วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ


วิถีคน...วิถีคิด โมเดลชีวิต...เมืองสามน้ำ

วิถีชุมชนลุ่มน้ำแม่กลอง.

"เจื้อยแจ้วแว่วเสียงสำเนียงขับร้อง ดังเพลงมนต์รักแม่กลอง ล่องลอยพลิ้วหวานซ่านมา กล่อมสาวงามบ้านอัมพวา มนต์รักแม่กลองแว่วมา เหมือนสายธาราแม่กลองรำพัน...”

บทเพลงจากปลายปากกาของ ครูไพบูลย์ บุตรขัน ที่ส่งผ่านมาตามเสียงหวานของ ศรคีรี ศรีประจวบ และนักร้องลูกทุ่งรุ่นหลังๆอีกหลายคนดังแว่วในความทรงจำ ก่อนที่จะขับรถมุ่งหน้าสู่อัมพวาเมื่อสุดสัปดาห์ก่อน

น้องเก๋ กาญจนา บงกชรัตน์ และ น้องปลา ชลธิดา ภู่ระหงษ์ พีอาร์สาวสวยจากฝ่ายสื่อสารองค์กร สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมเดินทางมาด้วยเพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ความเป็นชุมชนเข้มแข็งของที่นี่

จุดหมายของเรา คือ บ้านสวนแสงตะวันของ ครูสมทรง แสงตะวัน หนึ่งในครูภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ต้องการอนุรักษ์ภูมิปัญญาและวิถีการเกษตรพื้นบ้าน จนเกิดเป็น “ศูนย์เรียนรู้มหาวิชชาลัยภูมิปัญญาท้องถิ่น” จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านบางพลับ อ.บางคนที ไม่ไกลจากตลาดน้ำอัมพวามากนัก

บางพลับ ชุมชนเล็กๆแต่กลับมีเสน่ห์แพรวพรายด้วยผลหมากรากไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ยิ่งเมื่อบวกรวมเข้ากับภูมิปัญญาของชุมชนแล้ว ยิ่งทำให้ทุกอย่างที่นี่มีทั้งคุณค่าและมูลค่าเพิ่มขึ้นมาทันที

อาจกล่าวได้ว่า ครูสมทรง เป็นคนหนึ่งที่ปลุกวิถีการท่องเที่ยวชุมชนให้แข็งแรงในพื้นที่แห่งนี้ จากเดิมที่ชาวบ้านใช้ชีวิตอยู่กับร่องสวนและลำคลอง ที่แทบจะไหลผ่านไปทุกซอกทุกมุมของสมุทรสงคราม ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเมืองสามน้ำ คือ มีทั้งน้ำเค็ม น้ำกร่อย และน้ำจืด และมีคลองที่แตกแขนงจากแม่น้ำแม่กลองเข้าสู่อำเภอ ตำบลต่างๆอีกมากกว่า 366 คลอง

และนั่นจึงเป็นที่มาของความอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะผลไม้ขึ้นชื่อ อย่างส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ รสชาติหวาน หอม อร่อย

ครูสมทรง เล่าว่า อาชีพส่วนใหญ่ของที่นี่คือชาวสวน โดยเฉพาะสวนผลไม้ ไม่ว่าจะเป็น มะพร้าว ส้มโอ ลิ้นจี่ มะละกอ ที่อุดมสมบูรณ์มาก ซึ่งถือเป็นไฮไลต์ของการมาเที่ยวแถบนี้ ที่สำคัญคือ เกษตรที่นี่เป็นเกษตรปลอดสารเคมี มั่นใจได้ 100%

นอกจากผลผลิตทางการเกษตรแล้ว ในชุมชนบ้านบางพลับ ยังมีของขึ้นชื่ออีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ น้ำตาลมะพร้าว ทำจากน้ำตาลสดแท้ โดยชาวสวนจะขึ้นเก็บน้ำตาลสดวันละ 2 ครั้ง คือ เช้าตรู่และช่วงบ่าย ในวันที่พวกเราไปถึง ครูสมทรง ลงทุนเป็นพรีเซ็นเตอร์สาธิตการขึ้นเก็บน้ำตาลมะพร้าว และเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวแบบสดๆให้ดูกันเลย

ซึ่งการเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวของที่นี่ยังเป็นแบบดั้งเดิม คือ เคี่ยวด้วยเตาถ่านและวันหนึ่งทำไม่มากแค่พอออกขายนักท่องเที่ยว และ บางทีก็ให้นักท่องเที่ยวได้ลองหยอดน้ำตาลมะพร้าวเองด้วย

หลังเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวเสร็จ พวกเราเลือกจักรยานกันคนละคันขี่ตัดถนนเข้าไปในสวน ผ่านวัดและบ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่กันอย่างเรียบง่าย เป้าหมายของเราอยู่ที่บ้านของ ป้าแดง ฉวีวรรณ หัตถกรรม ซึ่งเป็นแกนนำการรวมตัวกันในชื่อกลุ่มสตรีเกษตรพัฒนา เป็นการรวมตัวของชาวบ้านแปรรูปผักผลไม้ที่มีอยู่ในสวนของหมู่บ้าน ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างรายได้ พร้อมกับคิดชื่อเก๋ไก๋ว่า “ผลไม้กลับชาติ”

ป้าแดง บอกว่า ที่เรียกแบบนี้ เพราะผลไม้ที่นำมากลับชาติส่วนใหญ่เป็นผลไม้และพืชที่มีรสฝาดขม อย่างเช่น บอระเพ็ด มะระขี้นก ตะลิงปลิง ลูกมะนาว ผลส้มโออ่อน มะละกอ ลูกตำลึง นำมาแปรรูปในรูปแบบต่างๆจนมีรสชาติหวานอร่อยเหมือน กับว่าไม่เคยขมมาก่อนยังไงยังงั้น

เธอบอกว่า การแปรรูปผลไม้จากขมให้เป็นหวานนี้ เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ตกทอดกันมานานกว่า 150 ปี

ไอเดียผลไม้กลับชาติของกลุ่มสตรีที่นี่ กลายเป็นเอกลักษณ์ของการแปรรูปพืช ผลไม้ สมุนไพรต่างๆ ที่สำคัญคือ ถึงแม้ว่าจะผ่านการแปรรูปแล้วแต่ยังคงสรรพคุณทางยาไว้ จนกลายมาเป็นของขึ้นชั้นของสมุทรสงคราม ในนามของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผลไม้กลับชาติ

นอกจากผลไม้กลับชาติแล้ว บรรดาแม่บ้านยังแปรรูปอาหารอื่นๆมาจำหน่ายด้วย เช่น ไข่เค็มพอกดินเหนียว ทองม้วน เป็นการสร้างรายได้ให้กับทั้งครัวเรือนและชุมชนอีกทางหนึ่ง

ทั้งชิม ทั้งช็อปกับผลิตภัณฑ์ของกลุ่มสตรีจนจุใจแล้ว ก็ไปต่อกันที่บ้านของพี่ สถาพร ตะวันขึ้น ที่เรียกตัวเองว่าเป็นคนเอาถ่าน ก็จะไม่ให้เอาถ่านได้อย่างไร ในเมื่อถ่านทำเงินเข้ากระเป๋าพี่แกทุกวัน วันละมากกว่า 1,000 บาท ทั้งจากถ่านที่เผาได้ น้ำส้มควันไม้ที่เป็นผลพลอยได้จากการเผาถ่าน และยังมีไอเดียเก๋ๆเอาผลไม้ที่ทิ้งขว้างไว้ตามสวนมาใส่ปี๊บปิดด้วยใบตอง แล้วเผาพร้อมๆกับการเผาถ่าน ทำให้ได้ผลไม้ถ่านที่คงรูปร่างเหมือนเดิมเปี๊ยบ ประมาณว่า เงาะก็ยังมีขนปุยๆเหมือนตอนที่ยังไม่ถูกเผา เธอบอกว่า ถ่านผลไม้เหล่านี้คนนิยมซื้อไปวางในรถบ้าง ในตู้เย็น ตู้เสื้อผ้าบ้าง ดูดกลิ่นได้ชะงัด....!!

เที่ยวครึ่งวันอัดแน่นทั้งความรู้ ความเพลิดเพลิน แถมยังได้รู้จักกับภูมิปัญญาดั้งเดิมในชุมชนที่ไม่ไกลกรุงเทพฯแบบนี้ ใครที่ไปอัมพวาแล้วนึกว่ามีแค่ตลาดน้ำ คงต้องเปลี่ยนใจขับรถเลยไปอีกนิด แวะเยี่ยมชุมชนบ้านบางพลับที่อยู่ห่างจากอุทยาน ร.2ไปแค่ 3 กิโลเมตรเท่านั้น ไปไม่ยาก จะได้ทั้งของสด ใหม่ จากสวนจริงๆไม่ใช่ซื้อจากกรุงเทพฯไปขายสวนแน่นอน

หลังรองท้องด้วยแกงส้มผักบ้านๆกับปลาทอด และยำผักกรูด รสบ้านแท้ๆแล้วก็ได้เวลากลับสู่โหมดคนทำงานออฟฟิศ เปิดซีดีที่ซื้อจากตลาดน้ำมาฟังต่อในรถ...

พี่ต้องจากลาขวัญตานิ่มน้อง ไม่ลืมลาสาวแม่กลอง ต้องครวญหวนมาสักวัน

สัญญากับตัวเองอีกครั้ง ถ้ามีเวลาจะกลับมาร้องเพลงชมจันทร์ให้ลั่นลุ่มน้ำแม่กลอง...เลยทีเดียว...

10 มิ.ย. 2559 11:15 10 มิ.ย. 2559 11:22 ไทยรัฐ