วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำตามาเฟีย

เนิ่นนานเต็มที ก็ราวๆสักสิบปีที่แล้ว ผมเจอ เสธ.ไอซ์ (พลเอกไตรรงค์ อินทรทัต) ในโรงหนังสยามพารากอน ผมถือวิสาสะเดินเข้าไป พอสบตากันเราก็กอดกัน แล้วก็ถามทุกข์สุขกันตามประสา

นั่น คือการพบกันครั้งสุดท้าย...

ผมรู้จัก เสธ.ไอซ์ เจอกันก็แลกเปลี่ยนประเด็น สังคม เศรษฐกิจ การเมือง กันหลายปี ตลอดเวลาที่คุยกัน ผมไม่เห็นวี่แวว ดุเดือดเลือด พล่าน แบบเจ้าพ่อ หรือมาเฟีย เหมือนที่คนอื่นพูดกันเลย

ตรงกันข้าม เสธ.ไอซ์ ตรงหน้า เฮฮา ขี้เล่น แบบเหลือเชื่อ

เชือกเส้นหนึ่งที่โยง ความผูกพันเราไว้ด้วยกัน “พี่อ๊อด” คู่หูของเสธ. เป็นคนไทยรัฐรุ่นเก่า...จุดอ่อนของพี่อ๊อด “อยู่ที่การจี้” เสธ.มีเหตุให้จี้พี่อ๊อด เรียกเสียงเฮฮาได้ไม่ขาด

เจอนายพลคนดัง ที่เข้าใจธุรกิจสีเทามากกว่าใคร ผมก็ถาม ส่วนแบ่ง ระหว่างสีกากีกับสีเขียว จะซักเท่าไหร่

“80-20” เสธ.ไอซ์ว่า

มีคำอธิบายตาม 80 ของสีกากีที่ว่านั้น เป็นสัดส่วนกินเปล่า ไม่ต้องออกแรง ส่วน 20 ของสีเขียวนั้น สีเขียวต้องลงแรงแลกเปลี่ยน ด้วยเนื้องานดูแลรักษาความปลอดภัย

ผมฟังแล้ว ก็คิดตาม สีเขียวเขาก็ต้องรักสีเขียว

วันนั้นมีข่าวพาดหัว จังหวัดหนึ่งในอีสาน ตำรวจกับทหารมีเรื่องตบกัน ใครตบใครผมก็ลืมไปแล้ว จำได้แต่ต้นเหตุว่า มาจากเรื่องธุรกิจสีเทา ที่ไม่เคยแบ่งกันลงตัวสักที

ผมเคยเป็นนักข่าวรถตระเวน วิ่งรอกหาข่าวตามโรงพัก รู้จักตำรวจระดับพลตำรวจเอกหลายคน ตั้งแต่สมัยที่เป็นร้อยตำรวจตรี บางโรงพักคุ้นหน้ากับเสมียนประจำวัน

วันนั้นคนขับรถ มีเรื่องถูกตำรวจจับเรื่องเล่นไพ่ ผมไปตามประกันตัว เสร็จงานตำรวจที่คุ้นหน้าคนนั้น ก็บอกว่า “ค่าเขียน เอามาร้อยนึง” ผมควักให้แต่ใจเคือง เบี้ยเลี้ยงนักข่าวโรงพักตอนนั้น วันละ 50 บาท

แต่ตำรวจที่ใจถึงพึ่งได้ ก็มี นักข่าวรุ่นพี่ผม เจอตำรวจใหญ่บางโรงพักหนึ่งครั้ง ได้ทั้งบุหรี่ฝรั่งหนึ่งแท่ง และของแถม มีอายุมาถึงวันนี้ ผมไม่แน่ใจ ตำรวจกับนักข่าว...ที่เหมือนน้ำพึี่งเรือเสือพึ่งป่า ใครได้ใครเสีย

ผมทิ้งท้ายในคอลัมน์...เมื่อนึกถึงคำพังเพย เป็นเมียทหารนับขวด เป็นเมียตำรวจนับแบงก์

ระหว่างตำรวจกับทหาร ผมขอเลือกรักทหาร

ก็เขียน...อยู่ทุกวัน เป็นข้อเขียนที่จบไปวันหนึ่งๆ ไม่เคยคิดว่าจะมีความหมายใหญ่โต กับใครบางคน

เสธ.ไอซ์ โทร.มา พูดจาไม่กี่คำ ผมจับได้แต่คำว่า จับใจๆ แล้วก็ได้ยินเสียงร้องไห้...

ไม่ใช่การร้องไห้...ธรรมดา มีเสียงโฮตามมา...แล้ว เสธ.ก็วางสาย

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เสธ.มาขอโทษ บอกว่า ควบคุมตัวเองไม่ได้

ผมก็เออออ เงอะงะไป เพราะไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน เกิดมาทั้งที ใครจะมีโอกาสฟังเสียงร้องไห้จากทหารชั้นนายพล ที่มีเสียงเรียกลับหลังว่า “มาเฟีย”

ผมคาใจ เสียงร้องไห้ จนกระทั่งได้อ่านประวัติ พ.ต.โผน อินทรทัต ในหนังสือเสรีไทย ของสำนักพิมพ์แสงดาว บทบาทของ พ.ต.โผน โลดโผนโจนทะยาน เป็นคนส่งสารจากไทยไปจีน...ถึงสองเที่ยว

เรื่องราวของ พ.ต.โผน แม้คนละลีลา แต่ก็ยิ่งใหญ่ ไม่แพ้ จำกัด พลางกูร ป๋วย อึ๊งภากรณ์

หลังเหตุกบฏวังหลวง พ.ศ.2492 ฝ่ายคุณปรีดี แพ้ ประวัติ พ.ต.โผน บรรทัดสุดท้าย เขียนไว้ว่า เขาถูกนายตำรวจใหญ่ฝ่ายรัฐบาลยิง...วันที่ พ.ต.โผน ตาย ลูกชายในท้องภรรยา อายุได้ 3 เดือน

ลูกชายคนนั้นต่อมา ชื่อ ไตรรงค์ อินทรทัต

ผมเลิกแปลกใจ เหตุที่ เสธ.ไอซ์ ร้องไห้ ส่วนตัวผมไม่เคยเกลียดตำรวจ แต่พอเข้าใจ ทำไมบางคน ตั้งแต่เกิดจนตาย จึงไม่รักตำรวจ.

กิเลน ประลองเชิง

10 มิ.ย. 2559 14:12 10 มิ.ย. 2559 14:12 ไทยรัฐ