วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กอ.รมน. จ่อแจ้งความเอ็นจีโอ เอาผิดกล่าวหา จนท.ซ้อมทรมานใน จชต.

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงหลังมีองค์กรเผยแพร่การซ้อมทรมานในจังหวัดชายแดนใต้ เรียกมาให้ข้อมูลกลับไม่ได้รับความร่วมมือ จ่อแจ้งความให้ศาลช่วยหาความจริง เอาผิดผู้จัดทำรายงาน ทำ จนท. เสื่อมเสียเกียรติยศ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 มิ.ย. 59 พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. กล่าวว่า กรณีสำนักปาตานีรายาเพื่อสันติภาพและการพัฒนา (LEMPAR) และฮิวแมน ไรท์ วอทช์ ออกแถลงการณ์เมื่อ 9 มิ.ย. 59 เรียกร้องรัฐให้ความเป็นธรรมและเคารพในหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติแบบสองมาตรฐาน รวมทั้งให้ถอนฟ้อง 3 นักสิทธิมนุษยชน พร้อมกับเรียกร้องให้เครือข่ายองค์กรด้านสิทธิมนุษยชน ช่วยกันรณรงค์ปกป้องสิทธิขั้นพื้นฐานของนักปกป้องสิทธิมนุษยชนนั้น

ขอชี้แจงว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 59 น.ส.อัญชนา หีมมิน๊ะห์ ประธานกลุ่มด้วยใจ ยื่นหนังสือให้ พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.รมน.ภาค 4 ที่ค่ายจุฬาภรณ์ จ.นราธิวาส เกี่ยวกับสถานการณ์การซ้อมทรมานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยแม่ทัพภาคที่ 4 รับปากจะทำการตรวจสอบให้ข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน

ต่อมาวันที่ 10 ก.พ. 59 กลุ่มเครือข่ายองค์กรที่จัดทำรายงาน ซึ่งประกอบด้วย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม กลุ่มด้วยใจ และองค์กรเครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี ร่วมกันแถลงข่าวและเปิดตัวหนังสือ “รายงานสถานการณ์การทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ปี 2557–2558” ซึ่ง พล.ท.วิวรรธน์ สั่งการให้เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยความโปร่งใส เพื่อนำมาสู่การลงโทษผู้กระทำความผิดและใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้เป็นที่ยอมรับ และสร้างความเชื่อมั่นโดยเร่งด่วนต่อไป รวมทั้งทำหนังสือถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ช่วยตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วย

คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องจากรายงานดังกล่าว จำนวน 54 ราย พบว่าสามารถตรวจสอบและระบุตัวบุคคลได้เพียง 18 ราย และไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อได้ว่ามีการซ้อมทรมานแต่อย่างใด ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้เชิญ น.ส.อัญชนา มาร่วมประชุมเมื่อวันที่ 14 ก.พ. 59 รวมทั้งได้ประสานขอข้อมูลบุคคลที่กล่าวอ้างกับผู้จัดทำรายงานอย่างต่อเนื่องหลายครั้ง เพื่อร่วมกันตรวจสอบความจริงให้ปรากฏ แต่ไม่ได้รับความร่วมมือจากบุคคลและองค์กรที่เกี่ยวข้อง

พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อไม่ได้รับความร่วมมือ จึงถือเป็นการเจตนาจงใจปกปิดข้อมูลโดยใช้เหยื่อเป็นเครื่องมือในการจัดทำรายงาน มิใช่การนำไปสู่การตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเยียวยาและหาแนวทางแก้ไขตามที่กล่าวอ้าง และขณะเดียวกันยังนำเอกสารไปเผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งที่ยังไม่ได้ร่วมกันตรวจสอบ ซึ่งอาจทำให้สังคมเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติภูมิ และความเชื่อมั่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน นอกจากนี้ มีบางประเด็นที่สำคัญ เช่น “โดนให้เปลือยกายในห้องเย็นต่อหน้าเจ้าหน้าที่ทหารพรานหญิง และโดนทหารพรานหญิงเอาหน้าอกมาแนบที่ใบหน้า” ถือเป็นการทำลายศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของสตรีอย่างร้ายแรง

จึงจำเป็นต้องอาศัยกลไกทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมด้วยการเข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานสอบสวน หากพยานหลักฐานมีอยู่จริง ผู้จัดทำรายงานต้องนำมาเป็นข้อต่อสู้ในชั้นศาล แต่หากมีเจตนาบิดเบือนก็สมควรได้รับโทษในฐานะที่เป็นผู้ละเมิดสิทธิ ทำลายเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และสิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าหน้าที่รัฐผู้ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทเสียสละและหน่วยงานของรัฐที่พยายามมุ่งมั่นตั้งใจเพื่อลดเงื่อนไขหล่อเลี้ยงความรุนแรง พร้อมทั้งยืนยันว่า รัฐจะให้ความคุ้มครองทางกฎหมายต่อประชาชนทุกคนอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม แต่ไม่สามารถเพิกเฉยหรือเลือกปฏิบัติต่อผู้ที่ละเมิดสิทธิ์ผู้อื่นหรือกระทำผิดกฎหมายได้

ดังนั้น การออกมาเรียกร้องของกลุ่ม LEMPAR และฮิวแมน ไรท์ วอทช์ โดยขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน จะสุ่มเสี่ยงต่อการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้กฎหมู่ให้อยู่เหนือกฎหมาย ซึ่งจะเป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ทุกวันนี้.

ข่าวที่เกี่ยวข้อง โฆษก กอ.รมน.ฯ ย้ำ รายงานทรมานผู้ถูกควบคุมตัวเป็นข้อมูลเก่า

โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. แถลงหลังมีองค์กรเผยแพร่การซ้อมทรมานในจังหวัดชายแดนใต้ เรียกมาให้ข้อมูลกลับไม่ได้รับความร่วมมือ จ่อแจ้งความให้ศาลช่วยหาความจริง เอาผิดผู้จัดทำรายงาน ทำ จนท. เสื่อมเสียเกียรติยศ 11 มิ.ย. 2559 16:55 11 มิ.ย. 2559 18:51 ไทยรัฐ