วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก.ม.ก้าวหน้าแต่ยังไม่พอ?

เป็นความก้าวหน้าอีกก้าวหนึ่งของรัฐบาล คสช. คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการของร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับใหม่ ที่จะใช้แทน พ.ร.บ.ภาษีโรงเรือนและที่ดิน 2475 และ พ.ร.บ.ภาษีบำรุงท้องที่ 2508 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เป็นผู้เก็บ และใช้ฐานราคาที่ดิน 2521 แต่มีปัญหาทั้งด้านประสิทธิภาพและความเป็นธรรม

ร่างกฎหมายภาษีที่ดินใหม่แยกการเก็บภาษีเป็น 4 ประเภท คือที่ดินเพื่อเกษตรกรรม บ้านพักอาศัย พาณิชยกรรม และที่รกร้างว่างเปล่า ที่พักอาศัยหลักราคาไม่เกิน 50 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี แต่ที่พักอาศัยหลังอื่นๆ หรือบ้านหลังที่ 2 ราคาตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องเสียภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า ตั้งเพดานสูงสุดไว้ 5% ส่วนที่ดินพาณิชยกรรมมีการจัดเก็บ 6 ระดับ

กระทรวงการคลังชี้แจงว่า ไม่ใช่ภาษีใหม่ แต่เป็นการปรับปรุงภาษีที่ดินและโรงเรือนของเดิม เพื่อให้มีประสิทธิภาพ ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม และสร้างความเป็นธรรมตามระบบปัจจุบัน อปท.ต่างๆ เช่น เทศบาล และ อบต.เก็บภาษีได้เพียงปีละ 30,000 ล้านบาท แต่ระบบใหม่จะเพิ่มเป็น 64,250 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากภาคพาณิชย-กรรม 60,240 ล้านบาท

ระบบใหม่จัดเก็บภาษีตามมูลค่าของทรัพย์สิน ตามราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อความเป็นธรรมในสังคม เนื่องจากในปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนจากการพึ่งพาภาษีฐานเงินได้ไปสู่ภาษีฐานการบริโภค เป็นภาษีทางอ้อม ซึ่งคนจนต้องรับภาระสูงกว่าคนรวย ร่าง พ.ร.บ.ใหม่จะให้เจ้าของที่ดินรกร้างว่างเปล่าเสียภาษีอัตราสูง เพื่อกระตุ้นให้นำที่ดินมาใช้ประโยชน์

กระทรวงการคลังพยายามผลักดันให้รัฐบาลชุดก่อนๆออกกฎหมายในลักษณะนี้มาหลายสิบปี แต่ไม่สำเร็จ รัฐบาลเลือกตั้งส่วนใหญ่มักจะประกอบด้วยนักการเมืองที่ร่ำรวย อย่าง ส.ส.ชุด 2554 จำนวน 500 คน มีทรัพย์สินรวมกันราว 40,000 ล้านบาท พอๆกับทรัพย์สินชาวบ้านถึง 2 ล้านครอบครัว การปรับปรุงกฎหมายภาษีที่ดินคือการทุบ หม้อข้าว

คสช.เป็นรัฐบาลแรกที่ออกกฎหมายภาษีที่มีลักษณะก้าวหน้าแบบนี้ ออกมาแล้วฉบับแรกคือกฎหมายภาษีมรดก ฉบับที่สองคือภาษีที่ดิน แต่ พ.ร.บ.ภาษีมรดกอาจยังไม่ก้าวหน้าพอ ถูกวิจารณ์ว่าเนื่องจากรัฐบาลให้เวลาเตรียมการถึง 6 เดือน จึงจะมีผลใช้บังคับ ทำให้บรรดาเศรษฐีไทยไม่ใช่น้อยรีบโอนทรัพย์สินเงินทองให้แก่ลูกๆ เพื่อไม่ต้องเสียภาษีมรดก

กฎหมายภาษีที่ดินก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากข้อมูลระบุว่ามีบ้านราคาเกิน 50 ล้านบาทอยู่ทั่วประเทศแค่ 8,556 หลัง ที่จะต้องเสียภาษี จึงมีเสียงวิจารณ์จากนายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีคลัง และนักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประ-เทศไทย ทำนองว่าเป็นการเก็บภาษีคนรวยส่วนน้อย ผิดวัตถุประสงค์การเก็บภาษีที่ดินแบบสากล เอื้อประโยชน์คนรวยส่วนใหญ่หรือไม่?

10 มิ.ย. 2559 14:10 ไทยรัฐ