วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผวาเด็กแรกเกิดตาย ผุดหอเด็กป่วยรองรับ

อัตราการเกิดและเสียชีวิตของเด็ก ทำให้ รพ.ต้องเตรียมรับสถานการณ์ เพื่อดูแลชีวิตเด็กแรกเกิดให้มีโอกาสลืมตาดูโลก และเติบโตอย่างคนปกติ

นายสุทธิพงษ์ ศิริมัย ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า อ.เมือง จังหวัดสมุทรสงคราม หรือ “รพ.แม่กลอง” บอกว่า โรงพยาบาลแต่ละปีต้องรองรับทารกคลอดประมาณ 1,400 คน สำหรับปี พ.ศ.2559 นี้ ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน มีทารกที่คลอดเกือบ 746 คน เป็นคนไทย 543 คน คิดเป็นร้อยละ 73 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนพม่า 203 คน คิดเป็น 27 เปอร์เซ็นต์

ตัวเลขจากสถิติสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ถึง พ.ศ.2551 มีทารกคลอดราว 800,000 ราย ในจำนวนนี้มีทารกที่น้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัมถึงร้อยละ 10.8 และมีทารกที่ขาดออกซิเจนระหว่างคลอดมากกว่า 30 ต่อ 1,000 ราย ซึ่งเป็นสถิติที่มากกว่ากระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้

กรณีเด็กขาดอออกซิเจนระหว่างคลอด ถ้าโรงพยาบาลไม่พร้อม เครื่องมือไม่มี อาจช่วยเหลือไม่ทัน ผลที่ตามมาย่อมเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของพ่อแม่

ยังมีสถิติอีกคือ มารดาที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ตัวเลขจากสำนักส่งเสริมสุขภาพ กรมอนามัย ในปี พ.ศ.2548-2550 มีสูงถึงร้อยละ 11.81, 13.98 และ 15.47 ตามลำดับ กลุ่มนี้มีความหมิ่นเหม่ต่อความเสี่ยงของทารก

อย่างไรก็ตาม อัตราการเสียชีวิตของเด็กแรกเกิดอายุน้อยกว่า 28 วัน ยังสูงถึงร้อยละ 8 ต่อ 1,000 โดยสาเหตุการเสียชีวิตร้อยละ 80 เกิดจาก 3 สาเหตุคือ 1.เกิดก่อนกำหนดและน้ำหนักน้อย 2.โรคติดเชื้อ เช่นปอดบวม ติดเชื้อในกระแสเลือด บาดทะยัก และอุจจาระร่วง เป็นต้น และ 3.การขาดออกซิเจน

ปัญหาสุขภาพของเด็กแรกคลอดเหล่านี้ ถ้าโรงพยาบาลมีบุคลากรพร้อม มีเครื่องมือครบ ย่อมช่วยเหลือเด็กได้อย่างทันท่วงที

ดังนั้น โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้าจึงผุด “หออภิบาลทารกแรกเกิดวิกฤติ”

ความจำเป็นในเรื่องนี้ ผอ.สุทธิพงษ์บอกว่า มีความจำเป็นต้องสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับผู้ป่วยทารกแรกเกิดวิกฤติ ทั้งที่มีสภาวการณ์หายใจไม่สมบูรณ์ มีความผิดปกติทางการหายใจ “ทารกกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต้องการดูแลทางเดินหายใจและระวังภาวะแทรกซ้อนเป็นพิเศษ โดยทีมงานที่มีความชำนาญเฉพาะ ขณะนี้เราทีมกุมารเวชกรรมมีกุมารแพทย์ที่สามารถดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้ทั้งหมด 4 ท่าน”

และยังมีทีมพยาบาลที่มีความชำนาญเฉพาะอีก ทำให้โรงพยาบาลไม่ต้องห่วงเรื่องบุคลากร แต่มีปัญหาเรื่องสถานที่และเครื่องมือที่ต้องเตรียมไว้รองรับผู้ป่วย แต่การผุดโครงการหอผู้ป่วยทารกแรกคลอดขึ้นมานี้ ต้องใช้งบประมาณมากถึง 17 ล้านบาท ทางรัฐบาลจัดงบให้ประมาณ 5 ล้านบาท ส่วนอีก 12 ล้านยังขาด

แนวทางให้โครงการลุล่วง “เราขอความร่วมมือทั้งจากชาวแม่กลองและผู้มีจิตศรัทธา ขั้นแรก เราได้ปรึกษากับมูลนิธิ รพ. เพื่อจัดงานทอดผ้าป่าสามัคคีสมทบทุนสร้าง กำหนดงานวันที่ 12 มิถุนายน 2559 นี้ เวลา 09.30 น. ที่อาคารผู้ป่วยนอก”

คนที่มาไม่ได้ แต่ต้องการร่วมสร้างกุศลเพื่อช่วยเหลือเด็กแรกคลอด นพ.จิตตรัตน์ เตชวุฒิพร รองผู้อำนวยการฯ บอกว่า ติดต่อได้โดยตรงกับโรงพยาบาล ที่ฝ่ายการเงินและบัญชี ที่หมายเลข 0-3471-5442 หรือ 0-3472-3044 ต่อ 6209-6211

โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า นอกจากรับผู้ป่วยทั่วไปแล้ว ปัจจุบันยังต้องรับรักษาแรงงานต่างด้าวอีกด้วย ส่วนใหญ่เป็นชาวพม่า ทั้งจังหวัด “มีประมาณ 6,000-7,000 คน แรงงานต่างด้าวในแม่กลองไม่มากเหมือนจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อรับแรงงานต่างด้าวเข้ามา จะมีการตรวจสุขภาพทุกคน และมีการซื้อบัตรสุขภาพ ทำให้คนไข้มีสิทธิ์สองทางดังกล่าว เมื่อเจ็บป่วยก็มาโรงพยาบาลเขาก็ได้สิทธิ์ตามนั้น”

เป็นภาระหรือไม่ อย่างไรนั้น “ก็ทำให้ภาระของเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นพอสมควร แต่ที่ห่วงคือ เขาต้องผ่านการตรวจสุขภาพ ตรวจโรค เพราะแรงงานต่างด้าวมีโอกาสที่จะนำเอาโรคติดเชื้อบางอย่างที่เมืองไทยไม่มีแล้วเข้ามาด้วย อย่างกาฬโรค โรคเท้าช้าง เราจึงต้องมีการตรวจเลือด ตรวจสุขภาพเพื่อคัดกรองเอาคนที่มีปัญหาเข้ามารักษาให้เรียบร้อย” ผอ.สุทธิพงษ์บอก

และอธิบายว่า ในเรื่องการสื่อสาร ระหว่างคนไข้กับเจ้าหน้าที่รักษาพยาบาล “นายจ้างเขามีคนที่พอพูดได้ส่งมา รพ.เองเราก็มีเจ้าหน้าที่เป็นล่ามช่วยได้อยู่ 1 คน คอยดูแลเรื่องการรักษา”

สำหรับความเป็นมาของโรงพยาบาล เริ่มเมื่อปี พ.ศ.2476 พระนิกรบดี (จ. สาริกานนท์) ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามได้จัดตั้ง “สุขศาลา” ขึ้น สมัยนั้นสังกัดกรมสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย โดยใช้พื้นที่บางส่วนของศาลากลางซึ่งเคยเป็นที่ทำการของกองทหารเรือแม่กลอง ลักษณะเป็นเรือนชั้นเดียว และมีสภาพทรุดโทรม โดยมีนายแพทย์ไสว มังคะลี เป็นแพทย์ประจำสุขศาลาจังหวัด

ปี พ.ศ. 2492 กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้รับสุขศาลามาปรับปรุงเป็นโรงพยาบาลสมุทรสงคราม เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2493 และถือเป็นวันเกิดของโรงพยาบาล
มาจนปัจจุบัน

ต่อมาเมื่อศาลากลางจังหวัดย้ายไป คณะรัฐมนตรีมีมติยกพื้นที่ให้โรงพยาบาล ในปี พ.ศ.2497 กระทั่งปี พ.ศ.2538 โรงพยาบาลสมุทรสงครามได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ใช้ชื่อโรงพยาบาลตามพระปรมาภิไธยรัชกาลที่ 2 โดยเปลี่ยนชื่อจาก โรงพยาบาลสมุทรสงคราม เป็น โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า

ชื่อโรงพยาบาลมาจากพระนาม สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เพราะพระองค์ทรงประสูติเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2310 ที่ ต.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม

แม้โรงพยาบาลจะพัฒนามาตามลำดับ แต่ปัจจัยส่งเสริมให้โรงพยาบาลมีศักยภาพ และรองรับผู้ป่วยได้อย่างเต็มที่นั้น นอกจากรัฐช่วยเหลือแล้ว ก็มีความจำเป็นต้องพึ่งพาภาคประชาชน แม้ชาวแม่กลองจะร่วมมือร่วมใจกันเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “หออภิบาลทารกแรกเกิดวิกฤติ” นั้น ทางโรงพยาบาลมีความจำเป็นต้องเพิ่มการบริการ แต่ยังขาดอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายอีกไม่น้อย

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าตอนนี้ เมื่อมีคนไข้เข้ามา ผอ.บอกว่า “เราต้องส่งต่อไปที่อื่น อย่างที่จังหวัดราชบุรี เพชรบุรี นครปฐม และใกล้เคียง เราเป็นโรงพยาบาลเดียวในย่านนี้ที่ไม่มีหอผู้ป่วยหนักของเด็กแรกคลอด เราก็เลยคิดว่า จะพัฒนาการบริการเด็กแรกคลอดของเราให้ดี ไม่ต้องส่งไปในจังหวัดอื่น”

ทั้งนี้ ก็เพื่อลดอัตราเสี่ยงที่อาจจะเกิดกับทารกแรกเกิดนั่นเอง.

8 มิ.ย. 2559 11:25 8 มิ.ย. 2559 11:29 ไทยรัฐ