วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บูชา "อุรวภุชง นาคราช" ศรัทธา!ศาลพญานาค สัมมากร1

บูชา "อุรวภุชง นาคราช" ศรัทธา!ศาลพญานาค สัมมากร1

โดย รัก-ยม
12 มิ.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

“พญานาค” หรือ “นาคราช”...ราชาแห่งงู เป็นสัตว์ที่เป็นทิพย์

ว่าด้วยเรื่อง 4 กำเนิด...จะมี “อัณฑชะ” เกิดจากฟองไข่ อายุขัย 10-30 ปี ยกตัวอย่างเช่นงู ทั่วไป...“ชลาพุชะ” เกิดในครรภ์ อายุขัย 100-500 ปี ยกตัวอย่างเช่นงูเทพเจ้า งูเจ้าที่ เมืองไทยน่าจะ เห็นข่าวลือ...ตำนานเกี่ยวกับเรื่องอย่างนี้อยู่บ่อยครั้ง

กำเนิดที่สาม “สังเสทชะ” เกิดในสิ่งไม่สะอาดหมักหมม อายุขัย 1,000-5,000 ปี เป็นกึ่งสัตว์เดรัจฉานกึ่งทิพย์ แปลงกายเป็นมนุษย์ได้เฉพาะในเมืองบาดาล

บูชา “อุรวภุชง นาคราช”.

และกำเนิดสุดท้าย “โอปปาติกะ” เกิดแล้วโตทันที อายุขัย 5,000-10,000 ปี เป็นพญานาคชั้นปกครอง มีฤทธิ์มาก แปลงกายเป็นมนุษย์ได้ทั้งบนบก...ในน้ำ นอกจากนี้แล้ว “โอปปาติกะ” พญานาคยังมีพญานาคที่มีบุญน้อยกว่าเป็นบริวารอีกด้วยเช่นกัน

กล่าวกันว่า...พญานาค มี 4 ตระกูล “วิรู-ปักขะ”...ผิวสีทองคำ “เอราปักถะ”...ผิวสีเขียว “ฉัพยาปุตตะ”...ผิวสีรุ้ง และ “กัณหาโคตรมะ”...ผิวสีดำ

“พญานาค”...มีศักดิ์ต่ำกว่ามนุษย์ ไม่สามารถสร้างบุญบารมีได้ แต่ก็เป็นสัตว์ทิพย์ที่มีฤทธิ์ ออกแนวเดียวกันกับ...“กินรี” ตามความเชื่อแต่โบราณนานมา พญานาคเกิดจากบุคคลที่นับถือพญานาคเคยกราบไหว้ ทำพิธีต่างๆเกี่ยวกับพญานาค พอใกล้จะตายวายชีพด้วยจิตที่ผูกกับพญานาคก็ทำให้ส่งผลไปเกิดเป็นพญานาคได้

ไม่อย่างนั้นก็เป็นบุคคลที่มีบุญมากๆ สั่งสมบุญมามากแล้วก็สามารถอธิษฐานจิตขอให้ตัวเองเกิดเป็น “พญานาค” ได้เช่นกัน นับรวมไปถึงบุคคลที่มีความเกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกันมาแต่อดีต

“กรรม”...ที่ทำให้เป็นพญานาค ทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม เมื่อทำทานก็ตั้งความปรารถนาเพื่อเกิดเป็นนาค เมื่อตายไปก็เกิดเป็นนาค หรือเชื่อกันอีกว่ากับพวกทำกุศล ปนไปด้วยราคะ หนักไปใน ราคะความกำหนัดยินดีตายไปก็เกิดเป็นพวกนาคได้

O O O O

“นาค” เป็นคำเรียกผู้ที่นุ่งขาวห่มขาว ถือศีล 8 ก่อนที่จะบวช ตำนานเล่าว่า...ครั้งหนึ่งสมัยพุทธกาลมีพญานาคแปลงกายเป็นคนแล้วแอบมาบวชที่วัดแห่งหนึ่ง แต่ครั้นพอหลับก็คืนร่างทำให้ภิกษุต่างแตกตื่นกันใหญ่ เมื่อเรื่องราวล่วงรู้ไปถึงพระพุทธเจ้า จึงห้ามไม่ให้ “พญานาค” มาบวช

แม้ว่าพญานาคจะมีจิตศรัทธาแต่ก็จัดเป็นเดรัจฉานภูมิไม่อาจบรรลุธรรมได้ แต่ก็ทำบุญได้ไม่ได้ห้าม จะเห็นได้ว่า...เวลาจะบวชจะมีการถามว่า “มนุสฺโสสิ...เป็นมนุษย์หรือเปล่า?”

เรื่องราวเป็นเช่นนี้ พญานาคจึงทูลขอให้เรียกผู้ที่นุ่งขาวห่มขาว ก่อนจะบวชว่า “นาค”...จึงเป็นชื่อเรียกผู้ที่นุ่งขาว
ห่มขาวก่อนบวชมานับแต่นั้นเป็นต้นมา

ตำนาน “พญานาคแม่น้ำโขง”...ฉบับหลวงปู่ชอบ ฐานสโม เล่าว่า ครั้งหนึ่งได้มีพญานาคใน แม่น้ำโขงมาแสดงความคารวะต่อหน้าท่านถึงในถ้ำ ซึ่งถ้ำที่ว่านี้อยู่ชิดติดกับฝั่งแม่น้ำโขง ปรากฏส่วนหัวมาให้เห็นตรงหน้า แล้วก็มีปลายหางยาวเป็นกิโลฯทอดไปถึงริมแม่น้ำโขง

อีกครั้งหนึ่ง...หลวงปู่ฯไปบำเพ็ญสมณธรรมที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ กับพระอาจารย์เหรียญ วรลาโภ ได้มีพญานาคตัวหนึ่งปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหัวทางเดินจงกรม...เป็นพญานาคตัวมหึมาใหญ่มากหงอนสีแดงฉาน เกล็ดตลอดตัวสีดำเป็นมันวาว ลำตัวยาวเหลือคณา

ถึงขนาด ที่ว่า...หัวอยู่ในถ้ำ แต่หางพาด ยาวออกไป อยู่บนภูเขาอีกลูก

พญานาค กราบเรียนท่านว่าอาศัยอยู่ที่เขาลูกนี้ ทางเดินก็คือลำธารที่ลอดอยู่ในใต้ภูเขาลูกนี้นั่นเอง จากนั้นก็นมัสการจากไปโดยแสดงฤทธิ์จมหายลงไปในพื้นที่ทางเดินในถ้ำให้เห็นประจักษ์อยู่ตรงนั้น

O O O O

“ศาลพญานาค” ถนนรามคำแหง 110.

“ศาลพญานาค” ถนนรามคำแหง 110 ริมบึงน้ำขนาดใหญ่ในหมู่บ้านสัมมากร 1 ให้สัมผัสอันฉ่ำเย็นร่มรื่นสบายใจอย่างบอกไม่ถูก จุดธูป 9 ดอกบูชา “อุรวภุชง นาคราช” ตั้งนะโม 3 จบ...“นะติตัง พญามะ นาคายะ อภินัง นาคา สาธุโนภันเต ยะมะ ยะมะ” พระคาถาถวายการสักการ บูชา...“เอหิสังคัง ปิโยนาคะ สุปันนานัง มะยัง”

ศรัทธา ความเชื่อเหล่านี้ ถึงแม้ว่าพิสูจน์ไม่ได้ แต่ก็เป็นความเชื่อที่ไม่ควรลบหลู่ดูแคลน ...เปรียบได้ดั่งอารมณ์ รัก โลภ โกรธ หลง เรามองไม่เห็นมัน...แต่มันก็มีจริง โลกปัจจุบันบางอย่างมีเครื่องมือพิสูจน์ได้ แต่ก็มีอีกหลายเรื่องที่มนุษย์ไม่อาจสร้างเครื่องมือมาพิสูจน์ได้...“สิ่งที่ไม่เห็น...ไม่ใช่ไม่มี”.

รัก-ยม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้