วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เสี่ยตง ยันครอบครองเสือโคร่งถูกตาม ก.ม. เตรียมปรึกษาทนายฟ้อง

'เสี่ยตง' หอบหลักฐานมอบให้เจ้าหน้าที่ ยันครอบครองเสือโคร่งถูกต้องตามกฎหมาย เตรียมปรึกษาทนายฟ้อง กุข่าวเป็นที่ชำแหละเสือ ขณะที่ ทนายความของวัดเสือ ยันพรุ่งนี้ หลวงตาจันทร์ เตรียมแถลงข่าวช่วงสายที่วัด ...

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 8 มิ.ย. 59 พ.ต.ท.สรรเสริญ ศิริพันธ์  สว.กก.5 บก.ปทส.นายกนก สันธิศิริ หัวหน้าสายตรวจป้องกันปราบปราม ด้านสัตว์ป่าส่วนกลาง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พ.ต.อ.นิพนธ์ จันทร์ทอง ผกก.สภ.ลาดหญ้า พ.ท.วัชรภ บุรินทร์วัฒนา ผบ.ชป.พท.ร.9 พัน 1 ร.อ.คมสัน ณัฐานันดร หน.ชป.พท.ร.9 พัน 1 นายฉกาด อาสาสนา ปลัดฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองกาญจนบุรี พร้อมคณะสัตวแพทย์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการตรวจตั๋วรูปพรรณเสือโคร่งทั้ง 4 ตัว ที่ผู้ดูแลเสือนำมาแสดงตั้งแต่วานนี้

นอกจากนี้ พ.ต.ท.สรรเสริญ ได้ประสานไปยังนายธวัช ขจรชัยกุล หรือ เสี่ยตง เจ้าของเพื่อให้เดินทางมาพบ เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับการได้มาของเสือทั้ง 4 ตัว และจะรอการยิงยาสลบเสือจนกว่า นายธวัช จะเดินทางมาถึง โดยระหว่างนี้คณะสัตวแพทย์ได้ดำเนินการตรวจสอบตั๋วรูปพรรณเสือเพศผู้ ชื่อไอ้ลาย อายุ 10 ปีเศษ ที่อยู่ในกรงที่ 3 และเสือเพศเมีย ชื่อ สาย อายุ 10 เศษ ที่อยู่ในกรงที่ 4 และจากการตรวจสอบตั๋วรูปพรรณเสือทั้ง 2 ตัวในเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า ลักษณะลายของตัวเป็นตัวเดียวกันหรือไม่

ทั้งนี้ คณะเจ้าหน้าที่ได้แต่นั่งรอ นายธวัช จนกระทั่งเวลา 14.30 น. นายธวัช ก็ยังเดินทางมาไม่ถึง จึงตัดสินใจให้คณะสัตวแพทย์ดำเนินการยิงยาสลบเสือทั้ง 4 ตัว เพื่อดำเนินการตรวจสอบหาไมโครชิพ หากไม่พบก็จำดำเนินการฝังไมโครชิพทันที พร้อมกันนี้คณะสัตวแพทย์จะได้เก็บตัวอย่างเลือดและขนของเสือรวมทั้งเล็บเสือ เพื่อนำไปตรวจดีเอ็นเอ พิสูจน์ว่าเสือเพศผู้และเพศเมีย ใช่พ่อและแม่ของเสือเพศเมียชื่อตัวเล็ก อายุ 2 ปีเศษที่อยู่ในกรงที่ 5 และเสือเพศผู้ชื่อ โทน อายุ 1 ปีเศษ ที่อยู่ในกรงที่ 6 หรือไม่ โดยระหว่างคณะสัตวแพทย์กำลังเตรียมอุปกรณ์เพื่อยิงยาสลบเสืออยู่นั้น ปรากฏว่า นายธวัช ขจรชัยกุล หรือเสี่ยตง เจ้าของเสือเดินทางมาถึงพอดี พร้อมกับนำเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเสือรวมทั้งเอกสารการครอบครองที่ดินมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ด้วย

หลังจากให้สัมภาษณ์และตอบข้อซักถามของเจ้าหน้าที่แล้วเสร็จ คณะเจ้าหน้าที่จึงให้นายธวัช ไปเซ็นเอกสารยินยอมให้คณะสัตวแพทย์ยิงยาสลบเสือเพื่อตรวจดีเอ็นเอ ซึ่งนายธวัช ก็พร้อมที่จะทำตามและยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ทุกขั้นตอน โดยก่อนดำเนินการยิงยาสลบเสือ คณะเจ้าหน้าที่ได้ขอให้คณะสื่อมวลชนทุกแขนงออกไปให้ห่างกรงเสือเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

สำหรับเสือโคร่งที่ถูกยิงยาสลบตัวแรกคือ เสือเพศเมียชื่อตัวเล็ก อายุ 2 ปีเศษที่อยู่ในกรงที่ 5 โดยเริ่มยิงในเวลา 15.00 น. หลังจากถูกยิงเสือตัวดังกล่าวส่งเสียงร้องคำรามออกมาด้วยความตกใจ ทำให้เสือโคร่งตัวอื่นตกใจวิ่งกระโจนไปมาอยู่ตลอดเวลา คณะสัตวแพทย์ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที เสือตัวดังกล่าวจึงหลับ คณะสัตวแพทย์จึงนำอุปกรณ์เข้าไปตัดขนและเล็บ รวมทั้งเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อนำไปตรวจดีเอ็นเอ รวมทั้งฝังไมโครชิพเอาไว้ด้วย

ล่าสุด เมื่อเวลา 17.20 น. คณะเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการยิงยาสลบเสือทั้ง 4 ตัวครบแล้ว โดยตัวสุดท้ายคือเสือเพศเมีย ชื่ออีสาย อายุ 10 ปีเศษ อยู่ในกรงที่ 4 และอยู่ระหว่างการฝังไมโครชิพ ซึ่งผลดำเนินการผ่านไปด้วยดี ขณะนี้เสือทั้ง 4 ตัวถูกฉีดยาให้ฟื้นจากการสลบแล้ว

พ.ต.ท.สรรเสริญ ศิริพันธ์ สว.กก.5 บก.ปทส. เปิดเผยว่า การเข้าตรจสอบเสือโคร่งทั้ง 4 ตัวครั้งนี้เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามสืบทราบว่า สถานที่ดังกล่าวอาจจะเชื่อมโยงกับเสือโคร่งที่ถูกขนย้ายออกไปจากวัดเสือทั้ง 147 ตัว และอาจจะเกี่ยวพันกับเสือที่หายออกไปจากวัด จำนวน 3 ตัวเมื่อปี พ.ศ.2558 นอกจากนี้ ยังต้องสงสัยว่า สถานที่ดังกล่าวอาจถูกใช้สำหรับการชำแหละเสือ ซึ่งการตรวจสอบวานนี้ (7 มิ.ย.) คณะเจ้าหน้าที่พบคราบเลือดติดอยู่กับกระสอบ จึงเก็บตัวอย่างไปตรวจ ดีเอ็นเอ แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่า จะเป็นคราบเลือดของเสือหรือคราบเลือดของอะไรกันแน่ ซึ่งจะต้องรอผลอีกประมาณ 1 เดือน เช่นเดียวกันกับการตรวจดีเอ็นเอ ของเสือทั้ง 4 ตัว จะต้องรอผลการตรวจประมาณ 1 เดือนเช่นกัน จึงจะสามารถสรุปได้ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับเสือโคร่งที่ถูกขนย้ายไปจากวัดป่าหลวงตามหาบัวหรือไม่

ส่วนการที่นายธวัช นำเอกสารมาแสดงการครอบครองเสือทั้ง 4 ตัว ก็นับว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้ง่ายต่อการตรวจสอบ ซึ่งคณะเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และจะให้ความเป็นธรรมกับนายธวัชด้วย

ด้าน นายกนก สันธิศิริ หัวหน้าสายตรวจป้องกันปราบปราม ด้านสัตว์ป่าส่วนกลาง สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) เปิดเผยว่านายธวัช ขจรชัยกุล ได้แจ้งการครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2546 ต่อสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 สาขาท่าม่วง เลขที่รับ 445 ลงวันที่ 5 กันยายน 2546 โดยแจ้งว่ามีสัตว์ป่าคุ้มครองอยู่ในครอบครองขณะนั้นรวม 7 รายการ 1 ใน 7 มีเสือโคร่งอยู่จำนวน 3 ตัว แต่จำนวนสัตว์ป่าได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมโดยชนิดจำนวนสัตว์ป่า 5 ใน 7 ชนิดได้ตายและปล่อยไปแล้ว ยังคงเหลือเสือโคร่งเพียง 2 ตัว จากที่มีอยู่ 3 ตัว และมีเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ตัว เนื่องจากเสือที่เพิ่มมา จำนวน 2 ตัวเป็นลูกของเสือที่มีอยู่

สำหรับการตรวจตั๋วรูปพรรณของเสือโคร่ง 2 ตัวที่เจ้าของอ้างว่าเป็นพ่อกับแม่เสือ คือเสือเพศผู้อายุ 10 ปีเศษ และเสือเพศเมียอายุ 10 ปีเศษ เบื้องต้นผลการตรวจลายเสือที่มีอยู่ตามจุดต่างๆ พบว่ามีลักษณะคล้ายกัน แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าใช่เสือตัวเดียวกันกับตั๋วรูปพรรณหรือไม่

ด้าน นายธวัช ขจรชัยกุล หรือเสี่ยตง เจ้าของเสือกล่าวว่า ตนอยู่ที่นี่มานานกว่า 30 ปี โดยเมื่อปี 2558 ตนได้ทำหนังสือขอแจ้งการเปลี่ยนแปลงจำนวนสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีไว้ในครอบครองไปถึง ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 บ้านโป่ง ว่าเคยมีสัตว์ป่าไว้ในครอบครองกี่ชนิดและมีอะไรบ้าง สัตว์ป่าชนิดใดตาย และหลุด รวมทั้งปล่อยไปบ้าง โดยเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตนได้มีการนัดหมายกับเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบลูกเสือทั้ง 2 ตัวที่เกิดใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝังไมโครชิพ แต่จนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่เข้ามาดำเนินการตามที่นัดหมายเอาไว้

นายธวัช กล่าวต่อว่า ตนไม่รู้สึกตื่นเต้นแต่อย่างใด เพราะการเลี้ยงเสือตนถือว่าเป็นเรื่องปกติ อีกทั้งตนได้เลี้ยงมานานกว่า 20 ปีแล้ว เพราะเราชอบเราจึงเลี้ยงไว้ ส่วนที่มาของเสือตนได้มาจาก ส.ส.จังหวัดราชบุรี เพราะรู้จักกัน และ ส.ส.ก็มีฟาร์มเลี้ยงด้วย ซึ่งก็ได้มาเลี้ยงจำนวน 1 คู่ ซึ่งขณะนั้นยังไม่มีการประกาศให้เสือโคร่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่เมื่อมีการประกาศให้เสือโคร่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตนก็ได้ไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบ เพื่อทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย และที่ผ่านมาตนได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ทราบทุกครั้ง ไม่ว่าเสือจะเกิดหรือตาย ซึ่งตนขอยืนยันว่าเสือที่ตนครอบครองอยู่นั้นถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ สามารถตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอได้

เสี่ยตง กล่าวท้ายสุดว่า สำหรับข่าวว่าพื้นที่ของตนเป็นแหล่งพักเสือ เป็นแหล่งชำแหละเสือ ที่เกี่ยวพันกับวัดป่าหลวงตามหาบัวฯ ตรงนี้มองว่าเป็นการมั่ว มั่วเพื่อให้ตื่นเต้น และตนจะฟ้อง ซึ่งจะได้ปรึกษากับทนายเพื่อดำเนินการต่อไป และส่วนตัวตนมองว่า เสือวัดหลวงตาบัวฯจำนวน 3 ตัวที่ว่าหายไปนั้น ตนมองว่าเสืออาจจะไม่ได้หายไปไหน แต่เป็นเพราะการขัดแย้งกันภายในมากกว่า

ผู้สื่อข่าวรายงานวา ทนายความของวัดเสือยังยืนยันว่า พรุ่งนี้ หลวงตาจันทร์ จะมาให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนที่วัดหลวงตาบัวฯ ในช่วงสาย.

'เสี่ยตง' หอบหลักฐานมอบให้เจ้าหน้าที่ ยันครอบครองเสือโคร่งถูกต้องตามกฎหมาย เตรียมปรึกษาทนายฟ้อง กุข่าวเป็นที่ชำแหละเสือ ขณะที่ ทนายความของวัดเสือ ยันพรุ่งนี้ หลวงตาจันทร์ เตรียมแถลงข่าวช่วงสายที่วัด ... 8 มิ.ย. 2559 23:26 9 มิ.ย. 2559 01:16 ไทยรัฐ