วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้ประกอบการยังสับสนภาษีที่ดิน หวั่นบ้านหลังที่สองดันต้นทุนเพิ่ม

นายเมธี วินิชบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท สิงห์เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ยอมรับว่าค่อนข้างสับสนกับนโยบายการจัดเก็บภาษีที่ดินของรัฐบาล เนื่องจากก่อนหน้านี้ส่วนตัวคิดว่าจะเก็บเพียงที่ดินเปล่าที่ไม่มีการพัฒนา แต่ล่าสุดปรากฏว่าทุกสินทรัพย์ที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ราคาเกิน 50 ล้านบาท และบ้านหลังที่ 2 ต้องมีค่าใช้จ่ายด้านภาษี ทำให้ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม จากนี้ต้องติดตามว่าจะใช้ราคาที่ดินที่ประเมินจากหน่วยงานใด หากใช้ราคาที่ประเมินจากกรมที่ดินซึ่งมักจะประเมินในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดต้นทุนผู้ประกอบการจะเพิ่มขึ้นไม่มากนัก แต่หากประเมินจากราคาตลาดจะส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องแบกรับต้นทุนภาษีเพิ่มขึ้นอย่างมาก สำหรับบริษัทถือว่ามีที่ดินที่อยู่ในระหว่างรอการพัฒนาน้อยมาก

ด้าน น.ส.วิชชุดา ปลั่งมณี นักวิเคราะห์จากบริษัท หลักทรัพย์เคเคเทรด กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีที่ดินจะทำให้ผู้ที่มีที่ดินว่างเปล่าในมือเริ่มพิจารณาว่าควรจะถือที่ดินต่อไปหรือไม่ เพราะหากถือไว้จะมีภาระด้านภาษี ขณะที่มองว่าจะส่งผลดีต่อผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากปัจจุบันผู้ประกอบการหาซื้อที่ดินขนาดใหญ่ในเขตปริมณฑล และกรุงเทพฯได้ยาก ประเด็นนี้อาจทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ซื้อที่ดินได้ง่ายขึ้น

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 ตามหลักจะต้องเสียภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้างด้วยเช่นกัน โดยราคาบ้านน้อยกว่าหรือเท่ากับ 5 ล้านบาท เสียภาษีเพียง 0.03% เช่น บ้าน 1 ล้านบาทจะเสียภาษีเพียง 300 บาทต่อปี แต่ภาษีบ้านหลังที่สองจะกระทบกับผู้ที่ซื้อบ้านหลังที่สองในราคาสูง ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ซื้อบ้านหลังที่สองในราคาสูงมักเป็นผู้ที่มีฐานะต้องการซื้อบ้านพักตากอากาศ.

นายเมธี วินิชบุตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน บริษัท สิงห์เอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ยอมรับว่าค่อนข้างสับสนกับนโยบายการจัดเก็บภาษีที่ดินของรัฐบาล 9 มิ.ย. 2559 02:37 ไทยรัฐ