วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ป๋าจอมหรู LEXUS RC200t เฉพาะเครื่องเสียงก็ 2 ล้านแล้วค่ะ

เป็นเรื่องแปลกประหลาดแต่ก็น่ายินดีที่แบรนด์หรูสุดขั้วอย่าง Lexus พยายามผลิตรถสมรรถนะสูงสไตล์สปอร์ตคูเป้ควบคู่ไปกับการผลิตรถประหยัดพลังงานแบบไฮบริด นานมาแล้วที่ Lexus ใช้ความทุ่มเทสร้างรถไฮบริดหรูเพื่อให้มันกลายเป็นที่ยอมรับจากสาธารณชน รวมถึงการสร้างรถสปอร์ตระดับไฮเปอร์คาร์เวอร์ชั่น LFA ที่ยึดติดกับเครื่องยนต์แบบหายใจเองโดยไม่พึ่งพาระบบอัดอากาศ Lexus LFA กลายเป็นรถต้นแบบให้กับรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์หัวลูกศร ด้วยการเหนี่ยวนำเอาความสามารถและประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมใน LFA มาปรับปรุงเพื่อสร้างรถสปอร์ตรุ่นใหม่ที่ใช้ชื่อว่า RC พร้อมทางเลือกแหล่มๆ ด้วยเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 245 แรงม้า

Lexus RC200t คือรุ่นที่ Lexus Thailand นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น รูปลักษณ์สัดส่วนมิติของตัวถังของ RC200t แทบจะถอดแบบมาจาก LFA ด้วยขนาดความยาว 4,695 มิลลิเมตร ยาวกว่า LFA ที่มีตัวเลขความยาวตัวถัง 4,505 มิลลิเมตร สำหรับความกว้างของ RC200t อยู่ที่ 1,840 มิลลิเมตร ในขณะที่ LFA มีความกว้างตัวถังที่ 1,895 มิลลิเมตร ส่วนความสูงของ RC200t อยู่ที่ 1,395 มิลลิเมตร สูงกว่า LFA ที่มีตัวเลขสัดส่วนของความสูงเตี้ยกว่าที่ 1,220 มิลลิเมตร ในส่วนของมวลน้ำหนัก เจ้า RC200t ดูเหมือนจะตัวหนักเกินไปสักหน่อย โดยมีน้ำหนักตัวรถทั้งคันที่ 1675 กิโลกรัม เทียบกับ LFA รุ่นพี่ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์ ทำให้ LFA ตัวเบากว่ามาก โดยมีน้ำหนักตัวรถทั้งคันที่ 1,480 กิโลกรัม เบากว่าเกือบๆ 200 กิโลกรัมเลยทีเดียว


การออกแบบโดยภาพรวมของ Lexus RC200t รุ่นที่ขายในประเทศไทยนั้นยังเชื่อมโยงกับรถต้นแบบอย่าง Lexus LF-LC และ Lexus LF-CC แทนที่จะใช้ส่วนหน้ายาวเหยียดเหมือนรถสปอร์ตรุ่นพี่แต่กลับใช้กระจังหน้าขนาดยักษ์ Spindle Grille ซึ่งเป็นสไตล์ของรถ Lexus ในยุคใหม่ โป่งซุ้มล้อใหญ่โตมโหระทึกราวกับรถแข่ง ยัดล้ออัลลอยขอบ 18 นิ้วมาให้ในเวอร์ชั่น 200t พร้อมกับยางสปอร์ตคุณภาพสูงขนาด 235/45R18 ระบบเบรกจัดเต็ม แม้จะมีแรงม้าแค่ 245 ตัวแต่เบรกหน้าของ RC200t ก็ยังใส่คาร์ลิบเปอร์เบรกสีเหลืองแปะตรา Lexus มาให้ เป็นชุดเบรกหน้าสมรรถนะสูงแบบ 4 พอต สำหรับเบรกหลังใช้คาร์ลิปเปอร์เบรกเดี่ยวโดดๆ พ่นสีเหลืองเหมือนกับเบรกหน้า จานเบรกเหล็กหล่อมีช่องระบายความร้อนตรงกลางทั้งหน้าและหลัง

ส่วนหน้าที่เฉียบคมไล่เรียงจากไฟหน้าแบบ LED กระจังไซส์ยักษ์พร้อมตะแกรงทรงรังผึ้งที่เปิดรับอากาศเข้าไประบายความร้อนในห้องเครื่องยนต์ ด้านข้างของตัวรถจะพบกับมุมมองของส่วนหน้าที่ค่อนข้างเทลาดจากการออกแบบที่คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ องศาความลาดเอียงของเสาหน้ากลมกลืนไหลลื่นไปจนถึงเสาท้าย บานประตูขนาดใหญ่ทำให้เข้า-ออกจากห้องโดยสารได้สะดวกกว่า LFA รวมไปถึงการเน้นความหรูหราด้วยการเดินเส้นโลหะสีเงินไล่จากเสาหน้าไปจนจรดกับเสาท้ายอย่างลงตัว สปอยเลอร์หลังออกแบบได้อย่างงดงามและสอดคล้องกับการทำตัวเป็นรถสปอร์ตคูเป้ ไฟท้ายหลอด LED ที่คมชัดและท่อระบายไอเสียของจริง แม้จะเป็นรถ RC เวอร์ชั่นต่ำสุดที่วางเครื่องยนต์แค่ 2 ลิตร แต่ซุ่มเสียงโหดๆ ที่ปล่อยผ่านท่อระบายท้ายนั้นบ่งบอกตัวตนอย่างชัดเจนว่ามันมีดีมากกว่านั้น ถึงแม้จะวางเครื่องตัวเล็กที่มีสมรรถนะด้อยกว่าคู่แข่งเล็กน้อยแต่ประเด็นหลักกลับไปอยู่ที่ความสะดวกสบายในการขับเคลื่อนท่ามกลางงานตกแต่งภายในชนิดหรูสุดขั้วซึ่งยังคงแอบอิงกับมาตรฐานและความเป็นแบรนด์ของญี่ปุ่นอย่างเหนียวแน่น

โครงแชสซีอันแปลกประหลาดของ Lexus RC ประกอบด้วยแพหน้าของ Lexus รุ่น GS ส่วนกลางไปจนถึงส่วนท้ายของแซสซีใช้พื้นฐานของ Lexus IS ซึ่งกลับกลายเป็นส่วนผสมที่สมบูรณ์แบบมีทั้งความแข็งแกร่งและการส่งถ่ายสภาพการควบคุมที่เชื่อมโยงกับความเป็นไดนามิกส์บนรูปแบบสปอร์ตคูเป้ ชิ้นส่วนช่วงล่างกว่า 70% เป็นของใหม่ที่พัฒนาขึ้นเองโดย Lexus ห้องโดยสารแบบ 2 ที่นั่งของ LFA ถูกตัดออกไปเนื่องจากความคับแคบแล้วแทนที่ด้วยเบาะนั่ง 2 ตำแหน่งที่ด้านหลังแต่ก็ยังคงเล็กและอึดอัดอยู่ดีเนื่องจากทำตัวเป็นรถประตูน้อยบานที่มีสัดส่วนของเสาท้ายลาดเอียงสุดๆ

งานตกแต่งภายในเต็มไปด้วยความประณีตบรรจง ไล่จากเบาะนั่งหุ้มหนังแท้สีแดงที่นุ่มนิ่มนั่งสบายขับได้ทั้งวัน เบาะคู่หน้าปรับตั้งด้วยไฟฟ้าพร้อมหน่วยความจำ แดชบอร์ดคอนโซลขึ้นรูปด้วยโฟมห่อหุ้มด้วยวัสดุหนังเทียมที่ทำออกมาได้เนี้ยบและดูดีมีระดับ ภายในโทนสีแดงสลับดำเน้นบรรยากาศความเป็นรถสปอร์ตให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยอุโมงค์เกียร์ขนาดใหญ่กั้นกลางแบ่งโซนระหว่างเบาะผู้โดยสารและเบาะคนขับแยกออกจากกันอย่างชัดเจน ซุ้มอุโมงค์เกียร์ยกตัวสูงขึ้นตามสไตล์รถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลังหุ้มด้วยหนังแท้สีแดงตัดกับชิ้นงานพลาสติกสีดำ พรมปูพื้นและผ้าปุหลังคาใช้วัสดุเกรดสูงสุดเพื่อโชว์ความหรู หัวเกียร์และตำแหน่งของสวิตช์ควบคุมต่างๆ คล้ายกับ Lexus RX และ Lexus NX เช่น สวิตช์ปรับตั้งโหมดการขับเคลื่อน แป้นควบคุมระบบสัมผัสแบบ 4 ทิศทาง รวมถึงสวิตช์พัดลมระบายความร้อนกับระบบอุ่นเบาะโดยสารคู่หน้าที่เหนือกว่ารถคู่แข่ง พัดลมในเบาะที่ช่วยระบายความร้อนเมื่อจอดตากแดดใช้งานได้จริงช่วยส่งลมเย็นๆ มาระบายอุณหภูมิของเบาะนั่งทำให้แห้งและเย็นอยู่ตลอดเวลา

หน้าปัดมาตรวัดแบบ TFT Thin film transistor ขนาด 4.2 นิ้ว คล้ายมาตรวัดของ LFA มาตรวัดทรงกลม บอกจำนวนรอบเครื่องยนต์โดยใช้เข็มสีแดง ส่วนตัวเลขความเร็วเป็นแบบดิจิตอลที่อ่านค่าได้ง่าย จอภาพมาตรวัดแบบ TFT Thin film transistor มีด้านข้างแจ้งอุณหภูมิการทำงานของเครื่องยนต์และระดับของเชื้อเพลิงในถัง ทริปมิเตอร์และอุณหภูมิภายนอก พวงมาลัยแบบ 4 ก้าน พร้อมแป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์หลังพวงมาลัยหรือ Paddle Shift ใช้สับเปลี่ยนอัตราทดของเกียร์ออโต้ขับหลังแบบ 8 สปีด

คอนโซลกลางเว้าลึกเข้าไปด้านในวางจอแสดงผลขนาด 7 นิ้ว เป็นจอแสดงผลแบบ EMV electro multi vision แจ้งข้อมูลการปรับตั้งระบบควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร เป็นจอมอนิเตอร์ของระบบเครื่องเสียง Mark Levinson Premium Surround Sound Audio System 17-Speaker ซึ่งวางตำแหน่งของลำโพงรอบห้องโดยสารมากถึง 17 ดอก คอยขับกล่อมสร้างบรรยากาศด้วยเสียงเพลงอันคมชัดมีมิติผ่านชุดเครื่องเสียงที่มีราคาสูงถึง 2 ล้านบาท ระบบ Surround Sound Audio System 5.1 ใน Lexus RC200t ให้เสียงที่เล่นผ่านอุปกรณ์พวก i-Pod USB AUX CD DVD ที่มีความละเอียดคมชัดสูงสุด เทคโนโลยี Signal Doctor เป็นโปรแกรมที่คอยปรับปรุงคุณภาพของเสียงเพลงจากไฟล์ที่ถูกบันทึกมาแบบบีบอัดโดยจะแปลงสัญญาณเสียงให้กลับคืนสู่คุณภาพเดิมแบบอัตโนมัติ!! เพื่อทำให้การรับฟังเกิดอรรถรสสูงสุด

Lexus RC200t รุ่นที่นำเข้ามาขายในไทยวางเครื่องยนต์เบนซินแถวเรียง 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC รหัส 8AR-FTS พร้อมระบบวาล์วแปรผัน Dual VVT-iW เครื่องยนต์เบนซิน 4 กระบอกสูบ ปริมาตรความจุ 1998 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุดทำได้ที่ 350 นิวตันเมตร ในย่าน 1650-4400 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 ECT แบบใหม่ที่มีอัตราทดมากถึง 8 สปีด เป็นเกียร์ขับหลังรุ่นล่าสุดที่ทำงานเชื่อมต่อกับโหมดขับเคลื่อน 4 รูปแบบ เช่น ECO / Normal / Sport S / Sport S+ ระบบจ่ายเชื้อเพลิงวางหัวฉีดไฟฟ้า EFI D-4ST อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.5 วินาที ความเร็วสูงสุดทะยานไปได้ถึง 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เครื่องยนต์ 8AR-FTS ให้อัตราเร่งราบรื่นต่อเนื่องตั้งแต่ต้นยันปลาย เสริมด้วยเทคโนโลยีระบบวาล์วแปรผันอัจฉริยะ VVT-iW ระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์แบบแกนคู่ พร้อมชุดลดอุณหภูมิไอดีก่อนประจุเข้าไปในห้องเผาไหม้หรืออินเตอร์คูลเลอร์แบบ Air-to Liquid ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงและปล่อยไอเสียต่ำ

ระบบรองรับหรือกันสะเทือนของ Lexus RC200t ด้านหน้าเป็นแบบดับเบิลวิชโบนปีกนกคู่โดยมีชิ้นส่วนบางตำแหน่งผลิตจากอะลูมินั่มอัลลอย Independent double-wishbone with forged aluminum components, coil springs, monotube gas-filled shock absorbers and hollow stabilizer bar ส่วนช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบมัลติลิงก์ โช้คอัพ สปริงและกันโคลง Independent multi-link with forged aluminum components, coil springs, monotube gas-filled shock absorbers and stabilizer bar ระบบบังคับเลี้ยวใช้พวงมาลัยไฟฟ้า Electronic Power Steering (EPS), vehicle speed-sensing coaxial rack and pinion. 2.8 turns lock-to-lock อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยในและนอกเมืองที่ 13.7 กิโลเมตรต่อลิตร มาตรฐานมลพิษระดับ EURO-5 ปล่อย Co2 174 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร

เครื่องยนต์ 2 ลิตร เทอร์โบ รหัส 8AR-FTS กำลัง 245 แรงม้าดูธรรมดาเกินไปเมื่อนำเจ้า Lexus RC200t มาวิ่งในสนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต สนามแข่งความเร็วสูงใน จ.บุรีรัมย์ดูจะเหมาะสมกับ Lexux RCF ที่มีกำลัง 465 แรงม้ามากกว่า แต่รุ่นท็อปสุดของสปอร์ตคูเป้จากแบรนด์หัวลูกศรมีราคาค่าตัวทะยานไปไกล จากอัตราภาษีของรถหรูที่มีเครื่องความจุเยอะแถมยังมีแรงม้าท่วมท้น ทำให้ราคาของ RCF บวกภาษีรถหรูพุ่งทะยานไกลเกินหน้าเกินตา BMW M4 / Mercedes Benz AMG GTS / Porsche 911/2

ช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตเป็นสนามระดับ FIA เกรด 1 สามารถรองรับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรุ่นสูงสุดนั่นก็คือรถฟอร์มูล่าวันรองรับการแข่งจักรยานยนต์ทางเรียบคลาสสูงสุดโมโตจีพี สนาม ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต (CIC) ใช้งบประมาณก่อสร้างกว่า 2,000 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 1,200 ไร่ มีระยะทางต่อรอบ 4.554 กม. ทิศทางการวิ่งแบบตามเข็มนาฬิกา ประกอบด้วยจำนวนโค้งทั้งสิ้น 12 โค้ง ขวา 7 โค้ง และ ซ้าย 5 โค้งจุผู้ชมได้สูงสุดถึง 50,000 คน จุดเด่นของสนามคือ ผู้ชมสามารถมองเห็นทุกส่วนของแทร็กเมื่ออยู่บนแกรนด์สแตนด์ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมเกมมอเตอร์สปอร์ต

ไฮไลต์ของแทร็กมีอยู่ 5 จุด คือ ทางตรงยาวระยะทาง 1 กิโลเมตร สามารถทำความเร็วในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบได้ถึง 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในรถมอเตอร์ไซค์ซูเปอร์ไบค์ ถือเป็นจุดที่ท้าทายนักขับในการหาตำแหน่งของการเบรก ถัดมาคือโค้ง 4 เป็นโค้งซ้ายความเร็วสูงที่นักขับสามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วระดับ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะเดียวกันก็จะต้องต่อสู้กับแรงเหวี่ยงอันมหาศาลในโค้งนี้ตามด้วยโค้ง 7 เป็นโค้งหักขวา 70 องศา ที่ฝังอยู่ด้วยโค้งเล็กๆ อีก 2 โค้งในจุดนี้ และถือเป็นอีกหนึ่งโค้งความเร็วสูงของ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต รถแข่งระดับทัวริ่งคาร์และมอเตอร์ไซค์ซูเปอร์ไบค์ สามารถรักษาความเร็วได้ในระดับ 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในช่วงออกจากโค้ง 7 นี้ รวมไปถึงโค้ง 9 และ 10 ที่มีความต่อเนื่องกัน โดยนักขับต้องใช้ไหวพริบอย่างมากในการขับจุดนี้ เพื่อต่อเนื่องไปยังโค้ง 12 โค้งแฮร์พิน หรือโค้งยูเทิร์นหักศอกขวา 126 องศา ถือเป็นจุดไฮไลต์ของ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต (CIC) สำหรับการแซงโดยนักแข่งสามารถเลือกเรซซิ่งไลน์ของตัวเองได้ตามความเหมาะสมก่อนจะหาจังหวะแซง

แรงบิด 350 นิวตันเมตร มอบความสนุกในการขับได้ไม่แตกต่างจาก BMW 420d M-Sport หรือแม้แต่ Mercedes Benz E200 Coupe AMG Dynamic แม้รอบจะไม่จัดจ้านเนื่องจากเป็นเครื่องอัดเทอร์โบแต่ก็มีความสมน้ำสมเนื้อกับการใช้งานที่ไม่ได้ขึ้นตรงกับความแรงสถานเดียว อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.5 วินาที ไม่ได้ด้อยไปกว่าคู่แข่งจากเยอรมนีทั้งสองคัน (ทั้งๆ ที่ RC200t ตัวหนักกว่าเกือบๆ 200 กิโลกรัม) ช่วงล่างโอนอ่อนผ่อนคลายไม่ตึงกระชับรัดกุมเหมือน BMW ทำให้คนสูงวัยที่ไม่ชอบความกระด้างของช่วงล่างสามารถควบเจ้า Lexus RC200t ขับทางไกลยาวๆ ได้ทั้งวัน อัตราเร่งแค่เบาะๆ ออกแนวไหลขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่ได้กระชากลากถูดึงจนหน้าหงายเหมือนรุ่น RCF ที่วางเครื่องไซส์โตแบบ V8 แต่เครื่องยนต์ 8AR-FTS พร้อมกลไกของระบบไอดีแบบใหม่ EFI D4-ST ใน RC200t ก็มีประสิทธิภาพมากพอในการสร้างความสนุกตื่นเต้นเร้าใจอยู่ในเกณฑ์ดี กำลังที่ไม่มากจนเกินไปมอบการควบคุมที่ง่ายและสบาย เบาะนั่งนุ่มนิ่มตามสไตล์ของ Lexus พร้อมพวงมาลัยที่มั่นคงพร้อมปรับน้ำหนักไปตามโหมดการขับเคลื่อนทั้ง 4 โหมด โหมด Sport S+ จะมีการตอบสนองของคันเร่ง เกียร์และพวงมาลัยในแบบ Active ช่วงล่างอัลลอยแบบปีกนกคู่เกาะผิวแทรคหนึบแน่นเมื่อผสานกับการทำงานของชุดบังคับเลี้ยวแบบไฟฟ้าที่แม่นยำทำให้การเล็งไลน์เข้า-ออกจากโค้งทำได้ดั่งใจนึก

เกียร์ออโต้ 8 สปีดทำหน้าที่ได้ดีในโหมดสูงสุด มันคือชุดส่งกำลังรุ่นใหม่ล่าสุดแบบ 8 จังหวะที่ประจำการใน RC ทุกเวอร์ชั่นโดยไม่มีรุ่นเกียร์ธรรมดาให้เลือก เกียร์ออโต้ 8 สปีดในโหมด Sport S+ ตัดต่อเกียร์ด้วยตัวของมันเองแบบอัตโนมัติจากการสั่งงานของ ECU ที่เชื่อมโยงกับโหมดขับเคลื่อนหรืออยากมันก็แค่ชิฟเกียร์เล่นเองผ่านแป้น Paddle หลังพวงมาลัย โหมดสูงสุดเกียร์จะคาอยู่ในตำแหน่ง 3-4 นานมากขึ้นเพื่อเรียกแรงบิด น้ำหนักตัว 1,675 กิโลกรัมนั้นมากไปหน่อยทำให้อัตราทดของเกียร์สร้างแรงดึงในย่านกลางๆ ไม่ดึงหนักเหมือนที่คิดไว้แต่แรก การกระจายน้ำหนักที่ดีบวกกับสภาพการขับเคลื่อนด้วยล้อคู่หลังทำให้อารมณ์การขับขี่ของ RC200t คล้ายกับการขับรถสปอร์ตจีที พวงมาลัยมีส่วนทำให้ควบคุมรถได้ง่าย เมื่อปิดระบบช่วยทรงตัวอาการท้ายปัดเมื่อเติมคันเร่งในโค้งออกมาในแบบค่อยเป็นค่อยไปและอยู่ในการควบคุม คนของ Lexus ให้ความเห็นว่า RC200t ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำให้มันเป็นรถที่ขับสนุกและควบคุมได้ง่าย หลังจากขับในช่วงกลางคืนท่ามกลางแมลงนับล้านที่เข้ามาเล่นแสงไฟในสนามผมก็พบว่าคำพูดนั้นไม่เกินความจริงแต่อย่างใดทั้งสิ้น

ตัวรถมีอาการโคลงปรากฏขึ้นบ้างเมื่อใส่หนักๆ เข้าโค้ง 5-6-7-8 ซึ่งเป็นโค้งต่อเนื่องความเร็วสูงในสนามช้างที่ช่วยสร้างแรงจีและทำให้รู้สึกถึงแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางอย่างแจ่มชัด น้ำหนักตัวบานเบอะสร้างภารกรรมให้กับยางอยู่เหมือนกันหากอัดต่อเนื่องในโค้งไม่ยอมผ่อนคันเร่ง เฟืองท้ายแบบลิมิเต็ดสลิปสามารถสร้างแรงยึดเกาะผสมกับการทำงานของช่วงล่างทำให้ RC200t แนบสนิทบนทางโค้ง แม้จะมีเรี่ยวแรงไม่มากแค่ 245 แรงม้าแต่การนำเจ้า RC200t มาวิ่งในสนามแข่งทำให้รู้สึกสนุก เมื่อกดคันเร่งจนจมมิดบริเวณทางตรงเจ้า RC200t ก็เผยให้เห็นถึงการเร่งความเร็วที่ค่อนข้างมั่นคง เครื่องยนต์ 8AR-FTS ขนาด 2 ลิตรอัดอากาศด้วยเทอร์โบนั้นประจำการอยู่ใน Lexus NX และ Lexus RX เมื่อนำมาวางในสปอร์ตคาร์แบบคูเป้ทำให้ไม่ต้องแวะเข้าปั๊มเชื้อเพลิงกันบ่อยๆ อัตราสิ้นเปลือง 13 กิโลเมตรต่อลิตรถือว่าประหยัดพอใช้ได้ เอาดีกว่านี้คงต้องไปหาสปอร์ตแบบปลั๊กอินไฮบริดซึ่งมีรูปแบบแตกต่างจากรถแนวจีทีอย่าง RC200t อยู่พอสมควร

Lexus RC200t รุ่นเครื่องยนต์เล็กสุดในตระกูล RC เป็นรถสปอร์ตที่ไม่แรงแต่กลับทำให้ควบคุมได้ง่ายและสร้างความสนุกได้ไม่ยาก มันเหมาะกับผู้บริหารสูงวัยที่ชอบความสบายท่ามกลางความหรูแต่ไม่ได้ต้องการความแรงชนิดมุทะลุดุดันเนื่องจากอันตรายและไม่เหมาะสมกับวัย การควบคุมอยู่ในเกณฑ์ดี เครื่องยนต์ เกียร์และช่วงล่างสอดรับกับความเป็นรถคูเป้สองประตู เครื่องเสียง Mark Levinson Premium Surround Sound Audio System พร้อมลำโพง 17 ตำแหน่งมีราคาสูงถึงเกือบครึ่งของราคารถทั้งคัน มันช่วยสร้างบรรยากาศของการฟังเพลงที่เหนือกว่ารถคู่แข่งเห็นๆ ราคาจำหน่ายที่ 5,490,000 บาท ของ RC200t แพงเกินหน้าเกินตา BMW 420d M-Sport ราคา 3,999,000 บาท และ Mercedes Benz E200 Coupe AMG Dynamic ราคา 3,799,000 บาท อยู่พอสมควร ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของเศรษฐีแต่ละคนที่มีทั้ง Benz และ BMW อยู่ในโรงจอดรถแต่อยากเปลี่ยนรสชาติความรู้สึกจากรถเยอรมนีมาเป็นรถญี่ปุ่นจอมหรูดูบ้าง การได้ครอบครองยานยนต์ Lexus นั้นเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากการเป็นเจ้าของ BMW หรือ Mercedes Benz เป็นสิ่งที่ไม่อาจสัมผัสตัวตนของมันทั้งหมดได้เมื่อลองขับสั้นๆ แค่ 2 รอบสนาม ต้องอยู่กันยาวๆ ถึงจะรู้ซึ้งว่ารถยนต์จากแบรนด์หัวลูกศรนั้นก็มีดีอยู่เหมือนกันและเป็นสิ่งที่คุณต้องค้นหากันเอาเอง.

LEXUS RC200t F-SPORT 5,490,000 บาท
มิติและน้ำหนัก
ความกว้าง......................................................1840 มิลลิเมตร
ความยาว.........................................................4695 มิลลิเมตร
ความสูง...........................................................1395 มิลลิเมตร
ความยาวฐานล้อ..............................................2730 มิลลิเมตร
น้ำหนัก..............................................................1675 กิโลกรัม
ความจุถังเชื้อเพลิง............................................66 ลิตร
เครื่องยนต์
แบบเครื่องยนต์................................................เบนซินแถวเรียง 4 กระบอกสูบเทอร์โบ
รหัส...................................................................8AR-FTS
ลักษณะการวางเครื่องยนต์................................เครื่องยนต์วางตามยาวด้านหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง
วาล์ว.................................................................4 วาล์วต่อสูบ =16 วาล์ว DOHC Dual VVT-iW
ปริมาตรความจุกระบอกสูบ...............................1998 ซีซี
กำลังสูงสุด.........................................................245 แรงม้า ที่ 5800 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด......................................................350 นิวตันเมตร ที่ 1650-4400 รอบต่อนาที
ระบบเชื้อเพลิง....................................................หัวฉีด EFI D-4ST
สมรรถนะ
ความเร็วสูงสุด....................................................230 กิโลเมตร/ชั่วโมง
อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง...............7.5 วินาที
อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ย..............................13.7 กิโลเมตรต่อลิตร
ค่าการปล่อย Co2.................................................174 กรัมต่อระยะทาง 1 กิโลเมตร
มาตรฐานมลพิษ...................................................EURO-5
โครงสร้าง
ระบบส่งกำลัง.......................................................เกียร์อัตโนมัติขับหลังแบบ 8 สปีด ECT พร้อม Paddle Shift
หลังคา.................................................................Moonroof
ล้อและยาง
ล้อหน้า.................................................................อัลลอย 8.0x18 นิ้ว ยาง 235/45R18
ล้อหลัง.................................................................อัลลอย 8.0x18 นิ้ว ยาง 235/45R18
ระบบไฟส่องสว่าง
ไฟหน้า.................................................................3LED
ไฟหน้าแบบปรับองศาการส่องสว่างในมุมต่ำ ปรับระดับความสูงอัตโนมัติ
ไฟ Daytime Running Lights
ไฟตัดหมอกหน้า
ระบบทำความสะอาดไฟหน้า
ระบบการทำงาน
จอแสดงผลการสั่งงานผ่านปุ่มควบคุมส่วนกลาง
พวงมาลัยไฟฟ้าปรับตั้ง 4 ทิศทางด้วยไฟฟ้า
ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ
ระบบนำทางด้วยดาวเทียม
กุญแจแบบการ์ด
ระบบเครื่องเสียง.......................................................mark levinson premium surround sound audio system 17 -speaker
ระบบความปลอดภัย
ระบบป้องกันการลื่นไถล TRC
ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS
ระบบช่วยเบรก BA
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน
ระบบช่วยเปลี่ยนเลนพร้อมสัญญาณเตือนบริเวณมุมอับสายตา
ระบบช่วยรักษาช่องทางวิ่งพร้อมสัญญาณแจ้งเตือน

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

เฉพาะราคาเครื่องเสียงก็ปาเข้าไป 2 ล้านแล้วนะคะ สปอร์ตคูเป้จอมหรูคู่แข่ง BMW 420d M-Sport และ Mercedes Benz E200 Coupe AMG Dynamic นี่คือ Lexus RC200t คูเป้สุดเนี้ยบจากแบรนด์หัวลูกศร 9 มิ.ย. 2559 12:27 ไทยรัฐ