วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ทรัมป์-ฮิลลารี” ก็คือสหรัฐฯ

“ทรัมป์-ฮิลลารี” ก็คือสหรัฐฯ

โดย สายล่อฟ้า
11 มิ.ย. 2559 05:01 น.
  • Share:

ไม่น่าจะผิดฝาผิดตัวแล้วสำหรับคู่ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในเดือน พ.ย.ที่จะถึงนี้หลังจาก “บารัค โอบามา” ผู้นำคนปัจจุบันต้องพ้นวาระหลังจากดำรงตำแหน่งมา 8 ปีเต็ม

“ฮิลลารี คลินตัน”-“โดนัลด์ ทรัมป์”

เพราะทั้งสองคนสอบผ่านการเลือกตั้งขั้นต้น (ไพรมารี) มาแล้วเกินครึ่งหนึ่งของตัวแทนทั้งหมด 4,765 คน

“ฮิลลารี” จะเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต ซึ่งพรรคจะมีการเสนอชื่อในการประชุมใหญ่ปลายเดือน ก.ค. แม้ว่าการต่อสู้ระหว่างเธอกับ “แซนเดอร์ส” ผู้สมัครอีกคนจะเป็นไปอย่างดุเดือดตลอดมาจนทำให้ผู้สนับสนุนพรรคแตกแยกกันมาตลอด

แต่วัฒนธรรมทางการเมืองของสหรัฐฯดีอยู่อย่างคือ เมื่อฝ่ายหนึ่งพ่ายแพ้จะยอมรับและจับมือกันเพื่อสู้กับพรรคฝ่ายตรงข้าม

ว่าไปแล้ว การนำเสนอแนวทางหรือนโยบายของ “ฮิลลารี” นั้นไม่มีอะไรโดดเด่นมากนัก แต่เนื่องจากเคยมีประสบการณ์ทางการเมืองมายาวนาน โดยเฉพาะการเป็นสตรีหมายเลข 1 ของทำเนียบขาวมา 8 ปี เพราะ “บิลล์ คลินตัน” สามีได้เป็นประธานาธิบดีและยังเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศมาแล้ว

จุดเด่นที่สร้างความได้เปรียบก็คือ การเป็น “สตรี” คนแรกในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯที่ได้ชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี

เป็นจุดเด่นที่สร้างคะแนนนิยมได้เป็นอย่างมาก รวมทั้งประสบ-การณ์ทางการเมืองและการบริหารประเทศก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

คู่ต่อสู้สำคัญก็คือ “โดนัลด์ ทรัมป์” แห่งพรรครีพับลิกัน มหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์จากนิวยอร์ก ที่เคยลิ้มลองการเสนอตัวเป็นผู้นำสหรัฐฯมาก่อนหน้านี้ในนามอิสระแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ

มาครั้งนี้ดูเหมือนว่าเขาจะเอาจริงเอาจัง และหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯให้ได้ด้วยการเสนอชื่อเข้าเป็นผู้สมัครของพรรคอย่างเต็มตัว

“สหรัฐฯต้องมาก่อน” นั่นคือสโลแกนสำคัญที่ใช้ในการต่อสู้

การหาเสียงของเขาด้วยท่วงท่าที่แข็งกร้าว เสนอความคิดเห็นที่ดูจะแผลงๆกว่าคนอื่นๆจนเป็นเหตุให้เกิดแรงต่อต้านในการเปิดปราศรัยหาเสียงในรัฐต่างๆ

“เพี้ยน” หรือเปล่า...เป็นคำถามในหมู่ชนชาวอเมริกัน

เช่น การต่อต้านกลุ่มชนชาวมุสลิม การไม่ยอมรับบรรดา

ผู้อพยพที่เข้ามาอาศัยในประเทศ อย่างเช่นเม็กซิกันประเทศเพื่อนบ้านที่ประกาศว่าจะไม่ให้เป็นไปอย่างที่ผ่านมา

นอกจากนั้น ยังยืนยันที่จะตอบโต้ประเทศมหาอำนาจอย่างจีน รัสเซีย อีกทั้งไม่ต้องการให้สหรัฐฯส่งทหารเข้าไปประจำการที่ญี่ปุ่น รวมถึงการช่วยเหลือทางด้านการทหาร

เขาตั้งคำถามว่า “ทำไมญี่ปุ่นไม่ช่วยเหลือตัวเอง”

แถมยังหยอดด้วยว่าหากเขาได้เป็นผู้นำสหรัฐฯจะเดินทางไปเยือนเกาหลีเหนือเพื่อพบปะกับผู้นำประเทศนั้นทั้งที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด

เหล่านี้จึงมีทั้งชาวอเมริกันที่ชื่นชอบและสะใจจนทำให้เขาได้คะแนนนิยมและผู้สนับสนุนจำนวนมาก เพราะถือว่า “ของใหม่” ในการเปลี่ยนแปลงประเทศ

เชื่อว่าการชิงเก้าอี้ผู้นำสหรัฐฯคนใหม่จะต้องดุเดือด เข้มข้นแน่

มีการทำโพลเบื้องต้นของรอยเตอร์พบว่าคะแนนนิยมของ

ฮิลลารีจะอยู่ที่ 44.3% ทรัมป์อยู่ที่ 34.7% และจะไม่เลือกทั้ง 2 คนอยู่ที่ 20.9%

เหนืออื่นใดไม่ว่าผู้สมัครพรรคใดจะได้รับชัยชนะด้วยการหาเสียงในรูปลักษณ์ใดก็ตามก็เป็นเพียงสีสันเพื่อสร้างคะแนนนิยมเท่านั้น แต่สหรัฐฯก็ยังเป็นสหรัฐฯที่มีกรอบความเป็น “ประเทศ” เป็นตัวตั้ง

นั่นคือความเป็น “มหาอำนาจโลก” ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้