วันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
‘หลวงตาจันทร์’ ไม่แถลง! ให้ลูกศิษย์พูดแทน ปฏิเสธทุกกรณี-โวยถูกปล้น

‘หลวงตาจันทร์’ ไม่แถลง! ให้ลูกศิษย์พูดแทน ปฏิเสธทุกกรณี-โวยถูกปล้น

  • Share:

‘หลวงตาจันทร์’ ปรากฏตัวแต่ไม่แถลงข่าวด้วยตนเอง ให้ลูกศิษย์พูดแทนในนามวัด ปฏิเสธไม่รู้เห็นเกี่ยวข้องในทุกกรณี ทั้งการดองซาก เก็บศพลูกเสือ ทำตะกรุด...

วันที่ 9 มิ.ย.  ที่หน้าประตูเหล็กด่านเก็บตั๋วเข้าชมเสือโคร่งวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน หมู่ 5 ต.สิงห์  นายศิริ หวังบุญเกิด อดีต ส.ส.กทม.เขต 1 พร้อมด้วยนายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนายวัดป่าหลวงตาบัวฯ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้ตั้งโต๊ะเปิดแถลงข่าว กรณีการขนย้ายเสือของกลางจำนวน 17 ตัว ของเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติฯ

หลวงตาจันทร์ปรากฏตัวให้สื่อถ่ายภาพ

ทั้งนี้ ก่อนมีการแถลงข่าว พระวิสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดป่าหลวงตาบัว ญาณสัมปันโน ประธานมูลนิธิวัดป่าหลวงตาบัวญาณสัมปันโน ได้นั่งรถกอล์ฟออกมาวนเวียนอยู่ที่ประตูด้านในใกล้กับจุดที่ใช้สำหรับแถลงข่าว พร้อมทั้งโปรยอาหารให้กับสัตว์ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีลูกศิษย์วัดเป็นคนขับวนเวียนไปมาประมาณ 3 รอบ จากนั้นก็ขับเข้าไปด้านใน ซึ่งการกระทำดังกล่าว คาดว่าหลวงตาจันทร์ คงต้องการให้สื่อมวลชนได้ถ่ายภาพเพื่อให้นำเสนอให้เจ้าหน้าที่ทราบว่ายังอยู่ภายในวัด ไม่ได้หนีไปไหน และหลังจากยุติการแถลงข่าว ก็ได้นั่งรถกอล์ฟออกมาที่เดิม มีสื่อมวลชนต่างกรูเข้าไปถ่ายภาพ ใช้เวลาไม่นานก็กลับเข้าไปภายในวัดตามเดิม

ระหว่างตั้งโต๊ะแถลงข่าวหน้าประตูทางเข้าวัด

นายศิริ หวังบุญเกิด แถลงข่าวในฐานะตัวแทนพระวิสุทธิสารเถร หรือ หลวงตาจันทร์ ว่าจากข่าวที่ออกไปปัจจุบัน ทำให้วัดป่าหลวงตามหาบัวฯ เปรียบเสมือนซ่องโจร และกลายเป็นสถานที่ค้าสัตว์ป่าไปแล้ว จึงต้องกราบเรียนสื่อมวลชนทั้งหลายว่า ที่นี่ไม่ใช่สถานที่ตามที่เป็นข่าว แต่ข่าวที่ออกนั้นไปทุกอย่างไปลงที่พระอาจารย์ทั้งหมด

เหตุการณ์เริ่มแรกคืออดีตนายสัตวแพทย์สมชัย ที่เคยดูแลเสือที่วัดป่าแห่งนี้ และดูแลเสืออยู่ที่วัดมานานถึง 17 ปี และเป็นผู้รับฝากเสือตั้งแต่มีอยู่ 6-7 ตัว เมื่อปี 2544 ซึ่งเสือดังกล่าวเป็นทรัพย์ของแผ่นดิน และเสือทั้งหมดเป็นเสือที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่มีอยู่วันหนึ่ง มีคนไปร้องเรียนที่กรมอุทยานฯบอกว่าเสือหายไป 3 ตัว และมีคนเอาไมโครชิพของเสือทั้ง 3 ตัวมาคืนให้กับหมอสมชัย โดยหมอสมชัยได้นำไมโครชิพของเสือทั้ง 3 ตัวไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ซึ่งการเอาไมโครชิพออกมา นั่นแสดงว่าเสือนั้นต้องตายไปแล้ว และกรมอุทยานฯก็รับลูกต่อจากหมอสมชัย เข้ามาจับเพื่อยึดเสือที่มีอยู่

นายศิริ กล่าวอีกว่า ทำไมกรมอุทยานฯ จึงไม่นำหมอสมชัย ผู้ดูแลเสือในขณะนั้นไปดำเนินคดี และให้ไปตามหาคนที่นำไมโครชิพมาให้หมอสมชัย ทุกวันนี้ก็ยังมีการพูดกันลอยๆ ว่าเสือหาย แต่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งตามข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่จะต้องเร่งหาคนที่นำไมโครชิพมาคืนให้หมอสมชัย จากนั้นก็สืบสวนหาตัวบุคคลที่นำเสือไปถึงจะถูกต้อง เมื่อทราบจึงดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลนั้น เพราะเสือที่มีอยู่หลวงตาไม่รู้หรอกว่าเสือมีกี่ตัว ยกเว้นจะได้รับการรายงานจากสัตวแพทย์ที่รับผิดชอบ เมื่อสัตวแพทย์แจ้งมาว่าเสือมีจำนวนเท่าไร หลวงพ่อก็ต้องเชื่อตามนั้น ส่วนการดองเสือหลวงพ่อก็ไม่ได้เป็นคนทำ คนที่ทำคือสัตวแพทย์ ต้องไปถามสัตวแพทย์เท่านั้น และทุกวันนี้กรมอุทยานฯได้นำหมายค้นมาค้นที่วัดและมีการจับเสือของกลางซึ่งเป็นของกรมอุทยานฯเอง นั่นหมายถึงกรมอุทยานฯได้มาจับเสือซึ่งเป็นทรัพย์สินของตนเอง มันเป็นคดีแพ่ง และไม่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 แล้ว แต่กรมอุทยานฯกลับนำกำลังมาบังคับยึดเสือไป ถึงได้ถามว่าคุณมีอำนาจอะไร ดูกฎหมายมาถูกต้องหรือเปล่า

“เรื่องถัดมาคือการที่มีข่าวว่าที่วัดแห่งนี้เป็นเส้นทางสำหรับการค้าเสือในตลาดมืด ตรงนี้มันจะเป็นไปได้อย่างไร ใครจะเป็นคนทำ เพราะที่นี่เป็นวัด มากล่าวหากันลอยๆ อย่างนี้ได้อย่างไร ถามว่าจะมีการฟ้องร้องกันไหม ตอบว่ามันเร็วเกินไปที่จะดำเนินการอย่างนั้น เพราะทุกวันนี้ทางวัดต้องกระเสือกกระสนไปหาอาหารมาให้สัตว์ที่ยังคงเหลืออยู่ภายในวัดได้กิน มีผู้สื่อข่าวเคยถามผมว่าการที่หมอสมชัย ดำเนินการเช่นนี้ทำให้วัดพ่ายแพ้ใช่ไหม ตอบได้เลยว่าไม่ได้พ่ายแพ้ แต่การพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็นการพ่ายแพ้ของรัฐบาล ที่มีคนคิดอย่างนี้และทำอย่างนี้ การกระทำเช่นนี้ไม่ใช่มาจากศาล แต่มาจากการกระทำของอำนาจเถื่อน ขอให้ผู้สื่อข่าวช่วยลงข่าวตรงนี้ให้ด้วยว่ามันเป็นอำนาจเถื่อนที่มาเอาเสือไป แล้วจะมาโยนความผิดให้กับหลวงพ่อ ส่วนเรื่องที่ดิน ส.ป.ก.หากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วพบว่าใครเป็นผู้บุกรุกก็ขอให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายไป"

ชี้แจงทุกรณี

ด้านนายสายหยุด เพ็งบุญชู ทนาย ได้ตอบคำถามต่อสื่อมวลชนเกี่ยวกับกรณีการค้นพบตะกรุดและซากหนังเสือว่า ของทั้งหมดไม่ใช่ของหลวงพ่อแต่เป็นของคนที่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุม และผู้ที่ถูกจับกุมก็เป็นคนทำขึ้นมาเอง โดยเก็บไว้ในห้องพักของตนเอง แต่เมื่อมีคณะเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจค้น ก็เลยเกิดความกลัว จึงได้ขนย้ายไปเก็บไว้บนกุฏิของหลวงพ่อ เพราะคิดว่าเจ้าหน้าที่คงไม่กล้าขึ้นไปตรวจค้นบนกุฏิ แต่มาภายหลังเจ้าหน้าที่ได้ปูพรมตรวจค้นกุฏิทั้งหมด ด้วยความกลัวผู้ที่ถูกจับกุมจึงไปขนตะกรุดและซากหนังเสือที่ถูกตรวจยึดขึ้นไปไว้ที่รถยนต์กระบะแล้วขับออกไป นิมนต์พระสงฆ์ขึ้นรถไปด้วยโดยที่ไม่รู้ว่ามีซากสัตว์เหล่านั้นอยู่ ซึ่งหลวงพ่อไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับซากสัตว์เหล่านั้นเลย

ภายหลังจากที่นายศิริ หวังบุญเกิด และนายสายหยุด เพ็งบุญชู ยุติการแถลงข่าว แล้วเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้ซักถามข้อมูลข้อเท็จจริง เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับวัด ซึ่งนายศิริ และนายสายหยุด ได้สลับกันตอบคำถามอย่างต่อเนื่อง ต่างยืนยันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมด พระวิสุทธิสารเถร หรือหลวงตาจันทร์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี และจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่มีการนมัสการหลวงพ่อไปสอบปากคำแต่อย่างใด  พร้อมขอให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไปตามหาอดีตนายสัตวแพทย์ที่เป็นผู้ดูแลเสือของกลางทั้งหมด มาสอบสวนว่าเสือที่หายไป 3 ตัว หายไปได้อย่างไร แล้วไมโครชิพของเสือทั้ง 3 ตัวใครเป็นคนเอามาคืนให้ และนอกจากการสอบสวนเรื่องเสือที่หายไปแล้ว ขอให้สอบสวนว่าการที่นายสัตวแพทย์คนดังกล่าว ดองลูกเสือโคร่งไว้ในขวดโหลนั้น ดองไว้เพื่ออะไร ซึ่งหากเจ้าหน้าที่สอบสวนอดีตหมอที่ดูแลเสืออย่างจริงจังก็จะทำให้สังคมได้รู้ข้อเท็จจริงอย่างแน่นอน

นายศิริ ยังได้กล่าวอีกว่า กรมอุทยานฯกำลังร่วมมือกับกลุ่ม NGO ต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทย เพื่อนำเสือโคร่งของกลางไปเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่จ.ราชบุรี อีกด้วย. 

ลูกศิษย์พูดในนามวัด ปฏิเสธไม่รู้เห็นเกี่ยวข้อง ทั้งการดองซาก เก็บศพลูกเสือ ทำตะกรุด ยัน ไม่เคยมีพิธีปลุกเสก บอกการยึดเสือของกลาง คือการปล้นกันดีๆ นี่เอง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้