วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หรือ 'เยอรมนี' จะครองแชมป์ยุโรป???

หมอดูย่อมคู่กับหมอเดา เราเองก็คุ้นเคยกับการทำนายผล ที่มักมีมาให้ได้ติดตามก่อนการแข่งขันจะเริ่ม ซึ่งเว็บไซต์ ยูฟ่าดอทคอม เผยเรื่องสถิติน่าสนใจ ด้วยนำเสนอสถิติ และสำรวจทางวิทยาศาสตร์มาคิดคำนวณ เพื่อคาดการณ์ว่า ใครจะเป็นแชมป์ยูโรหนนี้

1. จะเป็นแชมป์ ต้องแชมป์กลุ่มในรอบคัดเลือก

ตั้งแต่ปี 1968 ที่ศึกฟุตบอลยูโร ต้องมีการแข่งขันรอบคัดเลือก มีแต่ทีมแชมป์กลุ่มในรอบคัดเลือกเท่านั้นที่เป็นแชมป์ยุโรป ยกเว้นกรณีของ เดนมาร์ก ที่คว้าแชมป์แบบช็อกโลก ปี 1992 เพราะพวกเขาถือว่ามาแทนที่แชมป์กลุ่มอย่าง ยูโกสลาเวีย ที่ถูกแบนในตอนนั้น

(ข่าวร้ายสำหรับ: แอลเบเนีย, โครเอเชีย, ไอซ์แลนด์, โปแลนด์ โรมาเนีย, รัสเซีย, สโลวาเกีย, เวลส์, โปแลนด์, สวิตเซอร์แลนด์ และ ตุรกี)

2. เกมรับมีชัยไปกว่าครึ่ง

ทีมที่จะเป็นแชมป์ยุโรปได้ จะต้องเสียประตูไม่เกิน 1 ลูกต่อเกม ในรอบคัดเลือก แต่ถึงอย่างนั้น ใน 6 ทัวร์มาเมนต์หลังสุดของยูโร ทีมที่มีเกมรับดีสุดก็ไปไม่ถึงแชมเปี้ยน

(ข่าวร้ายสำหรับ : สาธารณรัฐเช็ก, อังกฤษ และ สเปน)

3. แชมป์หน้าใหม่ ที่หายไปนาน

ตั้งแต่ทีมชาติเยอรมันตะวันตก เป็นชาติแรกที่เข้าแข่งขันรอบสุดท้ายยูโรได้เป็นครั้งแรก ในปี 1972 แล้วสามารถคว้าแชมป์ได้ทันที จากวันนั้นถึงวันนี้ 44 ปีเข้าไปแล้ว ก็ยังไม่มีชาติไหนทำได้อีกเลย มีเพียง กรีซ ที่คว้าแชมป์ยูโร 2004 ซึ่งเป็นแค่หนที่สองที่ กรีซ ผ่านมาเล่นในรอบสุดท้ายยูโร

(ข่าวร้าย: ไอซ์แลนด์, ไอร์แลนด์เหนือ, เวลส์, แอลเบเนีย, ออสเตรีย, โปแลนด์, ไอร์แลนด์, โรมาเนีย และ สวิตเซอร์แลนด์ )

4. แก่บวกเก๋า มีโอกาสเป็นเจ้ายุโรป

มีโค้ชถึง 8 คน จาก 9 คน ที่เคยเป็นผู้เล่นในระดับนานาชาติ ก่อนสามารถพาทีมเป็นแชมป์ได้ในฐานะกุนซือ ซึ่งมีเพียง อ็อตโต้ เรห์ฮาเกล เท่านั้นที่เคยเป็น นักฟุตบอลระดับสมัครเล่นเท่านั้น ก่อนที่จะมาเป็นโค้ชแล้ว สามารถพา กรีซ สร้างตำนานเทพนิยาย คว้าแชมป์ยูโรได้ในปี 2004 ขณะที่ การแข่งขันยูโร 14 ครั้งหลังสุด มีเพียง สเปน ชาติเดียว ที่ได้แชมป์ด้วยกุนซือที่มีอายุ ต่ำกว่า 49 ปี เมื่อ 52 ปีที่แล้ว ในยูโร1964 ที่ สเปน เป็นเจ้าภาพ

(ข่าวร้ายสำหรับ : แอลเบเนีย, สวิตเซอร์แลนด์, อังกฤษ, รัสเซีย, สาธารณรัฐเช็ก, โครเอเชีย, สวีเดน, โปรตุเกส, ไอซ์แลนด์, ฮังการี, ฝรั่งเศส, เวลส์, ไอร์แลนด์เหนือ, เบลเยียม และอิตาลี)

5. หลีกเลี่ยงกลุ่มแห่งความตาย

การแข่งขันยูโรรอบสุดท้าย เริ่มต้นใช้การแบ่งกลุ่ม เพื่อหาทีมเข้ารอบต่อไป ตั้งแต่ปี 1980 ที่อิตาลี จากนั้นในยูโรปี 1996 ที่อังกฤษ ได้ปรับให้มี 16 ทีมในรอบสุดท้าย และแบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม โดยในการจับสลากแบ่งสาย ต้องการวางทีมเต็งแชมป์ ที่วัดจากอันดับโลก ในโถ 1 และจะลดหลั่นลงมา โถ 2, 3 และ 4 เรื่องนี้คงต้องพึ่งดวงชะตาฟ้ากำหนดว่าจะถูกจับให้อยู่กลุ่มไหน ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าถ้า อยู่ในกลุ่มที่ง่ายก็มีชัยไปแล้วกว่าครึ่งที่จะฉลองแชมป์

(ข่าวร้ายสำหรับ : อิตาลี, รัสเซีย, สวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรีย, โครเอเชีย และ ยูเครน)

ซึ่งจากข้อต่างๆ ที่กล่าวมา และคิดคำนวณหาความเป็นไปได้ ทางวิทยาศาสตร์ทีมที่จะได้ชูถ้วยแชมป์ยูโร 2016 ที่สนาม สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ วันที่ 10 กรกฎาคม นี้คือ เยอรมนี

ทั้งนี้ เยอรมนี จะเป็นแชมป์ได้ตามที่กล่าวมาหรือไม่ ก็ต้องขึ้นอยู่กับฟอร์มในสนามเป็นหลัก และพรุ่งนี้ (12 มิถุนายน 2559) ติดตามต่อว่า 3 นักเตะตัวหลักที่ จะช่วยให้เยอรมนีได้ฉลองแชมป์ยูโรปีนี้ เป็นใคร? ในช่วง “เรื่องรอบขอบสนาม” กับรายการข่าวชัดทันข่าว เสาร์-อาทิตย์ ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 08.30-11.00 น.

ขอบคุณ ข้อมูลจาก http://www.uefa.com/uefaeuro/news/newsid=2371572.html

ชนะ เดชภิรัตนมงคล

ผู้ประกาศข่าวกีฬาไทยรัฐทีวี

หมอดูย่อมคู่กับหมอเดา เราเองก็คุ้นเคยกับการทำนายผล ที่มักมีมาให้ได้ติดตามก่อนการแข่งขันจะเริ่ม ซึ่งเว็บไซด์ ยูฟ่าดอทคอม เผยเรื่องสถิติน่าสนใจ ด้วยนำเสนอ สถิติและสำรวจทางวิทยาศาสตร์ มาคิดคำนวณ 11 มิ.ย. 2559 13:45 ไทยรัฐ