วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เร่งปลุกผี 3 โครงการยักษ์ ธนารักษ์ชี้ได้ข้อยุติยืดสัญญาเช่าเป็น 50 ปี

ธนารักษ์เร่งปัดฝุ่น 3 โครงการยักษ์ มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาทให้เสร็จภายในปีนี้ พร้อมยืดอายุสัญญาเช่าเป็น 50 ปี เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไป

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า โครงการลงทุนขนาดใหญ่ของกรมธนารักษ์ที่มีปัญหามานานหลายสิบปีจะได้ข้อยุติภายในปีนี้ และคาดว่าจะมีการลงทุนใหม่เกิดขึ้นไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาท โดยโครงการแรกที่มีความคืบหน้ามากที่สุดคือ โครงการศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ที่ต้องจะก่อสร้างโรงแรมขนาดใหญ่บนที่กว่า 30 ไร่ พร้อมที่จอดรถ โดยมีบริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ เป็นผู้รับสัมปทานนั้น ได้ข้อสรุปว่า จะไม่มีการก่อสร้างโรงแรมขนาดใหญ่อีกแล้ว แต่จะเปลี่ยนรูปแบบเป็นศูนย์ประชุมและการจัดนิทรรศการแทน โดยจะมีการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด เพื่อแลกกับสัญญาเช่ากับกรมธนารักษ์เป็นระยะเวลา 50 ปี

“เรื่องศูนย์ประชุมฯ มีปัญหาที่ติดค้างมาหลายสิบปี เพราะในเงื่อนไขของสัญญาระบุว่า จะต้องมีการก่อสร้างโรงแรมพร้อมกับศูนย์ประชุมฯ แต่จนถึงปัจจุบันก็ไม่มีการก่อสร้างโรงแรม เพราะติดเงื่อนไขทางด้านการวางผังเมืองของ กทม. ห้ามสร้างอาคารสูงเกินกว่า 31 เมตร จึงทำให้โครงการทั้งหมดหยุดชะงัก ซึ่งล่าสุดทางบริษัท เอ็น.ซี.ซี.ตกลงที่จะพัฒนาที่ดินบริเวณนี้ เป็นศูนย์การประชุมและการจัดนิทรรศการ โดยจะลงทุนอีก 10,000 ล้านบาทเพื่อก่อสร้างอาคารเพิ่มเติมโดยมีความสูงประมาณตึก 3 ชั้น เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยจาก 30,000-40,000 ตารางเมตรขึ้นเป็นมากกว่า 100,000 ตารางเมตร”

ส่วนโครงการ 2 คือ โครงการพัฒนาที่ดินหมอชิต ที่เริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2538 ล่าสุดคณะกรรมการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุนที่มีปลัดกระทรวงการคลัง เป็นประธานได้เชิญผู้รับสัมปทาน คือบริษัท ซันเอสเตทส์ ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด มาหารือ โดยข้อตกลงใหม่ บริษัท บางกอกฯยอมจ่ายเงินค่าก่อสร้างฐานรากบวกดอกเบี้ยคิดเป็นเงินประมาณ 1,000 ล้านบาทให้แก่กระทรวงการคลัง

“โครงการพัฒนาที่ราชพัสดุหมอชิต มูลค่า 18,000 ล้านบาท ซึ่งเกิดปัญหาขึ้นมานานกว่า 20 ปี ก็น่าจะจบลงได้ภายในปี เพราะบริษัท บางกอกฯยอมที่จะจ่ายเงิน 1,000 ล้านบาทให้แก่กระทรวงการคลังเป็นค่าฐานรากในการก่อสร้างอาคาร เพื่อแลกกับการปรับปรุงสัญญาและเดินหน้าโครงการต่อไป ส่วนเรื่องคดีความที่มีการฟ้องระหว่างกันก็จะขอยกเอาไว้ก่อนและเริ่มนับหนึ่งใหม่ โดยกระทรวงการคลังจะแก้สัญญาเช่าจากเดิม 30 ปีและต่อได้อีก 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ปี รวม 50 ปี เปลี่ยนเป็นสัญญาเช่า รวดเดียว 50 ปี โดยบริษัท บางกอกฯจะต้องเสนอ แผนปรับปรุงในการพัฒนาโครงการดังกล่าวให้ปลัดกระทรวงการคลังพิจารณาในเร็วๆนี้ ซึ่งคาดว่า โครงการนี้จะมีมูลค่าในการลงทุนไม่น้อยกว่า 20,000 ล้านบาท

และ 3.คือโครงการที่ดินร้อยชักสาม หรือโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุโรงภาษีร้อยชักสาม ซอยเจริญกรุง 36 ริมแม่น้ำเจ้าพระยานั้น ล่าสุดทางกลุ่มมาลีนนท์ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท แนเชอรัล พาร์ค หรือ N-PARK ตกลงที่จะมีการก่อสร้างโรงแรมหรูระดับ 6 ดาวต่อไป โดยยอมตกลงเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในการขนย้ายที่พักของเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและตำรวจน้ำที่มีมูลค่าราว 8-10 ล้านบาท รวมถึงจ่ายค่าภาษีโรงเรือนที่ค้าง กทม.อยู่ 4 ปี

นายจักรกฤศฏิ์กล่าวว่า ปัญหาที่สำคัญของกรมธนารักษ์คือ การนับวันเริ่มต้นวันแรกของสัญญา ซึ่งกฎหมายเดิมของกรมฯ กำหนดวันเริ่มต้นของสัญญาคือ วันที่โครงการก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ทั้ง 3 โครงการยังก่อสร้างไม่เสร็จ จึงยังไม่มีผลทางกฎหมายแม้บางโครงการจะเริ่มก่อสร้างมานานกว่า 20 ปีก็ตาม ดังนั้น เพื่อให้เกิดความคล่องตัวสัญญา ใหม่ของกรมฯทุกโครงการ รวมถึงการเช่าที่ราชพัสดุ จะเริ่มนับสัญญาตั้งแต่วันแรกที่มีการลงนาม.

ธนารักษ์เร่งปัดฝุ่น 3 โครงการยักษ์ มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาทให้เสร็จภายในปีนี้ พร้อมยืดอายุสัญญาเช่าเป็น 50 ปี เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไป 9 มิ.ย. 2559 02:47 ไทยรัฐ