วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนามพระ 12/06/59

โดย สีกาอ่าง

พระท่ากระดาน (กรุเก่า) กาญจนบุรี.


ธรรมะสนามพระวิภาวดี วันนี้ จาก หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ “การให้อภัย บ่งบอกความมีจิตใจสูง เพราะต้องเอาชนะตนเอง อยากให้ใครพอใจเรา ต้องยื่นความพอใจให้เขาก่อน”--เหมือนง่าย แต่ทำจริงยาก แต่ถ้าทำได้ จิตเราก็จะผ่องแผ้ว ไม่โกรธไม่เกลียดใคร ก็ไม่ทำร้ายกัน

พระเครื่ององค์แรกวันนี้คือ พระขุนแผนเคลือบ พิมพ์แขนอ่อน กรุวัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา ที่พบในองค์พระเจดีย์ วัดใหญ่ชัยมงคล (วัดป่าแก้ว)--อนุสรณ์สถาน ในการรบชนะสงครามยุทธหัตถี ของ สมเด็จพระนเรศวรฯ กับ พระมหาอุปราชา ของพม่า

โดย สมเด็จพระพนรัตน์ วัดป่าแก้ว ได้สร้างพระพิมพ์นั่ง ปางมารวิชัย (สะดุ้งมาร) รูปทรงห้าเหลี่ยม เนื้อผงผสมดินเคลือบน้ำยา บรรจุกรุ เป็นการสืบอายุพระพุทธศาสนาตามประเพณี ระหว่างปี พ.ศ.2135

มาพบแตกกรุครั้งแรก ราวปี พ.ศ.2445 แยกพิมพ์ตามขนาด เป็น พิมพ์ใหญ่ (ซึ่งยังแยกย่อย เป็น พิมพ์ฐานสูง ฐานเตี้ย) และ พิมพ์เล็ก (แขนอ่อน) ทุกองค์เคลือบน้ำยา (สีเหลืองแกมน้ำตาลแก่) เฉพาะด้านหน้า ตามซอกพระส่วนลึกจะมีเคลือบน้ำยาจับหนา ดูเป็นสีดำ ด้านหลังไม่เคลือบ เปิดเห็นเนื้อใน มักมีลายนิ้วมือปรากฏ บางองค์มีการลงรักปิดทองทับไว้ จึงงดงามอลังการ สมลักษณะ “พระแห่งชัยชนะ”

ต่อมามีการพบพระพิมพ์เดียวกันเนื้อเดียวกัน แต่ไม่มีน้ำยาเคลือบเรียกว่า กรุโรงเหล้า และเมื่อปี พ.ศ.2506 ค้นพบพระพิมพ์นี้อีกครั้ง ที่กรุวัดเชิงท่า อ.ปากเกร็ด นนทบุรี พิมพ์พระมีความคมชัดงดงามกว่ากรุวัดใหญ่ แต่น้ำยาเคลือบสีอ่อนกว่า ซึ่งอาจเป็นด้วยกาลเวลาที่อยู่ในกรุนานกว่า จึงเกิดปฏิกิริยากับน้ำเคลือบ ก็เป็นได้

สำหรับ พระพิมพ์แขนอ่อน อย่างองค์ในภาพนี้ สภาพสวยเยี่ยม ทั้งพิมพ์พระ เนื้อพระ ขนาด และน้ำยาเคลือบ มีลายแตกแบบเคลือบไห หรือกระเบื้องหลังคาโบราณ ภายหลังมีการค้นพบ พระขุนแผนเคลือบ ได้อีก เรียกกันว่า “พระกรุใหม่” แต่ความนิยม ยังให้คุณค่ากับ พระกรุเก่า มากกว่า ราคาอยู่ หลักล้าน

องค์ที่สองคือ พระกรุชื่อเสียงลือลั่น คือ พระท่ากระดาน (กรุเก่า) กาญจนบุรี ที่ได้ฉายา “ขุนศึกแห่งลุ่มน้ำแม่กลอง”

องค์นี้สวยจัด เป็น พระพิมพ์เกศตุ้ม ที่มีพบขึ้นจากกรุจำนวนน้อยมาก สภาพคราบกรุ เกิดจากในเนื้อตะกั่ว เป็นสนิมแดง ไขขาว ทองเก่า ด้านหลังเรียบ มีรอยยุบเป็นแอ่ง บอกอายุความเก่าอย่างเป็นธรรมชาติ ศิลปะเป็นพระอู่ทองยุคต้น ทั้งรายละเอียดบนพระพักตร์ ท่านั่งอย่างผึ่งผายสง่างาม แสดงความเคร่งขรึมขลัง มีพลังอำนาจ

“พระกรุเก่า” ค้นพบระยะแรก ราวปี พ.ศ.2460 บรรจุในกรุพระ ที่อยู่ในเขตตำบลท่ากระดาน อ.ศรีสวัสดิ์ อาทิ วัดเหนือ วัดกลาง วัดใต้ ฯลฯ

ภายหลังมีการค้นพบ พระท่ากระดาน อีกหลายครั้ง เนื้อพระ พิมพ์ทรงคล้ายกัน แต่พุทธศิลป์แตกต่าง เป็นแบบ อู่ทอง หน้ากลาง หน้าหนุ่ม เรียกเป็น “พระกรุใหม่” ราคาจึงต่างจากพระกรุเก่า เยอะ ยิ่งเป็นองค์งามๆสภาพเดิมๆ เข้มขลังอย่างองค์ในภาพ ปัจจุบันต้องหอบเงินหลายๆล้านไปแลกมา

ตามมาด้วย พระปิดตา มหายันต์ พิมพ์เศียรบาตร พระครูทับวัด (ทอง) สุวรรณาราม ปากคลองบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

พระครูทับ เป็นเจ้าอาวาสวัดองค์ที่ 9 ที่มีชื่อเสียงเกียรติคุณยิ่งใหญ่ ได้รับความศรัทธา นับถือจากพุทธศาสนิกชน ตั้งแต่ระดับเจ้านายเชื้อพระวงศ์สมัยนั้น แม้ชาวอิสลาม ที่มีอยู่มากในย่านนั้นก็ให้ความเคารพท่าน

ท่านเชี่ยวชาญวิปัสสนา แก่กล้าพุทธาคมและยังมีฝีมือในงานศิลป์ ระดับ “ครูช่าง” และผลงานเลิศล้ำ ไว้ที่ พระปิดตามหายันต์ ที่อุดมด้วยพุทธศิลป์ พุทธคุณ ได้รับการยกย่องเป็นหมายเลข 1 ใน ทำเนียบ เบญจภาคี พระปิดตา เนื้อโลหะ

ซึ่งประกอบด้วย พระปิดตามหายันต์พระครูทับ วัดทอง กรุงเทพฯ, พระปิดตามหายันต์ หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง, พระปิดตา แร่บางไผ่ หลวงปู่จัน วัดโมลี นนทบุรี, พระปิดตาเมฆพัตร หลวงปู่นาค วัดห้วยจะเข้ นครปฐม, พระปิดตากรุวัดท้ายย่าน ชัยนาท

พระครูทับ เริ่มสร้างพระปิดตาราวปี พ.ศ.2440 ด้วยวิธีปั้นขึ้นหุ่นเทียน เป็นแกนองค์ ติดเส้นยันต์ด้วยมือทีละองค์ เริ่มจากนำหุ่นพิมพ์ขี้ผึ้ง พิมพ์พระปิดตา ที่ใช้เป็นแกนกลางมีหลายขนาด มาติดเส้นยันต์ขี้ผึ้ง ที่คลึงเป็นเส้นกลมยาว (แบบขนมจีน) โดยขดจัดวางเป็นอักขระเลขยันต์ด้านหลัง ด้านหน้าเป็นองค์พระปิดตา

ประดิษฐ์ด้วยมือทีละองค์แล้วเทหล่อ ทุบเบ้า ทีละองค์ (ไม่มีตะเข็บข้าง) ทำให้พระแต่ละองค์ไม่เหมือนกัน (ถ้าเหมือนกันเปี๊ยบ แสดงว่าเก๊องค์ หรือเก๊คู่) สร้างเสร็จก็มอบศิษย์ใกล้ชิด และได้รับความนิยมขึ้นเป็นลำดับ เพราะรูปแบบเป็นเอกลักษณ์ มีอานุภาพเลื่องลือ ด้านคุ้มครองป้องกันภัย มหาอุดหยุดลูกปืน ที่มีประสบการณ์เชื่อถือได้

แม้มีความต้องการมาก พระครูทับ ก็ยังคงวิธีสร้างทีละองค์แบบเดิม แล้วรวบรวมปลุกเสกในพรรษา ได้เท่าไรก็แจกไป ตามลำดับที่เข้าชื่อขอไว้

พิมพ์ทรงมาตรฐาน มี พิมพ์นั่งบัว พิมพ์เศียรบาตร พิมพ์เศียรบายศรี พิมพ์ยันต์น่อง พิมพ์ตุ๊กตา ทุกพิมพ์ที่มีพระกรล้วงปิดทวาร จะล้วงผ่านด้านในพระเพลา ไม่ปิดทับ ทำให้แข้งขาลอยเด่นเห็นชัด (ต่างจากพระปิดตามหายันต์ สำนักวัดหนัง ที่วางเส้นพระกร ผ่านทับปิดพระเพลา)

ส่วนเนื้อพระที่พบมีทั้ง สัมฤทธิ์ เมฆพัตร ชินตะกั่ว และ เนื้อผง คลุกรัก ราคาพระแท้ดูง่าย พิมพ์มาตรฐาน งามเยี่ยม อย่างองค์ในภาพขายไปซื้อคอนโดทำเลดีๆได้เลย


องค์ถัดไป ก็ พระปิดตา แต่เป็น เนื้อเมฆสิทธิ์ (เขียว) พิมพ์เศียรแหลม (แต่งเก่า) หลังเรียบ ของ พระอาจารย์ทับ วัดอนงคาราม ปากคลองสาน กรุงเทพฯ ของ เสี่ยตี๋ ก๋วยเตี๋ยวเรือ

เห็นชื่อแล้วขำทุกที เพราะประสา สีกาอ่าง ต้องยกย่อง ใช้คำว่า เสี่ย นำหน้า แต่พอชื่อ ตี๋ ก็ไม่รู้จะให้เป็น อาเสี่ยหรืออาตี๋ เลยขอชื่อจริงมาว่า เสี่ยยอดชาย วัฒนาวรสกุล ฟังแล้วสมเป็นเจ้าของพระระดับแชมป์อีกเยอะ

องค์นี้เป็น พระปิดตา ยอดนิยมอีกยี่ห้อที่มีอานุภาพความศักดิ์สิทธิ์ด้านเสริมดวงชะตา เกิดจากเนื้อโลหะที่ได้จากการเล่นแร่แปรธาตุที่ต้องผสมสูตรโลหะไป ปลุกเสกกำกับไป จึงสำเร็จได้ด้วยพุทธาคม

จนมีชื่อแทรกในความเชื่อโบราณที่กล่าวว่า เมื่อดวงชะตาตก พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก ชะตาตกต้องขื่อคา นาคราช พระราหู คนคอขาด เหล่าล้วนเป็นเคราะห์ ร้าย มีอุปสรรค มีอุบัติเหตุ อุบัติภัย คดีความ ให้หาพระปิดตาเมฆสิทธิ์วัดอนงค์ มาติดตัวบูชา “ร้ายจะกลายเป็นดี”

หลวงพ่อทับ ประวัติเลือนราง ตามที่บอกเล่าต่อๆกันมาว่า ท่านมีอายุอยู่ระหว่างปี พ.ศ.2389-2480 เป็นพระเกจิอาจารย์ผู้แก่กล้าพุทธาคม สมัยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม) เป็นเจ้าอาวาส ท่านมีฐานะเป็นพระลูกวัด ไม่มีสมณศักดิ์ แต่ได้รับความเคารพศรัทธาจากพระและชาวพุทธอย่างสูง

ท่านนิยมเล่นแร่แปรธาตุ และสร้างพระเครื่อง จน หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า ที่มาสนทนาธรรมกับ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (นวม) ต้องแวะไปสนทนาแลกเปลี่ยนวิชากับ พระครูทับ ด้วยทุกครั้ง

เห็นได้จาก เนื้อพระเมฆสิทธิ์ หลวงปู่ศุข เป็นเนื้อเดียวกับของ พระอาจารย์ทับ คือมี วรรณะเนื้อฉายรัศมีเปล่งปลั่ง สีออกเหลืองอมเขียวแบบปีกแมลงทับ บางองค์อาจมีเนื้อออกเหลือง เขียวอมแดง ซึ่งเกิดจากการสัมผัสใช้ได้ไอเหงื่อ หากขัดถูจะเปลี่ยนเป็นเนื้อขาว ปล่อยไว้ไม่นานจะกลับเป็นสีเดิม

ตามมาด้วยพระสายเหนือ คือ พระคง เนื้อเขียว กรุวัดพระคงองค์งามของ เสี่ยพรรค คูวิบูลย์ศิลป์ ที่ในอดีต 20 ปีก่อน ตอนสีกาอ่าง มาประจำสนามพระใหม่ๆ ไปสนามพระไหน จะเห็นวางโชว์เป็นกล่องๆเกือบทุกร้าน องค์งามๆทั้งนั้น ราคาแค่ หลักร้อย ต่างจากปัจจุบัน ที่แม้จะยังพอมีวางให้เห็นบ้าง ก็เป็นพระสภาพ หย่อนงาม ใช้สึก ชำรุด อุด ซ่อม จะดูองค์งามๆต้องสืบเสาะ ขอดูได้ก็ต้องมีความคุ้นเคย

เพราะเมื่อกาลเวลาผันผ่าน นักนิยมพระเครื่อง รู้คุณค่า “พระคง” ที่มีพุทธศิลป์งดงาม พุทธคุณยอดเยี่ยม และอายุกาลไม่ต่าง “พระรอด” จึงมีความต้องการมากขึ้น องค์งามๆฟอร์มดีๆเนื้อแน่นๆ ราคาจึงกลายเป็นหลักแสนและหลักล้าน

ตามมาด้วย หลวงปู่ทวด บัวรอบ กรรมการ เนื้อทองคำ พ.ศ.2541 พระอาจารย์นอง วัดทรายขาว ปัตตานี

ปัจจุบัน พระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ พระอาจารย์ทิม ทุกรุ่น ทุกเนื้อ ทุกแบบได้รับความนิยมเป็นพระเครื่องอันดับ 1 ของภาคใต้ ราคาแพงระยับ ผู้นับถือศรัทธาที่มีทุนทรัพย์น้อย จึงแสวงหา พระหลวงปู่ทวด ที่มีสร้างเกือบทุกวัดในภาคใต้ มาใช้บูชาแทน ที่มีชื่อเสียงได้นิยมมากสุด คือ พระหลวงปู่ทวด สำนักวัดทรายขาว พระอาจารย์นอง ที่สร้างไว้หลายแบบหลายรุ่น

เพราะ พระอาจารย์ทอง เป็นพระสหมิกธรรมกับ พระอาจารย์ทิม ช่วยสร้างพระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ กันมาทุกรุ่น รุ่นหนึ่งที่มีชื่อเสียงได้รับความนิยมสูง เป็น รูปจำลอง บัวรอบ ลอยองค์ แบบองค์นี้ ของร้าน เต่า พระเครื่อง

ถึงเวลาลากันด้วยเรื่อง “เฮียนคร” เจ้าของร้านอาหารในเมืองกรุงเก่า ซึ่งวันก่อนควงเมียมาหาเพื่อนบนศูนย์พระเครื่องใหญ่ใน กทม. แต่หน้าเครียด จนเพื่อนทักว่า พ้นปีชงแล้ว ยังไม่สบายใจอีกเหรอ

เฮียนคร พยักหน้า พ้นปีชงแล้ว ก็สบายใจ แต่ที่เครียด ก็เพราะเมีย ดันกลัวปีชงมากกว่า เที่ยวไปหาหมอดู ตระเวนแก้ชง ทั้งคนทรง คนแก้ฮวงจุ้ย ดูทั้งเลขบ้าน เลขโทรศัพท์ แก้ไขเปลี่ยนแปลงวุ่นวาย หมดเงินไปหลายแสน--เมียที่นั่งเงียบ พยายามชี้แจงว่า ก็เป็นห่วงเฮียนี่นา ถึงได้พยายามแก้ กลัวซวย

แต่ เฮียนคร ยังบ่น ซวยก็เพราะใช้เงินโง่ๆแบบนี้ เมียก็ยังแย้งว่า ก็คุ้มนะเฮีย เสียเงิน แต่เฮียอยู่รอดปลอดภัยสบายดี ไม่เป็นอะไรเลย ตลอดปีชงใช่ไหมล่ะ

ฟังถึงตรงนี้ เฮียนคร ของขึ้นทันที บอกเป็นซิวะ เป็นหนี้ไง แก้ชงแบบนี้มีแต่จ่ายลูกเดียว ไม่มีได้คืนเลยเมียก็ไม่ยอมแพ้ สวนว่า แก้ชงไม่ใช่ลงทุนค้าขาย จะเอาคืนได้ไง

เพื่อนเจ้าของร้านพระเครื่อง กลัวจะทะเลาะกันใหญ่ จึงตัดบทว่า เฮียๆ เหรียญ 12 นักษัตร ที่ผมให้เฮียเช่าไป 10 กว่าปีแล้ว จำได้ไหม ยังอยู่ป่าว ผมขอเช่าคืน 3 แสนได้ไหม

เฮียนคร ได้ฟังก็ยิ้มออก รีบบอก ยังอยู่ จำได้ ตอนนั้นแนะนำให้เช่า 3 หมื่น ไปใช้แก้ชงรอบก่อน ยังเก็บไว้ ลืมไปเลย ลื้ออยากซื้อคืน 3 แสนเลยจริงๆเหรอ

พอเจ้าของร้านบอกจริง เฮียนคร ก็หันขวับไปจ้องหน้าเมีย บอกว่า นี่ไงเธอ วิธีแก้ชงที่ลงทุนแล้วได้กำไร ก็มี เห็นไหม ถ้าไม่โง่

เมียเลยยอมแพ้ เลิกไปเสียเงินแก้ชง ตั้งแต่นั้น เจ้าค่ะ อามิตตพุทธ.

สีกาอ่าง

11 มิ.ย. 2559 13:27 11 มิ.ย. 2559 13:32 ไทยรัฐ