วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กว่าจะฝ่าด่าน “ประชามติ”

โดย สายล่อฟ้า

สู้อุตส่าห์ระดมสมองค้นคิดจนสามารถสร้างโมเดล “รัฐธรรมนูญ” ฉบับใหม่จนเป็นรูปเป็นร่างอย่างที่เห็นๆกันอยู่ แต่คนร่างเองยังไม่สามารถที่จะสื่อสารไปถึงประชาชนที่มีสิทธิลงคะแนนด้วยการทำ “ประชามติ” เพื่อให้การสนับสนุนจนนำมาประกาศใช้ได้

ทำได้เพียงแค่เรียบๆเคียงๆตั้ง 5 คำถามเพื่อให้วิทยากรอาสาสมัครเผยแพร่ประชาธิปไตยระดับจังหวัด (ครู ก.) ระดับอำเภอ (ครู ข.) และระดับหมู่บ้าน (ครู ค.) ไปชี้แจงกับชาวบ้านเท่านั้น

มีคำถาม 5 คำถามที่จะไปบอกกล่าวดังนี้

1. รัฐธรรมนูญนี้เกี่ยวกับประชาชนอย่างไร

2. ประชาชนจะได้อะไรจากรัฐธรรมนูญใหม่

3. สิทธิเลือกตั้งเป็นอย่างไร

4. จะปฏิรูปอะไรกันบ้าง ปฏิรูปแล้วชาวบ้านจะได้อะไร

5. การที่รัฐธรรมนูญนี้ประชาชนจะกินดีอยู่ดีหรือไม่

ทั้งๆที่เนื้อหาสาระของร่างรัฐธรรมนูญยังมีข้อดีและน่าสนใจอันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปการเมือง การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชันและอะไรต่อมิอะไรอีกหลายประเด็น

แต่เมื่อมีข้อจำกัดในเรื่องกฎกติกาที่ทำให้ไม่สามารถนำเสนอเพื่อให้ประชาชนสนับสนุนหรือการรณรงค์ด้วยกรรมวิธีทางการตลาดเพื่อให้เข้าถึงได้อันเป็นการโน้มน้าว เพราะหากมากเกินไปอาจจะเข้าข่ายผิดกฎหมายได้

เมื่อตั้งโจทย์ผิดคำตอบมันก็เลยผิดไปด้วย

ทุกอย่างก็เลยเข้าทางฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องการให้ผ่านประชามติ ที่หาวิธีการต่างๆเพื่อให้เข้าสู่วัตถุประสงค์

ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวจนนำไปสู่การยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความคำ 3 คำ คือ “ก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย” ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 หรือไม่ ซึ่งคาดว่าผลจะออกมาก็ราวต้นเดือน ก.ค.

มิหนำซํ้าแกนนำเพื่อไทย แกนนำ นปช.ก็ออกมาเปิดหน้าชนเต็มที่ด้วยการเปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ อ้างว่าเพื่อจับผิดการทุจริตการลงประชามติ

เริ่มต้นด้วยการยื่นหนังสือกดดันให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องนี้ภายในเวลา 7 วัน และให้ กกต.ยุติการเตรียมการเอาไว้ชั่วคราว เพราะไม่ต้องการให้เสียเงินงบประมาณอย่างเช่นการแจกจ่ายรัฐธรรมนูญไปสู่ประชาชน

พูดง่ายๆว่าเป็นการ “ย้อนศร” ใส่ คสช.อย่างตรงไปตรงมา

จนทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.อารมณ์เดือดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากก่อนหน้านี้ได้พยายามเก็บอารมณ์ในการให้สัมภาษณ์ “สื่อ” มาระยะหนึ่ง

ก็ไม่ต้องแปลกใจว่าฝ่ายตรงข้าม คสช.มาครั้งนี้เป็นขบวนไม่ใช่เฉพาะตัวบุคคลอย่างที่ผ่านมา เนื่องจากเป็น “เงื่อนไข” ที่จะเล่นงาน คสช.ด้วยการพลิกแพลงรูปแบบให้เข้ากับสถานการณ์

แม้มีข่าวว่าอีกด้านหนึ่งได้มีการสั่งการไปยังอดีต ส.ส.เพื่อไทยให้เตรียมพร้อมในการเลือกตั้งปี 60 ด้วยการลงพื้นที่เข้าหาประโยชน์เป็นการปูทางล่วงหน้า

เป็นการเคลื่อนไหวคู่ขนาน 2 ด้าน ด้านหนึ่งก็เตรียมพร้อมเพื่อไปสู่การเลือกตั้ง อีกด้านหนึ่งก็พยายามให้เกิดความปั่นป่วนเพื่อกดดัน คสช.

“ดิสเครดิต” เพื่อให้เกิดความเสื่อมเสียคะแนนนิยมตกตํ่า

ยิ่งกระตุกอารมณ์นายกฯลุงตู่ให้หงุดหงิดบ่อยๆจนทำให้ปล่อยคำพูดต่างๆออกมาอันแสดงให้เห็นถึงการใช้ “อำนาจนิยม” ก็ยิ่งจะยังประโยชน์ต่อพวกเขามากยิ่งขึ้นไปอีก

ด้วยวาทกรรมและการวางแผนอย่างแยบยลด้วยการใช้คำว่า “ประชาธิปไตย-สิทธิเสรีภาพ” ที่เป็นกลยุทธ์สำคัญจนต้องใช้งัดไม้แข็งขึ้นมากำราบกลุ่มต่อต้านยิ่งทำให้สถานการณ์บานปลายได้

กว่าจะถึงวันลง “ประชามติ” คงได้เห็นอะไรต่อมิอะไรอีกเพียบ.

“สายล่อฟ้า”

8 มิ.ย. 2559 11:52 8 มิ.ย. 2559 11:53 ไทยรัฐ