วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

งูกัดต้องรีบพบแพทย์ เตือนรักษาผิดวิธี อาจตายได้

แพทย์ประจำ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ ออกโรงเตือนประชาชนถ้าโดนงูกัดต้องรีบมาหาหมอ พร้อมจดจำลักษณะงูให้ดี อย่าดูดพิษงูด้วยปากตามวิธีโบราณ

จากกรณีพบชายคนหนึ่งถูกงูไม่ทราบชนิดกัดเข้าที่บริเวณก้น ใน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และได้เดินทางมารักษากับ พระครูผาสุกวิหารการ หรือ พระอาจารย์สมพงษ์ อัคคปัญโญเจ้าอาวาสวัด วัดอ่างสุวรรณ หรือวัดหนองหอย จนหายกลับบ้านน้ัน

นายแพทย์เขมภพ ยงชัยรัตน์ แพทย์เฉพาะทางสาขาอายุรกรรม โรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จากประสบการณ์การรักษาคนไข้ที่ถูกงูพิษกัดในปีงบประมาณ 2559 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2558-พฤษภาคม 2559 มีคนไข้เข้ารับการรักษาทั้งหมด 101 คน ต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล 46 คน ทุกคนที่มารักษาได้รับการวินิจฉัยทางการแพทย์ตามหลักวิชาการ โดยพิจารณาจากบาดแผลของคนไข้ว่า ถูกงูประเภทใดกัด มีพิษหรือไม่

จากนั้นรักษาตามอาการ ซึ่งพิษของงูแบ่งเป็น พิษที่มีผลต่อระบบเลือด เช่น งูเขียวหางไหม งูกะปะ งูแมวเซา และพิษที่มีผลต่อระบบประสาท งูเห่า งูจงอาง งูทับสมิงคลา ซึ่งพื้นที่จังหวัดประจวบฯ จะพบงูกะปะมากที่สุด และจะฉีดเซรุ่มแก้พิษงูตามชนิดงูที่ถูกกัดให้

นายแพทย์เขมภพ กล่าวว่า อยากเตือนผู้ที่ถูกงูมีพิษกัด โดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี จากประสบการณ์ที่รักษาคนไข้ พบคนไข้ที่รักษาตามวิธีโบราณ แล้วอาการกำเริบ ต่อมาได้ส่งตัวมาที่โรงพยาบาลแต่ไม่สามารถไว้ได้ทันเสียชีวิตในเวลาต่อมาจากความคนไข้ชะล่าใจ ปล่อยให้พิษกระจายทั่วร่างกายทำลายอวัยวะภายใน

ส่วนเรื่องความเชื่อของชาวบ้าน แพทย์คงไม่สามารถไปเปลี่ยนทัศนคติได้ ถือว่าเป็นสิทธิของประชาชนแต่ละรายที่เลือกจะรักษาเอง ทั้งนี้การรักษาตามหลักวิชาทางการแพทย์ มีการศึกษาและวิจัย มีข้อมูลอ้างอิงที่ได้มาตรฐาน และถือว่าเป็นหลัก มาตรฐานสากลที่ทั่วโลกปฏิบัติกัน

ส่วนความรุนแรงของการถูกงูกัดหรือปัจจัยที่พิษที่แพร่ได้เร็วขึ้นอยู่กับปริมาณของพิษงู เช่นชนิดงู ขนาดของงู ตำแหน่งหรือพิกัดที่ถูกงูกัด การถูกดูดซึมของสารพิษ เช่นการนวดบีบ หรือกดรัดแผล หรือการรักษาผิดวิธี

สำหรับผู้ที่ถูกงูกัด คือ ขั้นตอนแรกภายหลังถูกงูกัด ให้ตั้งสติอย่าตกใจ หนีห่างจากงูเพื่อป้องกันการถูกกัดซ้ำ สังเกตรูปร่างของงูว่าเป็นประเภทใด มีลักษณะกายภาพของงูเป็นเช่นไร หากจับงูหรือถ่ายภาพมาได้ก็จะยิ่งดี จากนั้นให้ล้างแผลด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำสบู่

"ห้ามมีการดูดเลือดจากแผลโดยเด็ดขาด เนื่องจากพิษที่อยู่ในเลือดเมื่อสัมผัสปากอาจมีการดูดซึมเข้าร่างกายของผู้รักษา ห้ามใช้อุปกรณ์ไปสะกิดแผล อาจทำให้ติดเชื้อได้ ไม่ควรใช้เชือกรัดเหนือบาดแผล เนื่องจากจะยิ่งทำให้พิษกระจายตัวทั่วบริเวณ และเนื้อเยื่อช้ำมากขึ้น และนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้โดยเร็วที่สุด" นายแพทย์เขมภพ กล่าว

แพทย์ประจำ รพ.ประจวบคีรีขันธ์ ออกโรงเตือนประชาชนถ้าโดนงูกัดต้องรีบมาหาหมอ พร้อมจดจำลักษณะงูให้ดี อย่าดูดพิษงูด้วยปากตามวิธีโบราณ 8 มิ.ย. 2559 17:47 8 มิ.ย. 2559 22:40 ไทยรัฐ