วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อนาคตการสาธารณสุขปฐมภูมิ ในประเทศไทยท่ามกลางวิกฤติ เศรษฐกิจโลก ตอนที่ 5

โดย หมอดื้อ

อนาคตการสาธารณสุขปฐมภูมิในประเทศไทยท่ามกลางวิกฤติเศรษฐกิจโลก บทความนี้เขียนโดยเพื่อนของหมอ Professor Robert E.Dedmon จากภาควิชาสุขภาพประชากร วิทยาลัยแพทยศาสตร์ Wisconsin เมือง Milwaukee ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อ 7 ปีที่แล้ว เรามาดูสภาพปัจจุบันครับ ว่าดีขึ้นหรือเลวลง

การส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการและการสั่งจ่ายยาที่มากเกินความจำเป็น

การศึกษาหนึ่งได้ดำเนินการโดยส่งผู้ป่วยปลอมไปเข้ารับการตรวจรักษาในสถานพยาบาลต่างๆในกรุงเทพมหานครทั้งในโรงพยาบาลและสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิของภาครัฐและเอกชน เพื่อประเมินแนวทางการสั่งการรักษารวมถึงการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการของแพทย์ผู้ให้การรักษาในสถานพยาบาลเหล่านั้น

ผลการศึกษาในครั้งนั้นสรุปว่ามีการสั่งการรักษาที่มากเกินจำเป็นทั้งในสถานพยาบาลของภาครัฐและเอกชน แต่ที่
ที่มีการสั่งการรักษาที่มากเกินจำเป็นมากที่สุดคือในโรงพยาบาลเอกชน นอกจากนี้ แพทย์ที่ให้บริการในโรงพยาบาลเอกชนยังมีแนวโน้มที่จะสั่งการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่แพงเกินเหตุและก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วยโดยไม่จำเป็นอีกด้วย ผู้วิจัยในการศึกษาในครั้งนี้จึงให้ข้อคิดเห็นว่า หากผู้ป่วยต้องการการตรวจรักษาที่มีคุณภาพในสถานพยาบาลที่กระจายอยู่ทั่วไปในกรุงเทพมหานครควรหลีกเลี่ยงการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั้งของภาครัฐและเอกชน รวมถึงการรับการตรวจรักษาจากแพทย์ระดับผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในขั้นต้น แต่ควรไปรับคำปรึกษาขั้นต้น จากแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปที่น่าไว้วางใจในสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิก่อน

อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติตามข้อคิดเห็นดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยยังไม่ได้มีการบรรจุหลักสูตรฝึกอบรมแพทย์ประจำบ้านในสาขาเวชศาสตร์ครอบครัวไว้อย่างเป็นทางการ ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่าการเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลขนาดใหญ่ในขั้นต้นโดยที่ไม่ได้รับการส่งตัวที่เหมาะสมอาจก่อให้เกิดผลเสียร้ายแรงต่อผู้ป่วยได้

โดยข้อเท็จจริงดังกล่าวพบได้ทั่วไปทั้งในประเทศไทยและประเทศอื่นๆทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้นการมีผู้ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุขในระดับปฐมภูมิที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมจึงจำเป็นอย่างยิ่งในประเทศไทย กลุ่มวิชาชีพพยาบาลได้เปิดอบรมหลักสูตรพยาบาลวิชาชีพชั้นสูงสำหรับผลิตบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิเพิ่มเติมนอกเหนือจากแพทย์ ซึ่งแนวทางนี้ถือว่าเป็นนโยบายเชื่อมต่อที่ดีในการแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขในระดับปฐมภูมิ

จากข้อเท็จจริงที่กล่าวมาทั้งหมดอาจสรุปได้ว่า ถึงเวลาแล้วที่องค์กรแพทย์ของไทยจะต้องทบทวนนโยบายด้านการจัดการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิและเวชศาสตร์ครอบครัวที่ผ่านมาอย่างจริงจัง และริเริ่มนโยบายเกี่ยวกับการสาธารณสุขระดับปฐมภูมิที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมกับยุคสมัยของศตวรรษที่ 21

โดยในการร่างนโยบายดังกล่าวจำเป็นต้องดำเนินการภายใต้การมีส่วนร่วมของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานอันได้แก่ แพทย์และพยาบาล ข้อมูลด้านระบาดวิทยา ปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวกำหนดการวางแผนการให้บริการด้านสาธารณสุข

ชนิดของแผนงาน, ขอบเขตของแผนงาน และทำเลที่ตั้งของสถานพยาบาลที่ให้การดูแลรักษาพยาบาลระดับปฐมภูมิซึ่งเลือกบนพื้นฐานของภาระโรค (disease burden), สถิติประชากร (demographics), สิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิศาสตร์ของท้องถิ่น ล้วนแล้วแต่เป็นบันไดขั้นสำคัญสู่ความสำเร็จในการวางแผนและจัดการระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ

ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนคือความสัมพันธ์แบบผกผันระหว่างระยะทางสู่สถานพยาบาลระดับปฐมภูมิและผลลัพธ์ในด้านอัตราการป่วยด้วยโรคมาลาเรียในการศึกษาหลายการศึกษาเกี่ยวกับโรคมาลาเรียในประเทศเคนยา กล่าวคืออัตราการรับผู้ป่วยด้วยโรคมาลาเรียเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลจะเพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า หากเวลาที่ผู้ป่วยใช้ในการเดินทางมาโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นจาก 10 นาทีเป็น 2 ชั่วโมง

ในปี พ.ศ.2523 กระทรวงสาธารณสุขของประเทศไทยได้ร่วมมือกับองค์การอนามัยโลกและศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐอเมริกาก่อตั้งโปรแกรมการฝึกอบรมสาขาระบาดวิทยาภาคสนาม (Field Epidemiology Training Program, FETP) ขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้และการดำเนินการของโปรแกรมดังกล่าวซึ่งมีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อการสร้างแผนที่ทางภูมิศาสตร์มีอิทธิพลอย่างมากต่อการควบคุมโรค HIV-AIDS ในภูมิภาคนี้

แม้ว่าประเด็นด้านระบาดวิทยาจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับบุคลากรผู้ให้บริการด้านสาธารณสุข แต่ประเด็นดังกล่าวก็มีความสำคัญอย่างมากต่อการประเมินความต้องการด้านสาธารณสุขที่แต่ละพื้นที่ต้องการ รวมถึงการวางแผนเพื่อตอบสนองความต้องการนั้นๆได้อย่างเหมาะสม.

หมอดื้อ

11 มิ.ย. 2559 11:09 ไทยรัฐ