วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เต้นฉะสมชัย งูเหลือมแอบโถส้วม ไม่รู้โผล่เมื่อไร จตุพรนำนปช. แจงปราบโกง

กกต.เผยได้รับเรื่องร้องเรียนทำผิด พ.ร.บ.ประชามติต่อเนื่องในพื้นที่ กทม. ขณะที่ ผอ.เลือกตั้งหลายจังหวัดห่วงผู้ไม่หวังดีปลอมแปลงบุ๊กเล็ต “สมชัย” ขอแหล่ด้วย ร่ายยาวลงเฟซบุ๊กเหน็บพวกชอบตำหนิ กระแทก “ตู่-เต้น” จะตั้งศูนย์จับผิด จะแถกันยังไงก็เชิญ “จตุพร” นำทีม นปช.ลุยถึงทำเนียบยื่นหนังสือแจงเจตนาตั้งศูนย์ปราบโกง ปูดมีทหารปูพรมคุกคามแกนนำหลายจังหวัดไม่อยากให้ตั้งศูนย์ภูมิภาค ดักคอถ้าสั่งปิดศูนย์คือมีเป้าหมายจะโกงประชามติ “เต้น” เล็งทำหนังสือขออนุญาต กกต.ส่งผู้สังเกตการณ์เข้าไปในคูหา ตอกกลับ “สมชัย” เก่งแต่จับผิด ทำคนหวาดกลัวไม่รู้จะโผล่มาเมื่อไหร่เหมือน “งูเหลือมในโถส้วม” พท.-ปชป.ยังประสานเสียงขอเปิดพื้นที่แสดงความเห็นต่าง ชี้ความเท่าเทียมนำไปสู่การยอมรับผลประชามติ

สืบเนื่องจากการรณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค.ในรูปแบบต่างๆ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ใช้วิธีให้นักร้องชื่อดังร้องเพลงรณรงค์ ท่ามกลางเสียงครหาว่ามีบางช่วงบางตอนเหยียดคนภาคเหนือและอีสาน ขณะที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. ได้จัดทำมิวสิกวีดิโอเพลงแหล่ออกมานั้น ล่าสุดนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ก็ออกมาแหล่ผ่านเฟซบุ๊กกระแทกกระทั้นกลับไป

เผยได้รับแล้วเรื่องผิดประชามติ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 10 มิ.ย. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวว่า กกต.ได้รับการแจ้งเบาะแสการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประชามติมาตลอด ทั้งหมดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ขณะเดียวกัน ทราบจาก ผอ.การเลือกตั้งประจำจังหวัดหลายจังหวัด ได้แสดงความกังวลว่าอาจมีผู้ไม่หวังดีปลอมแปลงจุลสารการออกเสียงประชามติ สรุปย่อสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญและประเด็นเพิ่มเติม หรือบุ๊กเล็ต ที่ กกต.จะดำเนินการส่งไปยังประชาชนทุกครัวเรือน ให้มีเนื้อหาที่ผิดเพี้ยนจากความเป็นจริง หรือ ชี้นำการออกเสียงประชามติทางใดทางหนึ่งไปวางไว้ในชุมชน ซึ่งในอนาคตอาจจะต้องพิจารณากันว่า ผอ.กกต.จังหวัดจำเป็นต้องลงบันทึกประจำวันต่อพนักงานสอบสวนไว้ก่อนหรือไม่

หาก พ.ร.บ.ขัด รธน.แก้ตามคำสั่งศาล

นายบุญส่งกล่าวว่า ขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่ดำเนินการรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้วินิจฉัยด้วยความรวดเร็ว จะทำให้เรื่องนี้มีความชัดเจนขึ้น ส่วนตัวมองว่ามาตรา 61 วรรคสอง ไม่กระทบต่อการแสดงความเห็นของประชาชนโดยทั่วไป แต่จะกระทบกับการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนมากกว่า ยอมรับว่าคำว่า “หยาบคาย” และ “รุนแรง” ไม่เคยถูกบัญญัติในโทษทางอาญามาก่อน ยืนยันว่าไม่ว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาอย่างไรจะไม่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการประชามติ ถ้าหากศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราวจะต้องแก้ไขตามคำวินิจฉัยของศาล กกต.อาจจะพิจารณาว่าควรเพิ่มเติมบทบัญญัติอะไรไปหรือไม่ในการแก้คราวเดียวกัน เพื่อประโยชน์ในการออกเสียงประชามติ โดย กกต.จะเป็นผู้ร่างก่อนส่งให้คณะรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาและส่งไปยังคณะกรรมการ กฤษฎีกาเพื่อดูความถูกต้อง และส่งกลับมาคณะรัฐมนตรีอีกครั้งเพื่อเสนอต่อ สนช.ให้พิจารณาอีก 3 วาระ แต่ระหว่างนี้จะยังถือว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯยังมีผลใช้บังคับอยู่

“สมชัย” เล็งแปลบุ๊กเล็ตแจกต่างชาติ

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดพิมพ์จุลสารการออกเสียงประชามติ สรุปย่อสาระสำคัญร่างรัฐธรรมนูญและประเด็นเพิ่มเติม หรือบุ๊กเล็ต ว่า ขณะนี้ กกต.ได้เพิ่มจำนวนการจัดพิมพ์บุ๊กเล็ตเป็น 20 ล้านเล่ม จากเดิมที่กำหนดจัดพิมพ์ไว้ 17 ล้านเล่ม เบื้องต้นการจัดพิมพ์จะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ และเมื่อจัดพิมพ์เรียบร้อยแล้ว กกต.ก็จะแจกจ่ายไปตามครัวเรือนที่มีผู้มีสิทธิออกเสียง จำนวน 17 ล้านเล่ม ส่วนอีก 3 ล้านเล่มที่เหลือก็จะนำไปใช้ในกิจกรรมการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ตามจังหวัดต่างๆ ขณะเดียวกัน จะแปลเป็นฉบับภาษาอังกฤษเพื่อแจกให้กับต่างชาติที่มาสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติด้วย ซึ่งขณะนี้มีเพียงองค์กรเดียว คือเครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี หรืออันเฟรล

โพสต์แหล่ชวนลงประชามติ

นายสมชัยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า แหล่ประชามติ กกต.สมชัย จะขอกล่าวความ ตามที่เห็นไป ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ล้วนเรื่องดราม่า ประชามติ วันที่เจ็ดสิงหา ใครๆบ่นมา ว่าไม่เป็นประชาธิปไตย จะพูดก็ห้าม ชอบปรามเรื่อยไป ทำไมไม่ใส่ใจ ไปรณรงค์ลงมติ ตั้งหน้าตั้งตา เอาแต่ตำหนิ บรรยากาศแบบนี้ จะเอาดีได้ยังไง จึงขอบอกกล่าว บอกเล่าความนัย เท็จจริงหรือไม่ ให้ไปไตร่ตรองกัน กฎหมายมีอยู่ เปิดดูพบพลัน สิ่งที่ห้ามนั้น ใช่ว่ามีมากมาย หนึ่งห้ามกล่าวเท็จ สองห้ามหยาบคาย ปลุกระดมมั่นหมาย ข้อสามตามนั่น ส่วนเสรีภาพ ประชาไทยทั่วกัน อุดมคติตามฝัน นั้นไม่เคยลิดรอน จะใส่เสื้ออะไร ไม่ต้องผัดผ่อน ไม่มีใครเดือดร้อน เรื่องเสื้อของท่าน จะแหล่จะเต้น ใช่เป็นเรื่องรำคาญ เชิญท่านสนุกสนาน สำราญบานใจ

แขวะ “ตู่-เต้น” จะแถยังไงก็เชิญ

นายสมชัยโพสต์ว่า ตุ๊ดตู่จะตั้ง ศูนย์ช่างอะไร จับผิดใครๆ ไม่ใช่หนักหนา ร่วมกันสรรค์สร้าง เส้นทางประชา ต้องยินดีว่า ร่วมด้วยช่วยกันแค่อย่าแอบแฝง จำแลงแปลงพันธุ์ เอาเรื่องประชามตินั้น ขึ้นมาบังหน้า ณัฐวุฒิจะแหล่ จะแถอย่างไรนา (ขออภัย บังเอิญคำสัมผัส) กกต.สมชัยไม่ว่า เชิญแหล่ตามใจ ขอชมว่าเสียงดี ดนตรีก็แบ็คให้ สตูดิโอแสงไฟ ยิ่งใหญ่ดูดี แหล่มาก็นาน วานท่านน้องพี่ เข้าใจสักที สิ่งดีดีมีหลาย ประชามติ เชิญท่านหญิงชาย ตัดสินใจสุดท้าย แล้วออกไปลงกัน จะรับไม่รับ ชอบไม่ชอบหรือนั่น 7 สิงหานั้น ร่วมกันใช้สิทธิ เพื่ออนาคต...เราาาาาาาา หมายเหตุ 1.เขียนเป็นบทแหล่ ไม่สงวนสิทธิเอาไปแหล่ต่อ 2.ไม่ได้ทำเป็น mv แบบคุณณัฐวุฒิ เนื่องจากไม่มีทุน จ้างดนตรีและสตูดิโอ และหน้าตาซุ่มเสียงไม่ดีเท่า 3.ยินดีรับการสนับสนุน หากใครจะหาดนตรีและสตูดิโอให้ (เอาจริง)

กกต.ปลอบ ขรก.อย่ากลัวถูกจับผิด

วันเดียวกัน เวลา 09.30 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.เป็นประธานพิธีเปิดและมอบนโยบายการสนับสนุนการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในโครงการสัมมนาปลัดจังหวัด นายอำเภอ และผู้บริหารส่วนกลางเพื่อสนับสนุนการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มีนายอำเภอ ปลัดจังหวัด ผู้อำนวยการเขต กทม.ทั้ง 50 เขต เข้าร่วม โดยนายศุภชัยกล่าวตอนหนึ่งว่า กกต.ตระหนักว่าการออกเสียงประชามติจะบรรลุเป้าหมายและได้รับการยอมรับอย่างสุจริตต้องมาจากการร่วมมือจากทุกภาคส่วน มีจิตสำนึกที่เป็นอิสระ ปราศจากการชี้นำและอิทธิพล จากกระแสข่าวจากสื่อและสถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบัน อาจทำให้ ผอ.เขตการเลือกตั้งไม่สบายใจ เพราะอาจมีการจ้องจับผิดและกระทบกระทั่งกับประชาชน จึงขอเรียนว่าท่านมีหน้าที่ชี้แจงกระบวนการการทำประชามติ ขอให้ทำงานด้วยความสบายใจ ยึดหลักวางตัวเป็นกลางไม่ชี้นำ ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ หากทำงานตามหลักนี้กฎหมายจะคุ้มครองท่านเอง

ปลัด มท.ย้ำไม่มีธงทำประชามติ

ช่วงบ่าย นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวในการสัมมนาว่า ช่วงนี้จะมีคนถามว่าร่างรัฐธรรมนูญต้องมีธงหรือไม่ ขอย้ำว่าจะให้ผ่านหรือไม่ให้ผ่านต้องไม่มีธง แต่มีอยู่ 3 ธง ที่ข้าราชการต้องถือปฏิบัติคือ 1.บทบาทของ ผวจ.และนายอำเภอที่จะต้องให้ความร่วมมือกับ กกต.และ กรธ. 2.ช่วย กรธ.ประชาสัมพันธ์โดยขอให้ทำงานตามอำนาจหน้าที่ให้ถูกต้อง และ 3.ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ให้ประชาชนแสดงความเห็นอยู่ในร่องในรอย อยู่ภายในกรอบกฎหมาย อย่าให้ยกพวกตีกัน รมว.มหาดไทยบอกว่าไม่อยากให้เสียสถานภาพความเป็นข้าราชการ อย่าเอนเอียงเข้าข้างใดข้างหนึ่งทั้งต่อหน้าและลับหลัง ส่วนบทบาทที่เราดูแลครู ก. ข. ค. ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกน้องของเราเช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขอให้พูดคุยก่อนลงไปทำงานให้รักษาความเป็นกลาง ไม่ให้มีธง ทำงานกันตามกฎหมาย และอย่าทำ 3 สิ่ง 1.อย่าตีความร่างรัฐธรรมนูญเอง 2.อย่าขยายความ และ 3.อย่าแสดงความคิดเห็น เชื่อว่าจะมีการถามเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญเยอะ ซึ่ง กรธ.ได้เก็งคำถาม 26 ข้อ หากถามเกินจากนี้อย่าไปเสี่ยงตอบด้วยตัวเอง

นปช.จี้หยุดคุกคามศูนย์ปราบโกง

เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นางธิดา ถาวรเศรษฐ และ นพ.เหวง โตจิราการ เดินทางมายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านนายพันศักดิ์ เจริญ ผอ.ส่วนประสานมวลชนและองค์กรประชาชน ขอชี้แจงวัตถุประสงค์การดำเนินงานศูนย์ปราบโกงประชามติ โดยนายจตุพรกล่าวว่า ศูนย์ปราบโกงตั้งเพื่อให้การทำประชามติโปร่งใส ไม่ใช่โค่นล้ม คสช. พวกตนเป็นคนปากกับใจตรงกัน สิ่งที่ห่วงวันนี้คือศูนย์ปราบโกงระดับจังหวัดที่จะเปิดพร้อมกันในวันที่ 19 มิ.ย. เพราะมีทหารในพื้นที่เข้าพบแกนนำแต่ละจังหวัด ลักษณะคุกคามไม่ให้ตั้ง เมื่อนายกฯประกาศชัดไม่ขัดข้องตั้งศูนย์ แม้จะไม่เห็นด้วย จึงขอความชัดเจนว่าท่านต้องการอะไร ถ้าต้องการให้เปิดศูนย์ต่อไป ต้องสั่งผู้ใต้บังคับบัญชาหยุดคุกคามประชาชนแต่ละจังหวัด

ถ้าสั่งปิดศูนย์แสดงว่าคิดจะโกง

“ศูนย์ปราบโกงฯจะไม่เป็นปัญหาใดๆกับคสช.แต่จะเป็นปัญหากับคนที่จะโกงประชามติเท่านั้น ถ้าไม่โกงก็ไม่ต้องเดือดร้อน แต่ถ้าต้องการโกงจริง ก็ให้ปิดศูนย์นี้เสีย พวกผมไม่ต้องการหาเรื่องนายกฯ มาอย่างมีมิตรไมตรี อยากให้ใจเย็นให้นิ่งคิดว่าศูนย์นี้เป็นภัยกับท่านอย่างไร เพราะการออกอาการขุ่นเคืองโกรธอย่างรุนแรงทำให้สงสัยว่า ในใจท่านคิดอะไรอยู่กันแน่ บอกเกลียดการโกง ถ้าไม่โกงจะไปโมโหเรื่องอะไร ผมไม่ได้กลัวว่าพวกท่านจะปิดศูนย์ปราบโกงฯ เพราะถ้าปิดจะเป็นคำตอบชัดเจนว่า ท่านต้องการโกงประชามติ เราไม่มีความลับ อย่าอยู่กันอย่างหวาดระแวง ซึ่งเกิดจากการกลัวแพ้จนลนลาน” นายจตุพรกล่าว

“เต้น” แขวะ “สมชัย” เป็นงูในโถส้วม

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. กล่าวว่ากรณีที่ตนเผยแพร่เพลงแหล่ประชามติ แล้วมีท่าทีจากกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยเฉพาะนายสมชัย ศรีสุทธิยากร เขียนเพลงแหล่ตอบโต้ตนมา ขอบอกว่า กกต.ชุดนี้ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1.นายสมชัย เป็นประเภทชายเดี่ยว ส่วนอีก 4 คนเป็นประเภททีมชุด สำหรับประเภทชายเดี่ยวมักทำอะไรทุกอย่างที่ไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. ส่วนทีมชุดก็มัวแต่ชักช้า มัวแต่ปรึกษาหารือ บทบาทก็เสร็จ กกต.ประเภทชายเดี่ยวหมด ดังนั้น ขอเรียกร้องให้ กกต.ประเภททีมชุดจัดการให้นายสมชัยอยู่กับร่องกับรอยปฏิบัติหน้าที่ให้สมกับเป็น กกต. ไม่ใช่วันๆ เที่ยวไปจับผิดเด็กเต้นในมิวสิกวีดิโอ มานั่งแต่งเพลงกลอนแหล่ตอบโต้ กินเงินเดือนควรทำหน้าที่ให้สง่างาม อย่าทำตัวเป็นงูเหลือมในโถส้วม ทำคนหวาดกลัวไม่รู้ว่าจะโผล่มาเมื่อไหร่ ส่วนที่นายสมชัยขาดทุนทรัพย์ในการอัดเพลง ตนไม่ใช่คนรวย แต่ ถ้านายสมชัยจะเอาจริง ตนจะออกทุนให้ถ่ายมิวสิกวีดิโอให้ ต้องการแดนเซอร์จะติดต่อทีมงานประชาธิปไตยใหม่ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือน้องเพนกวิ้น นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว และนายอานนท์ นำภา ทนายของจ่านิวให้ ตนยินดีสนับสนุนให้บ้า

เล็งขอ กกต.ส่งผู้สังเกตการณ์คูหา

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า การที่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงไปประกบติดปฏิบัติการทางจิตวิทยาในหลายพื้นที่ สงสัยว่าการตั้งศูนย์ปราบโกงของ นปช.กำลังเผชิญสถานการณ์ที่มีคนตั้งศูนย์เพื่อปราบศูนย์ปราบโกงฯอีกชั้นหนึ่งหรือไม่ ภารกิจศูนย์ปราบโกงฯแค่ 2 เดือนจบ ก็อยากให้นายกฯอดทนบ้าง ยืนยันภารกิจจะไม่ล้ำเส้น พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแน่ และไม่มีวิชามาร ดังนั้นควรสั่งให้ในพื้นที่ยุติทันที เมื่อถามว่า การที่นายกฯบอกห้ามเข้าใกล้หน่วยเลือกตั้งจะเป็นปัญหาต่อการทำงานศูนย์ปราบโกงฯหรือไม่ นายณัฐวุฒิตอบว่า จะทำหนังสือถึง กกต.เพื่อขอให้มีผู้สังเกตการณ์เข้าไปในหน่วยเลือกตั้ง

พท.เฝ้าทวงถามเปิดพื้นที่เห็นต่าง

นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คนไทยและต่างประเทศเฝ้าติดตามการออกเสียงลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นในไทย ตนเห็นว่าถ้ามีการเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองในช่วงเวลานี้อย่างเต็มที่ ประเทศและส่วนรวมมีแต่ได้กับได้ เนื่องจาก 1.จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้การออกเสียงลงประชามติมีความเสรี เป็นธรรม และมีความน่าเชื่อถือได้รับการยอมรับจากทั้งในและต่างประเทศ 2.ทำให้บรรยากาศบ้านเมืองมีความเป็นประชาธิปไตยและผ่อนคลายมากขึ้น 3.เสรีภาพในการแสดงออกทางการเมืองจะเป็นปัจจัยที่ช่วยลดความหวาดระแวงและเอื้อต่อการสร้างความไว้วางใจของทุกฝ่ายในสังคม ทำให้เอื้อต่อการปรองดอง 4.ทำให้เปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกกลุ่มมีส่วนร่วมทางการเมืองและกำหนดอนาคตของประเทศร่วมกัน 5.การให้แต่ละฝ่ายแสดงออกอย่างสร้างสรรค์เป็นกระบวนการเรียนรู้ประชาธิปไตยในทางปฏิบัติที่ดีที่สุด ไม่เชื่อว่าความเห็นที่แตกต่างของคนในสังคมจะเป็นความขัดแย้งที่นำไปสู่ความวุ่นวายและความไม่สงบที่จะเป็นอุปสรรคในการทำงานของรัฐบาล ถ้าประเมินความเสี่ยงที่ความเห็นต่างจะก่อให้เกิดความไม่สงบในบ้านเมืองแล้ว มีน้อยกว่าโอกาสที่จะโดนงูโผล่ขึ้นจากชักโครกมากัดคน เปิดพื้นที่เสรีภาพประเทศมีแต่ได้กับได้

ปชป.แนะ รบ.จูนทัศนคติลดกดดัน

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ย้ำมาหลายครั้งสิทธิของคนเห็นด้วยไม่เห็นด้วยต้องมีเท่าเทียม ต้องมองเป็นกลาง อย่ามีใครไปรู้สึกว่าเป็นเจ้าของ หรือรับผิดชอบรัฐธรรมนูญแต่เพียงผู้เดียว ไม่อย่างนั้นจะกดดันสูง ผู้ร่างเหมือนผู้ปรุงอาหาร รอคนเข้ามาชิมในร้าน แต่เมื่อคนเข้ามาชิมแล้วไม่อร่อย อาจไม่ผ่าน หรือคว่ำรัฐธรรมนูญเข้าให้ แสดงว่าผู้ปรุงไม่เข้าใจผู้บริโภค ไม่เข้าใจประชาชน ไม่เข้าใจวัฒนธรรมการเมืองของประเทศ ให้ทุกฝ่ายวางใจเป็นกลาง ผ่านไม่ผ่านว่ากันใหม่ตามกติกา เมื่อก่อนระบอบประชาธิปไตยเหมือนการทำสงครามที่ไม่เสียเลือดเนื้อ ไม่ใช่สงครามที่วัดแพ้ชนะกันที่ศพทหารหรือเหยื่อ แต่วันนี้เราวัดกันที่มีคนตามหลังเรามากก็ชนะ ไม่ใช่เวลามานั่งจับผิด หรือทะเลาะกันแล้ว เป็นช่วงที่แต่ละฝ่ายต้องหาพวกในการทำประชามติแล้ว ทุกฝ่าย โดยเฉพาะรัฐบาล คสช.ที่อยากให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่าน ต้องมานั่งนับนิ้วหาพวกได้แล้ว ว่าใครเป็นพวกเราบ้าง ถ้าไม่มีเลยหรืออยู่โดดเดี่ยวจะได้สิ่งที่ตนเองต้องการยากมาก

พลเมืองโต้กลับร้องเพลงหน้า กกต.

ที่ศาลทหารกรุงเทพ นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ กล่าวถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารจัดการเลือกตั้ง ระบุถึงการเผยแพร่คลิปเพลงที่มีเนื้อหาจูงใจให้คนไปใช้สิทธิออกเสียงรับไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไม่ผิด พ.ร.บ.ประชามติ เพราะเผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูบก่อน พ.ร.บ.ประชามติมีผลใช้บังคับ แต่อาจจะผิดกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นห้ามเผยแพร่ซ้ำในระหว่างนี้เพราะจะสุ่มเสี่ยงผิด พ.ร.บ.ประชามติ มาตรา 61 วรรคสอง ว่า ขณะนี้ กกต.ยังไม่ได้ระบุว่าเป็นเพลงของใคร หรือเพลงอะไรหรือจากเพจใด อย่างไรก็ตาม กลุ่มพลเมืองโต้กลับจะไปแสดงตัวว่าพวกเราเป็นคนจัดทำเพลงนี้ขึ้นมา และจะไปจัดการแสดงโชว์ที่บริเวณหน้าสำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ ในเวลา 15.00 น. วันที่ 15 มิ.ย.นี้

ผบ.ทบ.สั่งเกาะติดตั้งศูนย์ปราบโกง

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีจะมีการตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติทั่วประเทศ ของกลุ่ม นปช.ว่า ถือเป็นหน้าที่ของ กกต.ในส่วนของ กอ.รมน. มีหน้าที่ในการสนับสนุน ส่วนการติดตามความเคลื่อนไหวนั้นได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว โดยประสานงานกับหน่วยข่าว ซึ่งที่ผ่านมา พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะ รอง ผอ.กอ.รมน. เน้นงานด้านการข่าวให้มีความเข้มข้นมากขึ้น ซึ่งไม่ได้เพิกเฉย ทั้งนี้ เรื่องข่าวสารต่างๆทาง กอ.รมน.ก็ได้รับ แต่บทบาทของ กอ.รมน.ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ ดังนั้นจะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ

“แม่จ่านิว” รายงานตัวศาลทหารฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาล ทหารกรุงเทพ น.ส.พัฒน์นรี ชาญกิจ หรือหนึ่งนุช มารดาของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำ กลุ่มพลเมืองโต้กลับ เดินทางเข้ารายงานตัวต่อศาล ทหารกรุงเทพ หลังครบกำหนดฝากขังผัดที่สาม ในคดีที่ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหารฯ ข้อหาร่วมกันกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยในวันเดียวกันนี้ พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องขอฝากขัง น.ส.พัฒน์นรีต่อเป็นผัดที่สี่ แต่ก่อนหน้านี้ นางพัฒน์นรีได้รับการประกันตัว จึงต้องเดินทางมารายงานตัว นอกจากนี้ ศาลทหารฯยังได้นัดสอบคำให้การและนัดฟังคำวินิจฉัยเรื่องเขตอำนาจศาลในคดี ที่แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ ประกอบด้วย จ่านิว นายอานนท์ นำภา นายพันธ์ศักดิ์ ศรีเทพ และนาย วรรณเกียรติ ชูสุวรรณ ร่วมกันจัดกิจกรรมเลือกตั้งที่ (รัก) ลัก เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2558 ที่หอศิลปฯกรุงเทพฯด้วย

ศาลชี้เขตพิจารณาคดีศาลทหาร

นายอานนท์ นำพา แกนนำกลุ่มพลเมืองโต้กลับ และทนายความสิทธิมนุษยชน กล่าวภายหลังฟังคำสั่งเขตอำนาจศาลของกลุ่มพลเมืองโต้กลับว่า วันนี้ศาลทหารได้นัดฟังคำสั่งที่ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลได้วินิจฉัยเขตอำนาจศาล ปรากฏว่าทางศาลยุติธรรมได้วินิจฉัยแล้วว่าคดีของกลุ่มพลเมืองโต้กลับอยู่ในเขตอำนาจศาลทหาร ซึ่งต่อไปคดีนี้ก็จะมีการพิจารณาของศาลทหารต่อไป อย่างไรก็ตาม ทนายของจำเลยทั้ง 4 คน ได้ยื่นคำร้องต่อศาลทหารให้ส่งสำนวนไปให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าประกาศคำสั่งที่ให้พลเรือนขึ้นศาลทหารนั้นขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมทั้ง พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหารที่ไม่ให้มีการอุทธรณ์หรือฏีกาขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ดังนั้นศาลทหารจึงต้องสั่งให้ชะลอคดีดังกล่าวนี้ไว้ก่อนอย่างไม่มีกำหนด เพื่อรอฟังความเห็นของอัยการศาล ทหาร และศาลทหารจะทำความเห็นว่าจะส่งสำนวนไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่

ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก “จตุพร” 2 ปี

ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท จากกรณีนายจตุพรขึ้นเวทีเมื่อวันที่ 11-17 ต.ค.52 ปราศรัยกล่าวหานายอภิสิทธิ์ ประวิงเวลาทำความเห็นเสนอต่อสำนักราชเลขาธิการ เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตามที่กลุ่ม เสื้อแดงร่วมกันลงชื่อถวายฎีกา รวมทั้งกล่าวหานายอภิสิทธิ์ ในทำนองเป็นฆาตกรสั่งฆ่าประชาชน โดยศาลอาญาพิพากษาให้จำคุก 2 ปี และไม่รอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าประโยคปราศรัยที่นายจตุพรไม่ใช่เป็นการกล่าวติชมด้วยความเป็นธรรม เป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ ส่วนที่จำเลยขอให้มีการรอการลงโทษนั้น ไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ ศาล อุทธรณ์พิพากษายืน ทั้งนี้นายจตุพรได้รับการปล่อยชั่วคราว ศาลตีราคาหลักทรัพย์ 2 แสนบาท

พิพากษายืนยกฟ้อง “อนุดิษฐ์–จิรายุ”

อีกคดีหนึ่ง ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง และนางวรกร จาติกวณิช มอบอำนาจให้ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องพรรคเพื่อไทย นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.ไอซีที และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานหมิ่น ประมาทผู้อื่นด้วยการโฆษณา โดยศาลได้ยกฟ้องพรรคเพื่อไทย และนายยงยุทธ และรับฟ้องไว้เฉพาะ น.อ.อนุดิษฐ์ และนายจิรายุ ขณะที่ศาลชั้นต้นยกฟ้อง ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ซึ่งศาลอุทธรณ์เห็นว่านายกรณ์ โจทก์ที่ 1 เป็นบุคคลสาธารณะ ย่อมอยู่ในวิสัย ปกติที่สามารถถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นการแสดงความคิดเห็น หรือข้อความโดยสุจริต ติชมด้วยความเป็นธรรม ซึ่งบุคคลทั่วไปสามารถกระทำได้ พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

นายกฯมั่นใจสางปมไอเคโอเห็นผล

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายอรุณ มิชรา (Arun Mishra) ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Organization : ICAO) เข้าพบและหารือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. โดย พล.ต.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำ สำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯย้ำว่ารัฐบาลได้เร่งแก้ไขปัญหาการบินพลเรือนของไทยให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว ขอบคุณที่ ICAO เห็นความสำคัญและเข้าใจสถานการณ์ของไทยเป็นอย่างดี นายกฯได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขปัญหาในระยะยาวมุ่งยกระดับระบบการกำกับดูแลความปลอดภัยในทุกกิจกรรมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ข้อกำหนดและข้อเสนอแนะของ ICAO ขณะที่ ผอ.ภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก ICAO ได้ขอบคุณไทยที่อนุญาตให้ตั้งสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในประเทศไทย เชื่อมั่นว่าไทยจะสามารถแก้ปัญหาการบินพลเรือนได้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว เพราะเชื่อมั่น ในศักยภาพของบุคลากรไทย และไทยถือเป็นประเทศที่มีความสำคัญไม่ใช่แค่กับ ICAO เท่านั้น แต่ไทยยังเป็นศูนย์กลางการบินทางอากาศ (air traffic) ของภูมิภาค

โวออก ก.ม.อื้อไม่หวังผลการเมือง

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า ที่ผ่านมาไทยประสบปัญหาเชิงโครงสร้างกับดักใหญ่มี 3 เรื่อง คือ 1.กระบวนการทางกฎหมาย ตั้งแต่ปี 51-57 การออกกฎหมายล่าช้า มีเพียง 120 ฉบับ เพราะมีความขัดแย้งสูง รัฐบาลนี้เข้ามาสามารถเร่งออกกฎหมายได้ 172 ฉบับ การปรับปรุงกฎหมายระยะต่อไป ปี 59-60 จะเร่งในกลุ่มที่ 1 คือ กฎหมายในเชิงปฏิรูปตามนโยบายรัฐบาล กลุ่มที่ 2 คือ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายลูก รวมถึงกฎกระทรวง พระราชกฤษฎีกาต่างๆ ต้องมีกฎหมายในเชิงบังคับใช้ข้างล่างด้วย และกลุ่มที่ 3 คือ กฎหมายเชิงปฏิรูปตามร่างรัฐธรรมนูญ และกฎหมายอื่นๆที่รัฐธรรมนูญกำหนด เช่น กฎหมายยุทธศาสตร์ชาติ กฎหมายแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ที่ต้องออกภายใน 120 วัน สำหรับการแก้ปัญหาในกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลได้นำคดีสำคัญเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลเท่านั้น เช่น คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คดีจำนำ ข้าว คดีคลองด่าน โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับขบวนการภายใน ทั้งนี้ รัฐบาลวางรากฐานตามโรดแม็ป ระยะที่ 1 จนถึงปี 60 ที่เหลือจะบรรจุในแผนปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีการประเมินทุก 1-5 ปี 4 ช่วง คือ 4 แผน รวม 20 ปี

“บิ๊กฉัตร” โต้รัฐบาลดูแลเกษตรกร

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า กรณีที่นายปลอดประสพ สุรัสวดี แกนนำพรรค เพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊กโจมตีกระทรวงเกษตรฯ เรื่องระบบจัดการน้ำให้เกษตรกรนั้น ในส่วนของน้ำอุปโภคบริโภค มีบางส่วนต้องขอทำความเข้าใจร่วมกัน เช่น ปัญหาน้ำเพื่อการเกษตร เพราะจากความกังวลเรื่องน้ำท่วม ทำให้ปี 55-56 เก็บน้ำไว้ไม่เต็มเขื่อน และรัฐบาลขณะนั้นส่งเสริมการปลูกข้าวอย่างกว้างขวาง ใช้น้ำจากเขื่อนไปมาก ส่งผลทําให้น้ำต้นทุน ลดลง จึงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างระมัดระวังที่สุด แต่กระทรวงเกษตรฯไม่ได้นิ่งเฉยมีมาตรการช่วยเหลือ 8 มาตรการ เพื่อให้ผ่านวิกฤติแล้งไปได้ สำหรับการ ขุดลอกคูคลอง ก่อนดำเนินการรัฐบาลทําประชาคมกับประชาชนในพื้นที่มีความต้องการ ไม่ใช้อิทธิพลบีบบังคับ ทุกขั้นตอนต้องโปร่งใส ไม่ทุจริต หากมีจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด

สนช.ผ่านฉลุยร่าง พ.ร.บ.นิติวิทย์ฯ

วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การให้บริการด้านนิติวิทยาศาสตร์ พล.ต.ท.บุญเรือง ผลพาณิชย์ ประธาน กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฯ กล่าวว่า สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว คือการให้มีสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม มีหน้าที่ให้บริการและส่งเสริมงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ พร้อมกับมีคณะกรรมการกำกับการให้บริการด้านวิทยาศาสตร์ จากนั้นมีสมาชิก สนช.อภิปรายท้วงติงในมาตรา 5 ในที่สุดที่ประชุม สนช.มีมติเสียงข้างมาก 112 ต่อ 37 คะแนน เห็นชอบการแก้ไขของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯในมาตรา 5 และมีมติเอกฉันท์ 148 คะแนน เห็นชอบให้ร่างได้รับการประกาศใช้เป็นกฎหมาย

ลงมติเลือกผู้ตรวจการฯ 5 ก.ค.

ที่รัฐสภา คณะกรรมการสรรหาผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่มีนายวีระพล ตั้งสุวรรณ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานกรรมการสรรหา ได้นัดประชุมเพื่อทบทวนการเสนอรายชื่อ นพ.เรวัต วิศรุตเวช ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน หลังจากที่ประชุม สนช.มีมติไม่เห็นชอบให้ นพ.เรวัต เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นเหตุให้ต้องเริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ ซึ่งต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาฯได้กำหนดเปิดรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการสรรหาใหม่ โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 13-20 มิ.ย. และจะประชุมพิจารณาคุณสมบัติผู้สมัครพร้อมกับลงมติ ในวันที่ 5 ก.ค. อย่างไรก็ตาม ไม่จำกัดสิทธิการลงสมัครของนายเรวัตแต่อย่างใด

“จ้อน” โวยใส่ร้ายทำเสียกำลังใจ

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) กล่าวถึงข้อวิจารณ์ สปท.ว่าไม่มีผลงาน และการปฏิรูปของแม่น้ำ 5 สายล้มเหลวว่า ไม่เป็นธรรมต่อคนทำงาน การปฏิรูปเริ่มมาตั้งแต่ พ.ค.57 ถึงวันนี้ช่วยฟื้นฟูพัฒนาและปฏิรูปจากรัฐที่ล้มเหลวมาสู่ความสงบสันติ จนสามารถตั้งหลักได้ จึงปรึกษาประธานสปท.ว่า ควรตั้งคณะกรรมการบริหารเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ เพื่อประสานงานกับภาคีภาคส่วนต่างๆมาทำงานอย่างหนัก ช่วยผลักดันเรื่องปฏิรูปให้คืบหน้า อย่างไรก็ตาม วันลงนามเอ็มโอยูมี สปท.ท่านหนึ่งปล่อยข่าวใส่ร้าย คอลัมนิสต์บางส่วนก็นำข่าวสารที่ผิดพลาดบิดเบือนเหล่านี้ไปวิจารณ์ต่อ โดยไม่ทราบข้อมูลที่ถูกต้องและไม่ตรวจสอบ ถือเป็นการดูแคลนองค์กรเครือข่ายที่ตั้งใจจะมาช่วยให้เสียหาย เสียกำลังใจ

ศาลไม่รับ “ยิ่งลักษณ์” ฟ้อง “จิรชัย”

ที่ศาลอาญา ศาลมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายจิรชัย มูลทองโร่ย รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงความผิดทางละเมิดโครงการรับจำนำข้าว เป็นจำเลยในความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยคดีนี้ศาลมีคำสั่งตรวจคำฟ้องโดยที่ยังไม่ได้ดำเนินการไต่สวนมูลฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 13 พ.ค. ระบุพฤติการณ์ในคำฟ้องสรุปว่า วันที่ 3 เม.ย.58 นายจิรชัยได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ โครงการรับจำนำข้าว ซึ่งจะต้องตรวจสอบ เดินเผชิญสืบคลังสินค้าที่เก็บข้าวสาร เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีอยู่จริงของปริมาณต้นทุนข้าวเปลือกแต่ละชนิดที่ชาวนานำมาเข้าโครงการ รวมทั้งจำนวนข้าวที่ได้จำหน่ายและระบายไปว่ามีปริมาณเท่าใดเพื่อหักทอนทางบัญชีและตรวจดูว่าคงเหลือข้าวสารแต่ละชนิดในคลังสินค้าขององค์การคลังสินค้า หรือ อคส.จำนวน 1,626,395.13 ตัน และอยู่ในความครอบครองขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร หรือ อ.ต.ก. จำนวน 7,984,553.17 ตัน นั้นเป็นความจริงหรือไม่ ซึ่งเป็นหน้าที่ของจำเลยที่จะต้องไต่สวนพยานบุคคล ตรวจสอบเดินเผชิญสืบสถานที่เก็บข้าวสารให้ได้ความจริง โดยจำเลยในฐานะเจ้าพนักงานจะต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่และตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย เหตุเกิดที่แขวงและเขตดุสิต กทม.

กกต.เผยได้รับเรื่องร้องเรียนทำผิด พ.ร.บ.ประชามติต่อเนื่องในพื้นที่ กทม. ขณะที่ ผอ.เลือกตั้งหลายจังหวัดห่วงผู้ไม่หวังดีปลอมแปลงบุ๊กเล็ต “สมชัย” ขอแหล่ด้วย ร่ายยาวลงเฟซบุ๊กเหน็บพวกชอบตำหนิ กระแทก “ตู่-เต้น” จะตั้งศูนย์จับผิด 11 มิ.ย. 2559 05:15 ไทยรัฐ