วันศุกร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

'บิ๊กตู่' บ่น พวกคอยค้าน พร้อมฟัง

ศาลรธน.รับ พิจารณาร่าง ‘ม.61วรรค2’

“ประยุทธ์” บ่นพึมมีแต่ “ไอ้พวกคอยค้าน” แค่ขอจัดระเบียบ ก่อนส่งไม้ต่อให้รัฐบาลที่เป็นธรรม ยันทำประชามติบังคับใครไม่ได้ “ตู่” โวเริ่มทยอยร้องศูนย์ปราบโกงฯ ปูดมีร้อง จนท.รัฐสัญญาว่าจะให้ เดินหน้าบุกทำเนียบ กกต. มท. ยื่นเจตจำนง ขอร่วมตรวจสอบ ท้า คสช.เหยง แน่จริงยุบเลยจะได้ประจานตัวเอง “ณัฐวุฒิ” ไม่ยอมให้มองประชาชนแค่ความว่างเปล่า เย้ยพวกประสาทไล่คว้าอากาศธาตุ พท.แถลงการณ์จี้ขอเสรี-เป็นธรรม “สมชัย” ฮึ่มใส่มือโพสต์คลิปหยาบคาย บอกเอาจริงไม่ใช่แค่ขู่ ปธ.กกต.เมินระงับเพลงเหยียดคนเหนือ-อีสาน อ้างแล้วแต่มุมมอง ศาล รธน.ตั้งแท่นสอบมาตรา 61 วรรคสอง “มีชัย” ปรี๊ดแตกบิดเบือนล้ม 30 บาทรักษาทุกโรค โฆษก กรธ.ซัดเป็นวิชามารส่งให้ กกต.จัดการ

ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.มองการตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติของกลุ่ม นปช. เป็นอากาศธาตุพร้อมขู่ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดหากทำผิด พ.ร.บ.ประชามติ ล่าสุด นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เผยว่าเริ่มมีเรื่องร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดกฎหมายบ้างแล้ว

“บิ๊กตู่” ขอจัดระเบียบก่อนส่งไม้ต่อ

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 8 มิ.ย. ที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงาน “70 ปีครองราชย์ ประชารัฐรวมใจภักดิ์ รักษ์น้ำตามรอยพ่อ” ว่า รัฐบาลทำงานให้คนไทย 70 ล้านคน และทำในวันนี้เพื่อถวายทั้งสองพระองค์ที่ต้องทำมากขึ้นเป็น 2 เท่า

เนื่องจากสถาบันพระมหากษัตริย์ทรงมีคุณต่อแผ่นดิน หน้าที่รัฐบาลต้องก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน แต่ต้องทำตามสัญญาระเบียบและพันธะของโลกด้วย ถ้ามัวแต่มีวิสัยทัศน์แบบเดิมๆ ก็คงยืนอยู่ที่เดิม รัฐบาลนี้พยายามทำงานเต็มที่ เพื่อส่งงานไปยังรัฐบาลที่เป็นธรรมต่อไป ประชาชนต้องคอยติดตามว่าการบริหารจะต่อเนื่องเชื่อมโยงได้อย่างไร สิ่งที่พูดวันนี้มาจากใจ สิ่งใดที่มาบิดเบือนจากสิ่งที่ตนพูดถือว่าไม่ใช่ เวลานี้ต่างประเทศเข้าใจว่าเราจำเป็นต้องปรับปรุงประเทศเดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง และความเป็นสากลในอนาคต อย่าให้ความไม่เข้าใจมาตัดสินคน และบิดเบือนทำประเทศไทยถอยหลัง

บ่นพึมมีแต่ไอ้พวกที่คอยค้าน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า จะแบ่งแยกไม่ได้อีกแล้ว ไทยอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งมานาน ถ้ามัวขัดแย้งบริหารแบบเดิมๆรัฐบาลก็ล้มเหลวอีก แต่ก็มีไอ้พวกคนที่ไม่อธิบายแต่คอยค้าน คิดจะทำอะไรก็ทำ ยืนยันพร้อมรับฟังเสียงทุกคน ทั้งจากสื่อ กลุ่มองค์กรต่างๆฟังหมด แม้แต่คนที่คิดไม่ดีก็รับฟัง จำเป็นต้องฟัง เพราะต้องรับผิดชอบดูแลคนทุกคน ทั้งสองพระองค์อยู่เคียงคู่กันมาตลอด เราจะเดินตามพระองค์ท่าน ดังนั้นสิ่งที่ทำให้ท่านมีความสุขมากคือประชาชนต้องรักกันให้มากๆ ร่วมมือกับรัฐบาล “ขอแค่นี้ หัวใจ ชีวิตผมก็ให้ท่านได้ รัฐบาลมีหลายส่วนที่อาจบกพร่อง มีปัญหาก็แก้กันไป แต่ไม่ใช่เอาปัญหาเล็กๆมาตีกัน ไม่ได้อยากทะเลาะกับใคร ต้องขอโทษที่ผมอาจจะมีกิริยาที่ไม่เหมาะสมอยู่บ้าง เพราะผมเป็นมนุษย์ เป็นคนร้อนใจ เพราะเรื่องที่ทำให้ขัดแย้งผมทนไม่ได้”

ยันทำประชามติบังคับใครไม่ได้

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ในยุคสงครามไซเบอร์ การใช้ระบบไอที โซเชียลมีเดีย มีทั้งคุณและโทษ ถ้าใช้ให้เกิดประโยชน์มันก็ดี แต่ถ้าใช้เพื่อสร้างความเกลียดชังก็เป็นปัญหา เขียนให้ประเทศขัดแย้งเดินหน้าไม่ได้ ตีกันเรื่องประชามติ แล้วจะให้เราทำอย่างไร ตนไปบังคับหรือ เป็นเรื่องของท่านทั้งสิ้น ไม่ได้บังคับ บังคับไม่ได้ อย่าลืมว่าเราถูกมองจากโลกข้างนอกทั้งดีและไม่ดี หากขยายสิ่งไม่ดีไปเรื่อยๆจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องเชื่อมั่นตน ประชาธิปไตยต้องเชื่อมั่นตัวเอง ฟังความคิดเห็นทุกอย่างแล้วต้องตอบให้ได้ ไม่ฟังที่ตนพูดในรายการคืนความสุขให้คนในชาติทุกคืนวันศุกร์ ดูแต่พาดหัวข่าวก็มีแต่วุ่นวาย ถามว่าจะให้อดทนไปถึงไหน อย่าลืมว่าสิ่งที่ทำวันนี้เบาสุดแล้ว เพื่อเดินหน้าประเทศนำไปสู่ 20 ปีข้างหน้า ไม่ใช่เพื่อสืบทอดอำนาจ ไม่มีใครอยากใช้อำนาจถ้ามันดีอยู่แล้ว

เริ่มทยอยร้องศูนย์ปราบโกงฯ

ที่ศูนย์ปราบโกงประชามติของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ศูนย์การค้าอิมพีเรียลลาดพร้าวมีการจัดเจ้าหน้าที่ชายหญิงจำนวน 6 คน นั่งประจำ คอยรับเรื่องราวร้องเรียนการโกงประชามติร่างรัฐธรรมนูญผ่านเบอร์โทรศัพท์มือถือ 10 สายตลอดทั้งวัน โดยเริ่มมีประชาชนจากทั่วประเทศทยอยโทร.มาแจ้งเบาะแส การกระทำที่อาจเข้าข่ายขัดต่อ พ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มีแนวร่วมคนเสื้อแดงหลายจังหวัดติดต่อมาขอเข้าร่วมเป็นเครือข่ายจับกลโกง โดยมีนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. นายธีระวัฒน์ บุญอยู่ ผู้ประสานงานศูนย์ปราบโกงประชามติ มาตรวจเยี่ยมความเรียบร้อยการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

“ตู่” ปูดมีร้อง จนท.รัฐสัญญาจะให้

นายจตุพรกล่าวว่า ประเด็นน่าสนใจที่ประชาชนร้องเรียนเข้ามาคือ มีเจ้าหน้าที่บางหน่วยงานไปให้คำมั่นสัญญากับประชาชนในพื้นที่ว่า หากประชามติร่างรัฐธรรมนูญผ่านจะได้รับการอนุมัติโครงการเงินกู้ มีการใช้เสียงตามสายของหมู่บ้านประชาสัมพันธ์ ให้รับร่างรัฐธรรมนูญ หรือพูดในห้องประชุมให้รับร่าง แต่ไม่อนุญาตให้นำโทรศัพท์มือถือเข้าไป เป็นต้น ส่วนใหญ่ร้องมาจากประชาชนภาคเหนือและภาคอีสาน แต่ นปช.ได้ประสานงานกับเครือข่ายแต่ละจังหวัด ให้ช่วยลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลแบบดับเบิ้ลเช็กก่อน ยอมรับว่ากระแสตอบรับศูนย์ปราบโกงประชามติดีเกินคาด เหตุมาจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมไปถึงกลไกต่างๆของรัฐช่วยประชาสัมพันธ์ให้ เหมือนได้แนวร่วมมุมกลับ และก่อนวันเปิดศูนย์ปราบโกงทั่วประเทศ นปช.เตรียมเดินทางไปยังหน่วยงานต่างๆ เช่น ทำเนียบรัฐบาล คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กระทรวงมหาดไทย เพื่อแสดงความจำนงขอเข้าร่วมตรวจสอบ

ท้าแน่จริงยุบศูนย์ฯประจานตัวเอง

ประธาน นปช.กล่าวอีกว่า ในวันเปิดศูนย์พร้อมกันทั่วประเทศจะให้ตัวแทน 76 จังหวัด รายงานสดผ่านเฟซบุ๊กมาขึ้นจอที่ส่วนกลาง เพื่อแจ้งให้ทราบสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดในพื้นที่ จากนั้นจะสรุปประเด็นเพื่อแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทุกวัน แม้ขณะนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐมาสกัดกั้นการตั้งศูนย์ปราบโกงในภูมิภาค แต่เชื่อว่าเขากำลังควานหาตัวอยู่ นปช. ไม่กลัว เพราะถ้า คสช.ใช้กลไกรัฐห้ามตั้งศูนย์ ผลร้ายจะตกกับ คสช.เอง นปช.ไม่กระทบอะไร เท่ากับประจานว่าไม่ต้องการให้ใครมาจับโกง เหมือนบอกประชาชนว่ามีการวางแผนไว้แล้ว

ลั่นไม่ยอมให้มองแค่อากาศธาตุ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่า เมื่อนายกฯย้ำชัดเจนอีกครั้งว่า นปช.เปิดศูนย์ปราบโกงได้ถือเป็นข้อยุติที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายต้องรับทราบ และปฏิบัติให้ตรงกัน ยืนยันว่าจะเดินหน้าเปิดศูนย์ปราบโกงส่วนภูมิภาคพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 19 มิ.ย. ทุกภารกิจจะเป็นไปตาม พ.ร.บ.ประชามติ และพร้อมรับผิดชอบตามพยานหลักฐานข้อเท็จจริง ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองที่นายกฯเห็นศูนย์ปราบโกงฯเป็นอากาศธาตุ แต่เราจะไม่ยอมให้ใครมองเสรีภาพประชาชนเป็นเพียงความว่างเปล่า จะเรียกร้องจนผู้มีอำนาจยอมรับความมีอยู่จริงของเสรีภาพ

เย้ยพวกประสาทไล่คว้าอากาศ

นายณัฐวุฒิกล่าวว่า รัฐบาลต้องรักษาภาวะผู้นำนายกฯ โดยสั่งการเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกพื้นที่ยุติการแทรกแซงกดดันประชาชนที่กำลังจะเปิดศูนย์ปราบโกงทันที เพราะการไล่จับ ไล่คว้าอากาศธาตุน่าจะเกิดขึ้นกับคนกลุ่มเดียวคือ ผู้มีอาการทางประสาท ส่วนกรณีที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ระบุว่าไม่เห็นด้วยเพราะ นปช.ไม่เป็นกลาง และมีส่วนได้ส่วนเสียนั้น ส่วนได้ ส่วนเสียเป็นเรื่องของประชาชนทั้งประเทศ ในเมื่อคสช.ยืนยันตลอดว่าผ่านไม่ผ่านก็เป็นไปตามโรดแม็ป แล้วจะเป็นเรื่องได้เสียเฉพาะ นปช.ได้อย่างไร อยากฝากถึง กกต.ที่กำลังถูกตั้งคำถามเรื่องเพลงรณรงค์ว่า ถ้าเพลงไหนมีปัญหา ตนยินดีมอบเพลงแหล่ประชามติที่แต่งเอง ร้องเอง ไม่บิดเบือน ไม่หยาบคาย ซึ่งจะเผยแพร่ทางยูทูบและเฟซบุ๊กให้ กกต.นำไปใช้โดยไม่คิดมูลค่า

พท.แถลงการณ์จี้ขอเสรี—เป็นธรรม

วันเดียวกัน พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ เรื่อง คืนอนาคตประเทศไทยคืนประชามติที่อยู่ในบรรยากาศเสรี เป็นธรรม และเท่าเทียมกันทุกฝ่าย ว่า ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งคำร้องพร้อมความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยว่ามาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ประชามติ มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ขัดหรือแย้งต่อมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ซึ่งพรรคเพื่อไทยเห็นว่าการออกเสียงประชามติต้องมีหลักประกัน 2 ประการ ได้แก่ 1.ต้องเสรี และ 2.ต้องเป็นธรรม แต่มีการสร้างบรรยากาศที่ไม่เอื้ออำนวยในการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญ ชี้นำห้ามประชาชนกระทำการใดๆโดยถือว่าเป็นความผิด ประหนึ่งว่าตนคือกฎหมายเสียเอง มีการตัดข้อความที่ควรเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชนออก ใช้ถ้อยคำที่กำกวมยากจะเข้าใจได้ว่าสิ่งใดทำได้ ทำไม่ได้ เปิดช่องให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลพินิจตีความได้อย่างกว้างขวาง เพื่อปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นจำกัดสิทธิ เสรีภาพในการแสดงออก เป็นไปตามความต้องการของผู้มีอำนาจ ซึ่งขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและหลักการของการทำประชามติ

โวยใช้ภาษีประชาชนมาจำกัดสิทธิ

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า ขณะเดียวกันให้อำนาจข้าราชการและบุคลากรฝ่ายรัฐ สามารถรณรงค์โน้มน้าวประชาชนให้รับร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างเปิดเผย ส่วนใหญ่ดำเนินการโดยใช้งบประมาณของรัฐ ซึ่งมาจากภาษีประชาชน ในทางตรงกันข้ามประชาชนฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ กลับไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในลักษณะเดียวกันนั้นได้ ปัญหาดังกล่าวจะนำไปสู่การมีรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้รับการยอมรับ ประชามติที่ขาดความชอบธรรม ฝ่ายต่างๆที่เกี่ยวข้องต้องหาหนทางแก้ไขและหาข้อยุติโดยเร็ว พรรคเพื่อไทยขอเสนอให้รัฐบาล คสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คืนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นให้ประชาชน โดยไม่มีข้อจำกัดใดๆ อันเป็นที่ยอมรับของประชาชนทั้งในประเทศ และนานาอารยประเทศต่อไป

แนะล้มโต๊ะประชามติชนวนร้อน

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า ยิ่งใกล้ทำประชามติมากเท่าไร ยิ่งเห็นเค้าลางความขัดแย้งมากขึ้นเท่านั้น ขอย้ำข้อเสนอที่ให้คสช.ตัดขั้นตอนการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญออกไป เพราะเชื่อว่าจะสร้างความขัดแย้งในสังคม ไม่ทันไรก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ทั้งในแง่การยอมรับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ หรือการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆ ที่อาศัยประเด็นของการทำประชามติ ส่อให้เห็นถึงความขัดแย้งที่นับวันจะมีมากและรุนแรงขึ้น ล่าสุดกลุ่ม นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงฯ รัฐบาลและ คสช.ก็ไม่ชอบใจ ขอย้ำอีกครั้งว่าหาก คสช.เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมาะสมดีแล้ว ควรประกาศใช้เลย ไม่ต้องทำประชามติให้ยุ่งยาก แต่ คสช.ต้องรับผิดชอบในผลพวงที่จะตามมาด้วย หรือแม้จะมีการทำประชามติ คสช.ก็ต้องรับผิดชอบผลที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องความขัดแย้ง ไม่สามารถผลักความรับผิดชอบมาให้ประชาชนได้

“สมชัย” คำรามเอาจริงไม่แค่ขู่

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า ที่ประชุม กกต. รับทราบกรณีเพจในเฟซบุ๊กเผยแพร่เพลงที่มีข้อความหยาบคาย และโน้มน้าวจูงใจให้คนไปออกเสียงลงประชามติทางใดทางหนึ่ง จึงมอบหมายให้คณะทำงานของสำนักงาน กกต.ไปศึกษา หากพบว่าเข้าข่ายกระทำผิด จะส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินการ ไม่ใช่แค่ขู่ แต่เอาจริงทุกเรื่อง มีบุคคลที่แสดงในคลิป เป็นที่รู้จักของคนในสังคม สามารถระบุชื่อ และขอให้ประชาชนระมัดระวังการแชร์ต่อด้วยเจตนาเพื่อนำไปสู่การปลุกระดม ให้รับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ อาจเป็นความผิดตามกฎหมายได้ ส่วนกรณีการขายเสื้อโหวตโนของขบวนการประชาธิปไตยใหม่ ยังอยู่ในขั้นดำเนินการอยู่

ตั้งข้อแม้ 3 ข้อ นปช.ทำไม่ได้

นายสมชัยยังกล่าวถึงกรณีการตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติของกลุ่ม นปช. ว่า การรวมตัวกันของประชาชนเพื่อสังเกตการณ์ แม้จะทำได้ แต่ต้อง 1.ไม่เข้าไปในหน่วยออกเสียง 2.ไม่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วย 3.ไม่ก่อความวุ่นวาย หรือแสดงท่าทีโน้มน้าว จูงใจ ปลุกระดม ข่มขู่ ให้ออกเสียงไปทางใดทางหนึ่ง ถ้ายึดหลักการนี้ได้การรวมตัวสอดส่องก็สามารถทำได้ แต่ กกต. มีแอพพลิเคชั่นตาสับปะรดเพื่อรับแจ้งเหตุ ประชาชนสามารถแจ้งเข้ามาได้ ขณะนี้ยังมีน้อยอยู่ ถ้า นปช.อยากให้ กกต. ส่งคนไปอบรมการใช้แอพฯก็พร้อม

กกต.เมินระงับเพลงเจ้าปัญหา

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงเสียงวิจารณ์ที่ระบุว่าเพลง “7 สิงหาประชามติร่วมใจ ประชาธิปไตยมั่นคง” ของ กกต. มีเนื้อหาบางส่วนดูหมิ่นคนภาคอีสานและภาคเหนือ ว่า เป็นเรื่องของมุมมองที่แต่ละคน กกต.คงไม่ไประงับการเผยแพร่ เพราะมองว่าเพลงดังกล่าวไม่มีเนื้อหาใดเข้าข่ายปลุกระดม ข่มขู่ หรือผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ หาก กกต.ไปกังวลก็เท่ากับต้องยกเลิกทุกเรื่องตามที่มีผู้สะท้อนมา

ศาล รธน.ตั้งแท่นสอบ ม.61 วรรค 2

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารข่าวระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่เสนอเรื่องพร้อมความเห็นขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 61 วรรคสอง มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 4 หรือไม่ โดยได้มีหนังสือแจ้งผู้ตรวจการแผ่นดินในฐานะผู้ร้องได้รับทราบ พร้อมทั้งเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องจาก กกต. สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในส่วนของเจตนารมณ์ ความเป็นมา และเหตุผล รวมทั้งข้อมูลอื่นใดที่เห็นว่าเกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์แห่งการพิจารณาของศาล และให้ยื่นต่อศาลภายใน 7 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ทั้งนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 45 วรรคสอง ประกอบข้อกำหนดศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาและการทำคำวินิจฉัย ข้อ 17 (18) ข้อ 25 ข้อ 27 และข้อ 45

สนช.พร้อมแจงหลักการกฎหมาย

ที่รัฐสภา นายสมชาย แสวงการ สนช. กล่าวว่า พร้อมชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยฝ่ายกฎหมายสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ในฐานะปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จัดเตรียมเอกสารทั้งบันทึกการประชุม และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.เลือกตั้ง ส.ส.และที่มาของ ส.ว. คำสั่ง กกต. คำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสงบเรียบร้อยการลงประชามติ เป็นต้น ยืนยันว่ามาตราดังกล่าวไม่ขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพราะมาตรา 61 วรรคสอง มีองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ใช่แค่คำว่าก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย หากไม่ครบองค์ประกอบไม่ถือว่าเข้าข่ายความผิด และการดำเนินคดีกับผู้ฝ่าฝืนต้องผ่านการพิจารณาของคณะทำงาน กกต. และคณะกรรมการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ก่อนดำเนินคดี ไม่ใช่จะดำเนินคดีได้ทันที

“วิษณุ”เปิดเวทีแรกที่เมืองนครฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเปิดเวทีชี้แจงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญได้ให้ กกต. ประสานงานกับกองทัพภาค โดย กกต.จะเป็นเจ้าภาพรูปแบบจะคล้ายเวทีเมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่สโมสรทหารบก ซึ่งเป็นไปด้วยดีอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ครั้งนี้จะแตกต่างออกไปบ้าง ไม่ได้เน้นที่นักการเมือง ต้องการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ หากนักการเมืองต้องการเข้าร่วมก็ไม่มีปัญหา โดยเวทีแรกจะเริ่มที่ จ.นครศรีธรรมราช ตนจะไปร่วมกิจกรรมและอาจมีตัวแทนจากกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) สนช.ไปด้วย แต่จะไม่ครบทั้ง 5 สาย ส่วนคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา 61 วรรคสอง ว่า หากคำวินิจฉัยเห็นว่าขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว ก็ไม่จำเป็นต้องใช้มาตราดังกล่าว และไม่จำเป็นต้องแก้ไขอะไร เพราะกฎหมายฉบับนี้ใช้เฉพาะการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น ส่วนที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ระบุว่างบประมาณการทำประชามติครั้งนี้สูงถึง 1 หมื่นล้านบาทนั้น ไม่เป็นความจริง

“มีชัย” ปรี๊ดบิดเบือนล้ม 30 บาทฯ

ต่อมาช่วงบ่ายที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงกรณีมีการเผยแพร่ข้อความในโซเชียลมีเดียระบุว่าจะยกเลิกโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านประชามติว่า ข้อความดังกล่าวไม่ใช่แค่บิดเบือน แต่เป็นเท็จ ใครที่บอกว่าคิดจะปราบโกงช่วยเอาเรื่องนี้ไปดูด้วย นี่คือการโกงแบบชัดๆ เพราะไม่มีมูลความจริง มีคนไปเสกสรรปั้นแต่งขึ้นมา อยากบอกว่ามนุษย์เกิดมาได้ดีกว่าสัตว์ ควรนึกถึงประโยชน์ของชาติมากกว่า ไม่ใช่แค่คิดเอาแต่ประโยชน์ส่วนตัว แล้วมาทำทุกอย่างที่ไม่เป็นความจริง เราต้องมาช่วยกันคิด ยืนยันว่าร่างรัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้ไปแตะต้อง ตัดสิทธิประชาชนให้ลดลง มีแต่จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์ทางด้านสาธารณสุขของเดิมมีอย่างไรก็ยังมีอย่างนั้น คนยากไร้ต้องได้รับการดูแลทางด้านสาธารณสุขอย่างเต็มที่ และเรื่องนี้ กกต.มีหน้าที่ดูแลโดยตรง ควรให้ กกต.กลั่นกรองดีกว่า เราเป็นเพียงเจ้าทุกข์เท่านั้น

ซัดเป็นวิชามารส่ง กกต.จัดการ

นายอุดม รัฐอมฤต โฆษก กรธ. กล่าวว่า การทำแบบนี้เหมือนกับวิชามาร กรธ.ไม่คิดจะตัดบริการด้านสาธารณสุขที่ประชาชนได้รับอยู่แล้ว การกระทำนี้ผิด พ.ร.บ.ประชามติมาตรา 61 ดังนั้นเราจะส่งเรื่องให้ กกต.ดำเนินการต่อไป แต่เราคงไม่ไปเป็นคู่กรณีเอง เพราะจะกลายเป็นผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย กรธ.เป็นเพียงผู้ให้ข้อมูลเท่านั้น ส่วนการอบรมวิทยากรระดับอำเภอ (ครู ข.) ภาพรวม กรธ. มีความพึงพอใจ ส่วนการอบรมวิทยากรระดับพื้นที่ (ครู ค.) จะเริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 21 มิ.ย. ขึ้นอยู่กับรูปแบบของแต่ละอำเภอจะกำหนด

“ปลอด” ห้าวไล่ออกสถานเดียว

อีกเรื่อง นายปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรีและแกนนำพรรคเพื่อไทย โพสต์เฟซบุ๊ก “แล้งจังเลยประเทศนี้” ระบุว่าแล้งที่ผ่านมา ให้รัฐบาลผ่านเรื่องเดียวคือ น้ำกิน สำหรับน้ำเพื่อการเกษตรถือว่าสอบตกแบบต้องไล่ออกลูกเดียว เริ่มจากการปลอบใจว่าไม่แล้ง แต่ที่สุดก็แล้ง เห็นท่าไม่ดีก็ให้ชาวนาลดพื้นที่ปลูกข้าว หนักขึ้นก็หยุดส่งน้ำ ปลูกพืชอื่นแทน ร้ายที่สุดคือการขุดลอกคูคลองหนองบึง ท่านประกาศปราบโกง ขอให้ปราบที่ใกล้ตัว แล้งที่สองคือ แล้งความสามัคคี ครองอำนาจมา 2 ปีแล้ว ผลงานปรองดองสอบตกแบบต้องรีไทร์ ต้องไล่ออกลูกเดียว เพราะผันตัวมาเป็นผู้ขัดแย้งเสียเอง ยิ่งไปกว่านั้นจงใจลงโทษแต่ฝ่ายรัฐบาลเก่า และผู้คนที่เห็นใจพรรคเพื่อไทยอย่างสุดโต่ง แต่อีกฝ่ายกลับทำเป็นมองไม่เห็น แถมบางครั้งยังขยิบตาสนับสนุนด้วยซ้ำ

เย้ยหน้าแตกเพราะแล้งสติปัญญา

นายปลอดประสพระบุว่า แล้งที่สาม คือ แล้งสติปัญญา แปลว่าโง่ มีอย่างที่ไหนใช้เงินทองและผู้คนมากมาย แต่ได้ผลงานแค่ร่างรัฐธรรมนูญแบบสุดห่วย สืบทอดอำนาจเผด็จการ สร้างเงื่อนไขให้มีรัฐบาลที่อ่อนแอ ให้อำนาจองค์กรที่ปราศจากการยึดโยงกับประชาชนเจ้าของอำนาจ แถมพยายามจบแบบไม่งาม คือให้มีการแสดงประชามติแบบปิดปากมัดมือ แล้วหน้าแตกหรือไม่ ที่ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจจัยว่าขัดรัฐธรรมนูญ พูดรวมๆได้ว่า ที่บอกว่ารัฐธรรมนูญของท่านมันเจ๋ง กฎหมายประชามติมันเจ๋ง ท่าจะไม่จริงเสียแล้ว เรียกว่าหน้าแหกแตกยับ จากหน้าคนเป็นหน้าผี เหตุเพราะแล้งด้วยสติปัญญา ความคิดที่เป็นกุศล สำหรับตนตัดสินใจไม่รับมานานแล้ว ตั้งแต่เริ่มตั้งท้อง ไม่รอคลอด เพราะรู้ว่าเป็นลูกผีแน่ ส่วนคนอื่นจะว่าอย่างไรก็สุดแท้แต่ ทั้งนี้นายกฯต้องเคยฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ “สายฝน” เป็นแน่ ขอให้ฟังอีกสักครั้ง กรุณาตั้งสติให้ดี เชื่อว่าจะเข้าใจดีว่าจากนี้ควรทำอย่างไร

“กรณ์” หนุนรัฐคลอดภาษีที่ดิน

ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต รมว.คลัง กล่าวถึงกรณี ครม.มีมติอนุมัติร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างว่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่กฎหมายนี้จะมีผลบังคับใช้ เป็นสัญลักษณ์สำคัญแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ไม่ติดใจกับเนื้อหาในร่างกฎหมาย ที่ยกเว้นภาษีให้กับบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 50 ล้านบาท คิดว่าเมื่อมีการบังคับใช้ไปแล้ว กระทรวงการคลังสามารถประเมินได้ว่าต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างไรต่อไป แต่เมื่อประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้แล้ว จะต้องยกเลิกภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องที่หรือไม่ มีคำถามว่า ข้อยกเว้นภาษีที่เกิดขึ้นตาม พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะทำให้ขาดรายได้ในส่วนที่รัฐเคยจัดเก็บได้ในส่วนของภาษีโรงเรือนและภาษีบำรุงท้องที่หรือไม่ ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน ควรหลีกเลี่ยงการเพิ่มภาระด้านภาษีให้คนชั้นกลางด้วย

เล็งโละทิ้งกฎหมายที่มีปัญหา

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้ว) พ.ศ.2542 มาตรา 9 ขัดมาตรา 4 แห่งรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) 2557 ว่า คำวินิจฉัยดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบกับคดีที่พิจารณากันอยู่ในปี 2555 ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยลักษณะเดียวกันกับ พ.ร.บ.ขายตรงและตลาดขายตรงมาเเล้ว เพราะบางมาตรามีเนื้อหาเหมือนกัน หากไม่ไปหยิบมาใช้ก็ไม่มีปัญหา เรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตื่นตัว พบว่า มีกฎหมายทำนองนี้อยู่เป็นร้อยฉบับ ทำให้เจ้าหน้าที่หยุดดำเนินคดีตามมาตราที่มีปัญหา โดยไม่ส่งผลกระทบกับกฎหมายทั้งฉบับ จากนี้จะแก้ไขกฎหมาย รวบรวมมาตราที่เห็นว่าเป็นปัญหา ทำเป็น พ.ร.บ. ยกเลิกมาตรานั้นๆออกไป

วิป 3 ฝ่ายถกมาตรการเก็บภาษี

ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วม 3 ฝ่าย ว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องธนาคารที่ดิน ตามที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เสนอ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนที่สูญเสียที่ดิน สอดคล้องกับเรื่องที่นายกฯกำลังดำเนินการ โดยคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติและ สปท.ยังเสนอให้มีมาตรการจัดเก็บภาษีเครื่องดื่ม อาหาร ที่มีปริมาณน้ำตาลเกินมาตรฐาน ซึ่งการจัดเก็บภาษีดังกล่าว สมาคมอุตสาหกรรมอาหารกำลังหารือกับกระทรวงการคลังอยู่ จะดำเนินการไปพร้อมกับการรับฟังความคิดเห็นของฝ่ายต่างๆ ดังนั้น มาตรการภาษีจึงยังไม่เดินไปถึงขั้นออกกฎหมาย ขอให้ไปศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเพิ่มเติมก่อน

“ประยุทธ์” บ่นพึมมีแต่ “ไอ้พวกคอยค้าน” แค่ขอจัดระเบียบ ก่อนส่งไม้ต่อให้รัฐบาลที่เป็นธรรม ยันทำประชามติบังคับใครไม่ได้ “ตู่” โวเริ่มทยอยร้องศูนย์ปราบโกงฯ ปูดมีร้อง จนท.รัฐสัญญาว่าจะให้ เดินหน้าบุกทำเนียบ กกต. มท. ยื่นเจตจำนง 9 มิ.ย. 2559 07:51 ไทยรัฐ