วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ ศิลปกรรมชิ้นเอกที่ทรงคุณค่าแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

กรุงรัตนโกสินทร์ของเราเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมชิ้นเอกทรงคุณค่ามากมาย ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง เพื่อเป็นตัวแทนของพระราชศรัทธาและพระเกียรติยศยิ่งใหญ่ ที่พระราชทานไว้เป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าแก่ปวงชนชาวไทย

หนึ่งในสถาปัตยกรรมชิ้นเอก ที่เป็นตัวแทนแห่งพระเกียรติยศสูงส่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 คือ “เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์” ศิลปกรรมมาสเตอร์พีซ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งถือเป็นสถาปัตยกรรมไทยที่มีจำนวนยอดมากที่สุดในประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ โดยจัดสร้างเป็นเรือนยอด 9 ยอดตามรัชกาล จากเดิมที่จัดสร้างไว้เพียง 5 ยอด คือ พระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง สร้างขึ้น ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า
เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

“เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์” ตั้งอยู่ในสนามด้านทิศตะวันออกของพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ “สถาบันสิริกิติ์” จัดสร้างอาคารเรือนยอด 9 ยอด เพื่อน้อมเกล้าฯถวายในโอกาสมหามงคล ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี ในปี 2559 และทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 90 พรรษา ในปี 2560, สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ ในปี 2559, สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ ในปี 2555, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ ในปี 2558, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ ในปี 2560 และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ทรงเจริญพระชนมายุครบ 5 รอบ ในปี 2554

พร้อมกันนี้ได้พระราชทานนามว่า “เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์” อันมีความหมายว่า “เรือนยอดที่สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติในโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งใหญ่” ที่สำคัญยังเป็นเรือนยอดสูงสุดในประวัติศาสตร์ศิลปะไทยอีกด้วย ซึ่งพสกนิกรชาวไทยจะได้ร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสอันเป็นมหามงคลและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมาชิกในราชสกุลมหิดล

สถาปัตยกรรมชิ้นเอกโดยฝีมือคนไทยหลังนี้ เป็นอาคารจัตุรมุขโถง ยกพื้นสูง มียอดทรงปราสาท 9 ยอด โครงสร้างและส่วนประกอบตกแต่งทั้งหมดหล่อด้วยโลหะ โดยงานจำหลักไม้ต้นแบบทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของช่างศิลปาชีพของสถาบันสิริกิติ์ สวนจิตรลดา ทั้งสิ้น “ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ” รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า สถาบันสิริกิติ์ ประกอบด้วยช่างฝีมือมากมาย ล้วนมาจากลูกหลานชาวนาชาวไร่ ที่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงรับมาจากครอบครัวในต่างจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือครอบครัวเขาให้มีรายได้ดีขึ้น และเป็นการช่วยอนุรักษ์ศิลปะของชาติ โดยมาเรียนงานฝีมือตั้งแต่เริ่มแรก จากที่ทำอะไรไม่เป็นเลย จนบัดนี้ได้กลายเป็นช่างฝีมือสุดยอด

ส่วนที่เลือกสร้างเป็นอาคารโลหะทั้งหลัง ที่นับเป็นเรือนยอดโลหะหลังแรกในประเทศไทย “ท่านผู้หญิงสุภรณ์เพ็ญ หลวงเทพนิมิต” รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงาน ได้ให้ข้อมูลว่า ที่เลือกทำเป็นโลหะแทนไม้ เพราะจะสะดวกในการซ่อมแซมในอนาคต อย่างน้อยอาคารหลังนี้สามารถคงอยู่ได้โดยไม่ต้องซ่อมแซมเป็นเวลา 15 ปี ถึงแม้จะเป็นงานหล่อโลหะ แต่ช่างแผนกแกะสลักไม้ จะแกะสลักไม้ให้เป็นต้นแบบ แล้วให้ช่างหล่อตามแบบ เพื่อความงดงามอ่อนช้อย ส่วนฐานเรือนยอดเป็นหินอ่อนหุ้มโลหะอยู่ด้านใน โดยหินอ่อนนี้ก็เป็นหินอ่อนคาราร่าแบบเดียวกับหินอ่อนที่นำมาสร้างพระที่นั่งอนันตสมาคม

ความงดงามของเรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์ เริ่มตั้งแต่ภูมิทัศน์ตรงลานโดยรอบ ซึ่งปูด้วยพื้นหินแกรนิตสีเทา ส่วนรอบๆมีประติมากรรมสำริดรูปช้าง ที่ล้วนเป็นช้างสำคัญ ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ที่ได้ขึ้น ระวางสมโภช เป็นช้างสำคัญ ประจำอยู่ตรงฐานบันไดทุกทิศ ฐานไพรี ที่เป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กหุ้มด้วยหินอ่อน มีระเบียงหินอ่อนและเสาหัวเม็ดทรงมัณฑ์ มีบันไดด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตกเป็นนาคพลสิงห์ หล่อด้วยสำริดเป็นรูปนาคทรงเครื่อง บันไดด้านทิศใต้และทิศเหนือเป็นนาคพลสิงห์แบบโค้ง หล่อโลหะสำริดเป็นรูปนาคจำแลง บันไดทางขึ้นมี 3 ด้าน ขั้นบันไดเป็นหินอ่อนคาราร่าสีขาว ราวบันไดแต่ละด้านหล่อด้วยสำริดเป็นลำตัวเหราคาย หัวบันไดเป็นรูปนาค


ส่วนตัวเรือนยอด พื้นเรือนชั้นบนปูด้วยหินอ่อนเป็นลายเหลี่ยมเพชร มีเสาย่อมุมทั้งสิ้น 48 ต้น แบ่งเป็นเสาร่วมนอกขนาดย่อม 24 ต้น ตกแต่งด้วยสำริดหล่อลายหงส์ ปิดทองรองซับด้วยกระจกสี และเสาร่วมในขนาดใหญ่ 24 ต้น ตกแต่งด้วยโลหะสำริดหล่อลายครุฑยุดนาคลงรักปิดทอง รองซับด้วยโลหะกระจกสี ระหว่างเสาทำเป็นซุ้มคูหา ตอนบนของซุ้มคูหาเป็นช่องฉลุโปร่งลายราชวัตร ซึ่งทั้ง หมดนี้เป็นโลหะสำริดหล่อปิดทอง ฝ้าเพดานโถงกลางตกแต่งด้วยการจำหลักไม้เป็นอักษรพระนาม “จ.ภ.” ในสมเด็จพระ เจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และที่ฝ้าเพดานโถงมุขทิศตะวันออกและตะวันตก ตกแต่งด้วยการจำหลักไม้เป็นอักษรพระนาม “อ.ร.” ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

ในส่วนของเครื่องบนหลังคาทั้งหมดเป็นสเตนเลส โดยมีผืนหลังคาเป็นโลหะทองแดง ขึ้นรูปเป็นกระเบื้องเกล็ดเต่าซ้อนเรียงกัน ขอบด้านในหลังคามีกระจังรวนแขวนอยู่โดยรอบ หล่อด้วยโลหะสำริด มุมประดับลายค้างคาวรูปกระจังปฏิญาณใหญ่ เครื่องลำยอง (เครื่องไม้ตกแต่งหน้าบัน) เป็นรูปนาคเบือนสามเศียรทรง เครื่อง ใบระกาแต่ละใบประดับประติมากรรมรูปเทพนมและเทพรำ ช่อฟ้าเป็นแบบปากนกมีลวดลายภายใน

ส่วนที่สำคัญของเรือนยอดนี้ คือหน้าบันมุขแต่ละด้าน โดยหน้าบันกลางทิศใต้ประดิษฐานอักษรพระปรมาภิไธย “ภ.ป.ร.” ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หน้าบันมุขด้านทิศเหนือ ประดิษฐานอักษรพระปรมาภิไธย “อ.ป.ร.” ในพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร หน้าบันกลางทิศตะวันตก ประดิษฐานอักษรพระนามาภิไธย “ส.ก.” ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรม ราชินีนาถ มุขด้านทิศตะวันออก ประดิษฐานอักษรพระนามาภิไธย “ม.ว.ก.” ในสมเด็จพระ บรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎ ราชกุมาร หน้าบันมุขเล็กทิศใต้ฝั่งตะวันออก เป็นอักษรพระนามาภิไธย “ส.ว.”ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี หน้าบันมุขทิศใต้ฝั่งตะวันตก เป็นอักษรพระนามาภิไธย “ม.อ.” ในสมเด็จพระ มหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก หน้าบันมุขเล็กทิศเหนือฝั่งตะวันออก เป็นอักษรพระนาม “ก.ว.” ในสมเด็จพระเจ้า พี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และหน้าบันมุขทิศเหนือฝั่งตะวันตก เป็นอักษรพระนามาภิไธย “ส.ธ.” ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

สำหรับเครื่องบนส่วนเครื่องยอด ออกแบบเป็นแบบปราสาท 9 ยอด หล่อด้วยโลหะสำริดปิดทองประดับกระจก ยอดหลัก 3 ยอด ประดับด้วยพรหมพักตร์ ที่ย่อมุมไม้สิบสอง ยอดประธานทำเป็นประติมากรรมรูปช้างสามเศียรหล่อสำริด ประดับกระจกรับไขราทั้งสี่มุม เครื่องยอดทุกยอดประดับด้วยบันแถลง นาคปัก และบราลี เป็นโลหะหล่อปิดทองประดับกระจก

ทั้งหมดนี้เป็นความงดงามที่ได้รังสรรค์ขึ้นเป็น “เรือนยอดบรมมังคลานุสรณีย์” ที่จะกลายเป็นศิลปกรรมอันทรงคุณค่าของแผ่นดิน.

ทีมข่าวหน้าสตรี

กรุงรัตนโกสินทร์ของเราเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมชิ้นเอกทรงคุณค่ามากมาย ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจง เพื่อเป็นตัวแทนของพระราชศรัทธาและพระเกียรติยศยิ่งใหญ่ 11 มิ.ย. 2559 14:35 11 มิ.ย. 2559 14:48 ไทยรัฐ