วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดุสิตโพล เผยคนมอง ม.44 ทำประเทศสงบขึ้น แนะใช้แก้ปัญหา ศก.

ดุสิตโพล เผยคนมอง ม.44 ทำประเทศสงบขึ้น แนะใช้แก้ปัญหา ศก.

  • Share:

"ดุสิตโพล" เผยคนส่วนใหญ่มอง ม.44 ทำประเทศสงบเรียบร้อยขึ้น มีผลดีมากกว่าผลเสีย แนะควรใช้แก้ปัญหาศก.ค่าครองชีพต่อไป ไม่ควรหยุดใช้...

เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,139 คน พบว่าประชาชน 80% ระบุการใช้ ม.44 ทำบ้านเมืองสงบ ลดความขัดแย้ง มีผลดีมากกว่าผลเสีย ส่วนใหญ่เห็นว่ายังไม่ควรหยุดใช้ ขณะเดียวกัน แนะให้นำ ม.44 มาแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ

ส่วนความคิดเห็นของประชาชน กับ “การใช้มาตรา 44” ณ วันนี้ พบว่าอันดับ 1 ทำให้บ้านเมืองสงบเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น ช่วยลดความขัดแย้งในบ้านเมือง 80.60% อันดับ 2 ควรนำมาใช้ให้เหมาะสมและประเมินสถานการณ์บ้านเมืองเป็นระยะๆ 78.14% อันดับ 3 ประชาชนมองว่าเผด็จการใช้อำนาจมากเกินไป จำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน 67.52% อันดับ 4 ยังคงมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรา 44 มี 56.63% อันดับ 5 ช่วยให้รัฐบาลบริหารบ้านเมืองได้ง่าย สามารถจัดการแก้ปัญหาต่างๆ ได้รวดเร็ว 53.47%

ส่วนสถานการณ์บ้านเมือง ณ วันนี้ ประชาชนคิดว่าควรใช้มาตรา 44 ในเรื่องใดบ้าง พบว่า อันดับ 1 แก้ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน 81.39% อันดับ 2 ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ตรวจสอบความโปร่งใสในการทำงานของภาครัฐ 73.66% อันดับ 3 การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง สร้างความสามัคคีปรองดอง 71.20% อันดับ 4 ปราบปรามอาชญากรรม โจร ผู้ร้าย ยาเสพติด มาเฟียและผู้มีอิทธิพล 66.90% อันดับ 5 การแก้กฎหมาย การร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม 50.92%

ขณะที่ประชาชนคิดว่าถึงเวลาที่ควรหยุดใช้มาตรา 44 แล้วหรือยัง โดยอันดับ 1 ยังไม่ถึงเวลา 57.07% เพราะบ้านเมืองยังมีหลายปัญหาที่ต้องจัดการ ควรใช้ต่อไปอีกสักระยะ รอให้สถานการณ์ต่างๆ เข้าที่เข้าทาง ฯลฯ อันดับ 2 ถึงเวลาแล้ว 42.93% เพราะมีผลต่อเศรษฐกิจและภาพลักษณ์ของประเทศ ตั้งแต่ใช้มาตรา 44 ก็ถูกต่อต้านคัดค้านมาโดยตลอด ฯลฯ

เมื่อถามว่า ตั้งแต่มีการประกาศใช้ “มาตรา 44" จนถึงปัจจุบัน ประชาชนคิดว่าเป็นอย่างไร พบว่า อันดับ 1 ผลดีมากกว่าผลเสีย 50.40% เพราะทำให้คนเกรงกลัว ไม่กล้าทำผิดกฎหมาย รัฐบาลทำงานได้ง่ายขึ้น ช่วยควบคุมสถานการณ์บ้านเมือง ฯลฯ อันดับ 2 ผลดีผลเสียพอๆ กัน 27.12% เพราะขึ้นอยู่กับมุมมองและวิจารณญาณของแต่ละคน รวมทั้งผลกระทบที่ได้รับมากน้อยแตกต่างกันไป ฯลฯ อันดับ 3 ผลเสียมากกว่าผลดี 22.48% เพราะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และเศรษฐกิจของประเทศ เป็นประเด็นที่ทำให้เกิดความขัดแย้งมากขึ้น ฯลฯ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้