วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผบก.น.3 สั่งล่าด่วน! มือยิงโจ๋วัย 15 ดับหน้าป้อมตำรวจย่านมีนบุรี

ผบก.น.3 สั่งล่าด่วน! มือยิงโจ๋วัย 15 ดับหน้าป้อมตำรวจย่านมีนบุรี

  • Share:

ผบก.น.3 เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ ตร.มีนบุรี สั่งล่าแก๊งวัยรุ่นลั่นไกสังหารโจ๋วัย 15 ปี เสียชีวิตขณะขับ จยย.กลับบ้านบริเวณป้อมตำรวจจราจร ยังไม่ชัดสาเหตุยิงผิดตัวหรือไม่ มอบชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามคดีอย่างใกล้ชิด สอบพยานปากสำคัญควานหาเบาะแสล่าตัวคนร้าย พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าให้ทราบตลอด ขณะญาติเผย ผู้ตายเป็นเด็กดี จบแค่ชั้น ม.3 ลาออกมาช่วยครอบครัวหารายได้เข้าบ้านที่มีฐานะยากจน

จากกรณีที่มีการแชร์คลิปเยาวชนถูกยิงกันอย่างแพร่หลายในโลกโซเชียล คลิปดังกล่าวเป็นคลิปจากกล้องหน้ารถคันหนึ่งถ่ายไว้ได้ โดยในคลิประบุว่า มีนักศึกษาที่ขี่รถมาด้วยกัน 2 คน และได้ถูกยิงขณะขี่รถมอเตอร์ไซค์อยู่บนถนนบริเวณแยกมีนบุรี ความยาวของคลิปประมาณนาทีครึ่ง ผู้เข้าไปชมคลิปต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปทางเดียวกันว่า ให้นำผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้ เพราะเป็นการกระทำที่อุกอาจ โหดเหี้ยม และไม่เกรงกลัวกฎหมาย เพราะขณะเกิดเหตุ บริเวณนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจ กำลังปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกทางจราจรอยู่

วันที่ 9 มิ.ย. พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 พ.ต.อ.กัญชล อินทราม รอง ผบก.น.3 พ.ต.อ.ถนัด นักธรรม ผกก.สน.มีนบุรี พร้อมทีมงานชุดสืบสวน สน.มีนบุรี ได้ประชุมรวบรวมข้อมูล วางแผนการสืบสวนเพื่อเร่งรัดคดี และหามูลเหตุจูงใจในการก่อเหตุ โดยให้ฝ่ายสืบสวนติดตามคดีอย่างใกล้ชิดและรายงานความคืบหน้าให้ทราบโดยตลอด ซึ่งจะได้ติดตามเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษต่อไป 

พ.ต.ท.สุรพล ก้อมน้อย รอง ผกก.สส.สน.มีนบุรี กล่าวว่า เบื้องต้นทราบแล้วว่า ผู้ก่อเหตุเป็นวัยรุ่นขับขี่มอเตอร์ไซค์กันมา 2 คัน จำนวน 5 คน คันที่ก่อเหตุเป็นรถคันที่ซ้อนกันมา 3 คน ซึ่งขณะนี้กำลังไล่ดูกล้องวงจรปิด เพื่อตรวจดูรูปพรรณสัณฐานคนร้าย และตรวจดูเส้นทางว่า หลบหนีของคนร้าย

เบื้องต้น ทราบข้อมูลผู้เสียชีวิต คือ นาย ธีรภัทร หรือเบียร์ ไชยหงษ์ อายุ 15 ปี อดีตเด็กนักเรียน ม.3 ของโรงเรียนสุดใจวิทยา แต่ได้ออกจากโรงเรียนเพื่อมาหางานทำ ตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว โดยไปทำงานอยู่ที่โรงพิมพ์แห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว ได้เงินเดือนๆ ละ 9,000 บาท เนื่องจากทางบ้านของผู้เสียชีวิตมีฐานะยากจน 

จากการสอบถาม นาย เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี เพื่อนผู้ตายที่นั่งซ้อนรถจักรยานยนต์ในวันเกิดเหตุ เผยวินาทีชีวิตว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนขับรถออกจากที่ทำงาน ย่านลาดพร้าว 18.00 น. เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุ บริเวณถนนสุวินทวงศ์ ขาออก มุ่งเข้าบ้านพักที่ซอยหทัยราษฎร์ 33 ระหว่างติดไฟแดงบริเวณแยกมีนบุรี ตนได้สังเกตเห็น คนร้ายนั่งซ้อน 3 หนึ่งในนั้น เปิดหมวกและมองหน้าตนและผู้ตาย ซึ่งจอดจักรยานยนต์บริเวณฟุตปาท ใกล้กับป้อมตำรวจ บริเวณแยกมีนบุรี จากนั้นตนได้พูดกับผู้ตายว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุนั้นมองหน้าพวกตน จากนั้นผู้ตายก็บอกว่า "ไม่มีอะไรหรอก เราไม่ได้ทำอะไรให้ใคร เชื่อกูมันไม่อะไรหรอก เราไม่ได้ไปหาเรื่องใคร" จากนั้นตนก็ขับรถ ระหว่างที่ไฟเขียวตนก็ได้ขับรถผ่านกลุ่มผู้ก่อเหตุ จากนั้นกลุ่มผู้ก่อเหตุก็ขับรถไล่ก่อนใช้ปืนปากกายิงใส่ผู้ตายเข้าศีรษะเสียชีวิตดังกล่าว

ด้านนายสมพร ไชยหงษ์ อายุ 39 ปี บิดาของนายธีรภัทร เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า รู้สึกเสียใจที่ลูกชายเสียชีวิต ลูกเป็นเด็กดีช่วยเหลือพ่อแม่ทำงาน ถามว่าแค้นไหม ยอมรับว่าแค้น แต่ต้องปล่อยให้เป็นตามกระบวนการของกฎหมาย อยากให้ตำรวจจับตัวคนร้ายให้ได้ จากนั้นบิดาและครอบครัวนำภาพถ่ายผู้เสียชีวิตพร้อมนิมนต์พระสงฆ์ทำพิธีอัญเชิญดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตบริเวณจุดเกิดเหตุ แยกมีนบุรี ให้กลับบ้าน

ขณะที่ น.ส.ปณิชา จันทร์ผึ้ง อายุ 36 ปี น้าของนายธีรภัทร กล่าวทั้งน้ำตาว่า ฝากถึงคนร้ายว่าทำไมถึงต้องฆ่าน้องด้วย ทำไมถึงไม่คุยกันดีๆ ไม่นึกเลยว่า จะเกิดเหตุดังกล่าวกับครอบครัว รู้สึกใจหาย ผู้เสียชีวิตเรียนจบแค่ชั้น ม.3 ลาออกมาช่วยครอบครัวหารายได้เข้าบ้าน เป็นเด็กดี ก่อนจะมาถูกยิงดังกล่าว

“ที่บ้านผู้เสียชีวิตอาศัยอยู่ 4 คน มีพ่อ แม่ น้องเบียร์ และน้องสาวที่กำลังเรียนอยู่ชั้นประถม มีฐานะยากจน ส่วนพ่อแม่ของน้องคือ นายสมพร และนางดวงพร ไชยหงษ์ เป็นพนักงานรักษาความปลอดภัย ทำหน้าที่โบกรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ เงินเดือนแค่เดือนละหมื่นกว่าบาท อยากฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ช่วยติดตามตัวมาให้รับโทษอย่างเร่งด่วน เพื่อจะได้ไม่ไปก่อเหตุซ้ำอีก โดยจะนำศพไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดป่าน้ำชุนพัฒนา ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ และจะฌาปนกิจในวันที่ 11 มิถุนายน” น.ส.ปณิชา กล่าว...

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นอยู่ห่างจากป้อมตำรวจจราจรบริเวณสี่แยกมีนบุรีเพียง 100 เมตร และขณะเกิดเหตุก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยอำนวยความสะดวกการจราจรในแยกดังกล่าวด้วย

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้