วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ก็ผ่าน ครม.ออกมาอย่างฉลุย ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เพราะ คุณสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ร่างสุดท้ายที่นำเสนอคณะรัฐมสตรี นายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งการให้แก้ไขปรับปรุงด้วยตัวเอง

ขั้นตอนต่อไป คณะกรรมการกฤษฎีกา สภานิติบัญญัติแห่งชาติ คงจะให้ผ่านไปอย่างรวดเร็วยิ่ง เพราะรัฐบาลตั้งเป้าจะใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2560

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แบ่งเป็น 4 ประเภท 1.ที่ดินเพื่อการเกษตร ตั้งแต่ร้อยละ 0 ถึงร้อยละ 0.1 ของฐานภาษี 2.บ้านพักอาศัยหลัก ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทขึ้นไป ตั้งแต่ร้อยละ 0.05 ถึงร้อยละ 0.1 และที่พักอาศัยหลักอื่น ตั้งแต่ร้อยละ 0.03 ถึงร้อยละ 0.3 ของฐานภาษี 3.ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างประเภทอื่นๆ ตั้งแต่ร้อยละ 0.3 ถึงร้อยละ 1.5 ของฐานภาษี 4.ที่ดินว่างเปล่าหรือไม่ได้ทำประโยชน์ตามควรแก่สภาพที่ดิน จะจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นทุก 3 ปี ตั้งแต่ร้อยละ 1 ถึงร้อยละ 3 ของฐานภาษี

อัตราภาษีที่จะใช้จัดเก็บตามกฎหมายนี้ จะมีการออกเป็นพระราชกฤษฎีกา โดยกำหนดเป็นอัตราก้าวหน้าเพิ่มขึ้นตามมูลค่าของฐานภาษี

ปลัดสมชัย แถลงก่อนหน้านี้ว่า กฎหมายยกเว้นภาษีบ้านหลังแรกมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท และ ยกเว้นภาษีที่ดินเกษตรที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท แต่จะ คิดภาษีในส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท เช่น บ้านมีราคา 60 ล้านบาท จะเสียภาษีในส่วนที่เกิน 50 ล้านบาท คือ 10 ล้าน

แต่ถ้าใครมีบ้านหลายหลัง บ้านหลังที่ 2 และหลังต่อไป จะเสียภาษีตั้งแต่บาทแรก หรือมีทั้งบ้านและที่ดินเกษตร ก็จะแยกกันเสียภาษีไม่นำมาคิดรวมกัน

ปลัดสมชัย ยืนยันว่า ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่กระทรวงการคลังเสนอ ไม่กระทบต่อผู้มีรายได้น้อย ก่อนออกกฎหมายก็ได้สำรวจแล้วว่า บ้านราคาตํ่ากว่า 50 ล้านบาท มีสัดส่วนถึง 90% ก็แสดงว่ามีบ้านเพียง 10% เท่านั้นที่อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีแม้จะมีบ้านเสียภาษีแค่ 10% คุณสมชัย บอกว่า ในปีแรกจะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้สูงถึง 60,000 ล้านบาท จาก 2-3 หมื่นล้านบาทในปัจจุบัน ในอนาคตรัฐบาลและท้องถิ่นจะได้เงินภาษีจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอีกมหาศาลเลยทีเดียว

ผมเห็นด้วยให้เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมานานแล้ว เป็นภาษีที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ดีที่สุด และสร้างรายได้ให้ท้องถิ่นเป็นกอบเป็นกำ

แต่ที่ น่าเป็นห่วง สำหรับ “การใช้กฎหมายแบบไทยๆ” ก็คือ นำของดีมาใช้เพียงส่วนเดียว ไม่ใช้ทั้งระบบ ทำให้เกิดประโยชน์ครึ่งๆกลางๆ ผมไม่แน่ใจ กฎหมายที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่เพิ่งผ่าน ครม.ออกมานี้ จะมีการนำมาใช้จัดระเบียบที่อยู่อาศัยด้วยหรือไม่ เพื่อให้สังคมทุกระดับอยู่กันอย่างสงบสุข

ผมขอยกตัวอย่างคลาสสิกใน นครนิวยอร์ก เพื่อให้เห็นภาพเสียหน่อย หลายสิบปีก่อน “ย่านบรองซ์” ในนครนิวยอร์ก ถือเป็นย่านที่น่ากลัวที่สุด จะว่าเป็นย่านสลัมในนิวยอร์กก็ได้ มีทั้ง อาชญากรรม ยาเสพติด การฆ่ากันตาย จนกระทั่ง นายกเทศมนตรีนิวยอร์กคนหนึ่ง ผมจำชื่อไม่ได้แล้ว นำภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมาใช้แก้ปัญหา ด้วยการ ประกาศปรับปรุงเขตบรองซ์เป็นย่านธุรกิจ มีการขึ้นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในเขตบรองซ์สูงมาก เพื่อให้คนจนและอาชญากรอยู่ไม่ได้ แล้วก็ไปสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ราคาถูกย่านชานเมือง เพื่อให้ชาวบรองซ์ย้ายออกไปอยู่ที่ใหม่

ไม่กี่ปีก็เห็นผล ชาวบรองซ์ย้ายไปอยู่ที่ใหม่ เขตบรองซ์ได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองใหม่ที่น่าอยู่น่าเที่ยว ไม่มีอาชญากรรม ยาเสพติดอีก

ผมก็หวังว่า กฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่ออกมานี้ จะมีการนำไปใช้ จัดระเบียบเมือง ทั้งใน กรุงเทพฯ และ ต่างจังหวัด ให้มีความน่าอยู่และปลอดภัยยิ่งขึ้น เพื่อให้คุ้มค่าภาษีที่จ่าย เหมือนย่านบรองซ์ในนครนิวยอร์กที่ผมยกตัวอย่าง.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

8 มิ.ย. 2559 11:19 ไทยรัฐ