคนตามไปสนับสนุนการทำงานในพื้นที่ต่างๆลงไปให้กำลังใจ และให้คำปรึกษาด้วย

ที่ผ่านมามีปัญหาการอบรมวิทยากรบ้าง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องทางเทคนิคมากกว่า อาทิ เอกสารประกอบชี้แจงไม่เพียงพอ ปัญหาเกี่ยวกับเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ทาง กรธ.ก็แก้ไขกันไปแล้ว

อีกปัญหาเกี่ยวกับการตอบคำถามของวิทยากรยังไม่ชัดเจน ยังมีความคลาดเคลื่อนบ้างเล็กน้อย กรธ.ก็เข้าไปช่วยเสริมและทำความเข้าใจ เช่น ประชาชนมักถามถึงกระบวนการทำงานและนโยบายของรัฐ อาทิ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โครงการบัตรทอง เป็นคำถามที่เกี่ยวกับรัฐบาลแต่ละยุคจัดการ ไม่มีเขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ

ขณะที่วันที่ 8-21 มิ.ย.2559 กรธ.จะกระจายลงพื้นที่เพื่อช่วย “วิทยากรระดับหมู่บ้านและชุมชน” เผยแพร่และทำความเข้าใจต่อร่างรัฐธรรมนูญ และแบ่งสายลงไปสร้างบรรยากาศ สร้างความมั่นใจแก่ “วิทยากรระดับหมู่บ้านและชุมชน”

โดยแบ่งเป็น 9 กลุ่มทั่วประเทศ ประกอบด้วย กลุ่มจังหวัดภาคกลาง ลพบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นนทบุรี ปทุมธานี สระบุรี

กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออก ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว นครนายกสมุทรปราการ

กลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี

กลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ เลย นครพนม มุกดาหาร สกลนคร ขอนแก่น กาฬสินธุ์

กลุ่มจังหวัดอีสานตอนล่าง บุรีรัมย์ นครราชสีมา สุรินทร์ ชัยภูมิ อำนาจเจริญ อุบลราชธานี ยโสธร ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม

กลุ่มจังหวัดภาคใต้ตอนบน ภูเก็ต พังงา ระนอง กระบี่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช กลุ่มจังหวัดภาคใต้ตอนล่าง สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พัทลุง ตรัง

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน เชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน พะเยา แม่ฮ่องสอน ลำปาง ลำพูน

กลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง พิษณุโลก ตาก สุโขทัย เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี

และอาจจะมีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ร่วมกระจายลงพื้นที่ช่วยด้วยอีกทางหนึ่ง

ทั้งหมดจะมีการติดตาม ประเมินผล ผ่านกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ตั้งศูนย์ประสานงานระดับจังหวัดและระดับอำเภอ มีแบบฟอร์มเป็นคู่มือให้ “วิทยากรระดับหมู่บ้านและชุมชน” ดำเนินการ ก่อนส่งกลับให้ศูนย์ประสานงานดังกล่าว เพื่อประเมินผลงาน

และในเดือน ก.ค.2559 จะมีการทำโพลทุกสัปดาห์ พร้อมขอให้สำนักงานสถิติแห่งชาติทำโพลในภาพรวมว่าประชาชนเข้าใจในข้อเท็จจริงของรัฐธรรมนูญอย่างไร

เพื่อทำให้ประชาชนรับรู้ข้อมูลก่อนตัดสินใจลงประชามติ.

ทีมการเมือง

12 มิ.ย. 2559 11:32 12 มิ.ย. 2559 11:33 ไทยรัฐ