วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตู่-ป๊อก-ป้อมดาหน้า ต้านศูนย์! ที่นปช.อ้างปราบโกง

ในการลงประชามติ ส่วนณัฐวุฒิยังคาใจ ผิดกฎหมายข้อไหน

“วิษณุ” แจง ก.ม.ไม่ได้ห้าม นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ แต่โดนจับตาเข้มแน่ ยันศาล รธน.วินิจฉัย พ.ร.บ.ประชามติ 61 วรรค 2 ออกมาอย่างไรประชามติก็ไม่เลื่อนจาก 7 ส.ค. มท.1 หงุดหงิด ฉะ นปช.ตั้งศูนย์ไร้ ก.ม.รองรับ เจตนาเอนเอียงชัดแจ้ง อาจหารือยุบทิ้ง สมช.ห่วงกลุ่มอื่นผสมโรงใช้ศูนย์ฯสร้างความปั่นป่วน นายกฯวอนอย่าตีขลุมเหมารวมล้มประชามติ ศาล รธน.พิจารณาแค่มาตราเดียวไม่กระทบทั้งฉบับ ซัด “จตุพร” อย่าล้ำเส้นกดดันให้เร่งตีความ เพ้อเจ้อมโนจะสูญเงินหมื่นล้าน ย้ำไม่ยอมรับศูนย์ปราบโกง มองแค่อากาศธาตุ ลั่นประชามติไม่ล้มแน่ ยกเว้นวุ่นวายถึงขั้นยิงกัน-ปาระเบิด “บิ๊กป้อม” สำทับถ้าสงบประชามติเกิดชัวร์ นปช.ข้องใจถามตั้งศูนย์ฯผิดตรงไหน ย้อนเกล็ด ไม่ตั้งสอบพวกกันเองเพราะน่าอาย “ประวิตร” ยันโยกย้ายตำรวจจบแล้ว รับมีปัญหาเพราะระบบข้อมูลโบราณคร่ำครึ

ยังเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่อง สำหรับการตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาปรามอย่างเกรี้ยวกราดห้ามล้ำเส้น พร้อมขู่จับดำเนินคดีถ้าทำอะไรผิดกฎหมาย หรือเข้าไปปั่นป่วนคูหาการลงประชามตินั้น

“วิษณุ” ชี้ นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงไม่ผิด

เมื่อเวลา 08.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จัดตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ ว่าตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ได้ห้ามและไม่ได้บอกให้ตั้ง แต่การดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย เป็นเรื่องของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เขามีกฎหมายและคำสั่งอื่นอยู่ เขาอาจรู้เจตนา พฤติกรรม หรืออะไรมา เขาจะปรามอะไรก็มีอำนาจในส่วนนั้น ดังนั้นการตั้งศูนย์ดังกล่าว จึงไม่เป็นความผิดตามกฎหมายประชามติ เว้นไปกระทำอะไร ที่ขัดกับข้อห้ามในกฎหมายประชามติ

ยืนยันไม่ต้องเลื่อนประชามติ

เมื่อถามถึงกรณีฝ่ายการเมืองโจมตีว่ารัฐบาลต้องการยื้อเวลาทำประชามติ หลังผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ มาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ประชามติ นายวิษณุตอบว่า เรื่องนี้รัฐบาลไม่ได้ทำอะไรเลย ต้องไปถามคนยื่นว่าเขารู้กับรัฐบาลหรือไม่ ช่วยไปสงสัยคนอื่น รัฐบาลเป็นส่วนปลายทาง ยืนยันไม่ว่าจะมีคำวินิจฉัยออกมาอย่างไรก็ไม่กระทบกับวันออกเสียงประชามติ 7 ส.ค. เพราะกฎหมายประชามติมีหลายหมวด ทั้งหมดยังอยู่ หมวดที่พูดถึงความผิดก็มีหลายมาตรา มาตราใหญ่คือ 61 ซึ่งก็มีหลายวรรค วรรคหนึ่งห้ามกระทำอะไรที่ขัดความสงบเรียบร้อย และวรรคสองเป็นการขยายความ ถ้าเอาวรรคสองออก วรรคหนึ่งยังคงมีอยู่ ถ้าเป็นเช่นนั้นต่อไปวรรคหนึ่งจะแปลได้เยอะเพราะขณะนี้ถูกจำกัดให้แปลตามวรรคสอง อย่าไปตื่นเต้น รัฐบาลไม่ตื่นเต้นเรื่องนี้เพราะไม่กระทบอะไรกับการลงประชามติ และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องไปแก้ไขหรือเลิกอะไร หากศาลว่าผิดก็ไม่มีตรงนั้น ไม่ต้องใช้ตรงนั้น

“มท.1” ฉะศูนย์ นปช.-เอนเอียง

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติของกลุ่ม นปช. ว่า ส่วนตัวมองว่าไม่น่าจะทำได้ การทำประชามติมี พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ดูแลอยู่แล้ว อีกทั้งกลุ่ม นปช.ก็ประกาศชัดเจนแล้วว่าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้เห็นว่ามีความเอนเอียง หากจะเปิดศูนย์ฯ และทำให้เกิดความเป็นกลางจริงจะต้องไม่มีส่วนได้เสียหรือส่วนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น เห็นว่าไม่ควรทำและไม่น่าจะทำได้เลย เพราะส่วนหนึ่งไม่มีกฎหมายรองรับและไม่มีความยุติธรรม ส่วนจะมีการยุบศูนย์ฯหรือไม่ให้ไปถาม คสช.

สมช.ห่วงกลุ่มอื่นผสมโรงป่วน

พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า จะติดตามดูกิจกรรมต่างๆของศูนย์ปราบโกงประชามติอย่างใกล้ชิด ถ้าละเมิด พ.ร.บ.ประชามติจะต้องดำเนินการ โดยดูเจตนาเป็นหลัก ถ้าพบการกระทำผิดกฎหมายที่ชัดเจนเจ้าหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุวุ่นวาย ไม่เช่นนั้นถือว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่นายกฯระบุพบมีการวางแผนเลวร้ายนั้น ทาง คสช.คงมีข้อมูลกลุ่มคนเตรียมก่อเหตุความวุ่นวาย นายกฯจึงเตือนว่าอย่าทำ อย่าคิดว่าไม่รู้ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม สั่งทุกฝ่ายความมั่นคงติดตามข้อมูลทุกด้านแล้ว สำคัญสิ่งที่เรากลัวคือจะมีกลุ่มผสมโรงกับศูนย์ปราบโกงของ นปช.จ้องป่วน

“บิ๊กตู่” วอนอย่าตีรวนล้มประชามติ

เมื่อเวลา 15.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความมาตรา 61 วรรค 2 ของ พ.ร.บ.ประชามติ ถ้าผลตีความขัดรัฐธรรมนูญจะดำเนินการอย่างไรว่า เรื่องนี้ไม่มีคำถามว่าถ้า อย่างนั้นอย่างนี้ล่วงหน้า ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญตัดสินอย่างเดียว เพราะเรื่องนี้ยังอยู่ระหว่างการฟ้องร้อง โดยศาลรัฐธรรมนูญจะเป็นผู้พิจารณาจะผิดหรือถูกหรือจะผิดเฉพาะมาตรานี้ ไม่ใช่ว่าผิดทั้งหมด ฉะนั้นอย่าไปตีรวนว่าผิดตรงนี้แล้วต้องผิดทั้งฉบับ มันก็ถึงล้มไง แล้วมาบอกว่าตนจะล้ม หรือตนแกล้งเขียนให้มันผิด คิดแบบนี้ประเทศก็ไปไม่ได้

ซัด “จตุพร” ไม่มีสิทธิ์เร่งศาลตีความ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มองเจตนาของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ที่ออกมาเบรกทั้งกิจกรรมการทำประชามติและเร่งให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาโดยเร็วอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “จะเจตนาอย่างไรก็เรื่องของเขา ไม่สนใจ การพิจารณาของศาลเร่งได้หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นก็ไปเร่งคดีที่มีอยู่สิ ผมยังไม่เร่งเลย นายจตุพรมีสิทธิอะไรมาเร่ง อยู่ในกลไกอะไรตรงไหน มันก็ดีแต่เคลื่อนไปมา แล้วคุณก็ไปขยายความให้เขาไปเรื่อยๆ ก็เอาสิ”

จวกพูดเรื่อยเปื่อยจะสูญหมื่นล้าน

เมื่อถามว่า นายจตุพรออกมาพูดว่าการทำประชามติครั้งนี้ต้องใช้งบประมาณถึง 1 หมื่นล้านบาท พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า จะเท่าไหร่ก็เท่านั้น นายจตุพรจะพูดอะไรตนไม่ฟัง ขี้เกียจฟัง รัฐบาลเพียงอนุมัติหลักการงบประมาณไปสามพันล้านก็แค่นั้น จะเพิ่มเติมตรงไหนต้องทำเรื่องมา แต่ยังไม่ได้อนุมัติอะไรเพิ่มเติมไป สิ่งที่เขาพูดเกรงจะเกิดความเสียหายนั้นเป็นการพูดไปเรื่อยสื่อก็ไปขยายให้อยู่นั่น ไม่ใช่อยู่ดีๆใช้งบส่งเดชหมื่นล้าน ใครจะทำ และประชามติไม่ทำได้หรือไม่ สรุปทำอะไรไม่ได้สักอย่าง ดักหน้าดักหลังรัฐบาล สิ่งที่ตนตอบในวันนี้สื่อจะไปสร้างการรับรู้ให้ประชาชนอย่างไร บอกว่าอนุมัติไป 3 พันล้าน แล้วยังไม่มีอนุมัติอย่างอื่นเพิ่มเติม สื่อจะช่วยเถียงแทนตนหรือไม่ ถ้าเขาบอกว่าหมื่นล้านก็ให้เอาหลักฐานมา ต้องมีเหตุมีผลกันบ้าง

เย้ยไม่ยอมรับศูนย์อากาศธาตุ

ผู้สื่อข่าวถามถึงการตั้งศูนย์ปราบโกงของกลุ่ม นปช. พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ตั้งไปสิ ผมได้พูดไปแล้ว ส่วนกรณี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ไม่เห็นด้วยกับการตั้งศูนย์ดังกล่าวนั้น ก็คือไม่เห็นด้วย แต่บอกไม่เห็นด้วยแล้วตั้งไหม ในเมื่ออยากตั้งก็ตั้งไป ซึ่งผมก็ไม่เห็นด้วย และตอนนี้ยังไม่มีมาตรการใดเพราะผมไม่รับ และมองว่าเป็นอากาศธาตุ ไม่สนใจ อย่าให้ความสนใจมากมายนัก”

ประชามติล่มต้องมียิงกัน-ระเบิด

เมื่อถามว่า มองสถานการณ์แล้วคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะสามารถทำประชามติได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้าหากเกิดเหตุตีกัน ก็เป็นเรื่องของประชาชนตีกัน ฝ่ายความมั่นคงก็ดูแล จบแค่นั้น เมื่อถามย้ำว่า ถ้าเกิดการตีกันวุ่นวายหมายความว่าการทำประชามติต้องยุติลงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ถ้าตีกันจนทำไม่ได้ ก็คือทำไม่ได้ แต่ถ้าตีกันแล้วทำประชามติต่อได้ก็คือทำได้ แต่ถึงขั้นเอาระเบิดเอาปืนมายิงกัน ก็ทำประชามติไม่ได้ เหมือนที่ผ่านมาจะให้ตนไปหยุด ทุกคนที่ตีกันทั้งหมดก็ไม่ใช่ ในเมื่ออยากตีกันเอง อย่างไรก็ตามต้องหยุดให้ได้ อย่าใช้อาวุธสงครามมายิงใส่กันตนไม่รับ

“บิ๊กป้อม” ลั่นถ้าสงบประชามติมีแน่

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์กรณีฝ่ายการเมืองแสดงความกังวลว่าจะไม่มีการลงประชามติในวันที่ 7 ส.ค. ว่าคนวิจารณ์ก็วิจารณ์ได้ทั้งนั้น แต่ยืนยัน คสช.เดินตามโรดแม็ป ไม่เคยประกาศว่าจะไม่มีการลงประชามติ เมื่อถามว่า จะมีปัจจัยอะไรทำให้ต้องเลื่อนประชามติหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่รู้สถานการณ์ข้างหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่ถ้ายังเป็นไปด้วยความสงบเช่นนี้ประชามติก็เกิด ส่วนกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมายประชามตินั้น ศาลวินิจฉัยอย่างไรก็ว่าตามนั้น ไม่มีการเตรียมการล่วงหน้า ฝ่ายบริหารหรือ คสช.ไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายได้ เมื่อถามถึงกรณีนายกฯพูดในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ว่าหากประชาชนรู้ข้อมูลการเคลื่อนไหวอะไรบางอย่างแล้วจะหนาว พล.อ.ประวิตรตอบว่า แน่นอนเพราะตอนนี้ยังไม่จบ สถานการณ์ต่อไปจะแรงหรือไม่แรง ไม่สามารถตอบได้ ไม่มีใครรู้อนาคต แต่ถ้าเกิดความปรองดอง เหมือนที่ฝ่ายการเมืองร่วมปลูกต้นไม้กันก่อนหน้านี้ ตนก็ดีใจ อยากให้ไปร่วมมือกันเช่นนั้นเมื่อมีการเลือกตั้ง หาคนดีมาบริหารประเทศต่อไป นายกฯวางพื้นฐานการบริหารประเทศไว้แล้ว ท่านไม่ใช่ผู้วิเศษแต่มีความตั้งใจที่จะทำให้คนไทยและประเทศไทย

“จรัญ” โนคอมเมนต์แนวทางวินิจฉัย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธออกความเห็นแนวทางการพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่ส่งให้วินิจฉัย พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 61 วรรคสอง ขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 หรือไม่ว่า ขอไม่ออกความเห็น เนื่องจากจะกลายเป็นการให้คำตอบไว้ล่วงหน้า ขัดหลักการของผู้พิพากษา แต่ทุกเรื่องสำคัญหมด ศาลพยายามทำโดยเร็วที่สุดอยู่แล้ว และความล่าช้ามันคือความไม่ยุติธรรม

สนช.เมินชิงแก้ ก.ม.ประชามติล่วงหน้า

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกวิป สนช. กล่าวถึงกระบวนการชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 61 วรรคสอง ขัดกับรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. มอบหมายให้ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตประธาน กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ออกเสียงประชามติ และทีมงานนักกฎหมายจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ไปร่วมชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญในกรณีดังกล่าว หลังจากนี้ต้องรอดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาเมื่อใด แต่เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อกำหนดการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญในวันที่ 7 ส.ค.นี้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ตัดมาตรา 61 วรรคสองออก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น รัฐบาล กกต. คงเสนอเรื่องกลับมายัง สนช.เพื่อแก้ไขกฎหมาย ซึ่งสนช.จะพิจารณาแก้ไขให้เสร็จได้ภายในการประชุมครั้งเดียว ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายเสนอให้ สนช.ชิงแก้ไข พ.ร.บ.ประชามติ โดยตัดมาตรา 61 วรรคสอง ออกก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัยออกมานั้น คิดว่าถ้าชิงแก้ไขก็เป็นการยอมรับว่ากฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของ สนช.มีปัญหา อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอคำวินิจฉัย สนช.ยังเดินหน้ากระบวนประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงต่อไป จะไม่ยุติการทำหน้าที่ตามที่ฝ่ายการเมืองเรียกร้อง

หยันศูนย์ปราบโกง นปช.แค่โรงลิเก

นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีต ส.ว.สรรหา กล่าวถึงศูนย์ปราบโกงประชามติของ นปช.ว่า ศูนย์นี้เป็นลิเกหลงโรง ที่คนหันมาดูแวบหนึ่งแล้วเดินหนีไป จะไม่มีความหมายใดๆเลยในทางการเมือง เนื่องจากการลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญไม่มีใครหรือกลุ่มใดได้ผลประโยชน์เฉพาะตัวหรือเฉพาะกลุ่ม จึงไม่มีใครไปเคลื่อนไหวเพื่อจะโกง ดังนั้น จึงเป็นการจั่วลมของ นปช.เอง และหัวขบวนปราบโกงประชามติมีต้นทุนติดลบทางความเชื่อถือในสังคมไทย ไม่มีใครเชื่อน้ำยา เมื่อนึกถึงคดีจำนำข้าว นึกถึงการออกกฎหมายนิรโทษกรรมแบบเหมาเข่ง หลายคนถูกศาลพิพากษาจำคุก หลายคนศาลให้รอลงอาญา บางคนเป็นจำเลยยังอยู่ในกระบวนการศาล คดีที่ศาลพิพากษาแล้วล้วนไม่เป็นใจให้คนแบบนี้มาทำหน้าที่ปราบโกง แต่ละคนล้วนเกี่ยวเนื่องอยู่ในเผ่าพงศ์เดียวกัน จึงมีแต่คนอับปัญญาเท่านั้นที่จะยอมรับคนชุดนี้ เราอาจมองพวกเขาได้เป็น 2 นัย นัยหนึ่งเป็นการเอาน้ำโคลนมาล้างตัว ล้างอย่างไรโคลนก็ยังเขรอะไปทั่วร่าง อีกนัยหนึ่งเป็นการถ่มน้ำลายรดฟ้า เพราะน้ำลายจะรดใส่หน้าตัวเอง

ประธาน กกต.ไม่โต้ดราม่าเนื้อเพลง

นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. กล่าวถึงกรณีมีนักวิชาการออกมาตั้งข้อสังเกตว่าบทเพลง “7 สิงหา ประชามติร่วมใจ ประชาธิปไตยมั่นคง” มีเนื้อหาเหยียดภูมิภาค โดยเฉพาะท่อนของภาคเหนือและภาคอีสานว่า เป็นเรื่องมุมมองของแต่ละคนที่จะมีความเห็น กกต.คงไม่ไปตอบโต้อะไรทั้งสิ้น ทราบว่าทางศิลปินก็ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้วด้วย ขณะนี้กระบวนการทำประชามติทุกขั้นตอนมีความพร้อมมาก กกต.จะเน้นไปที่แผนการประชาสัมพันธ์การทำประชามติให้มากยิ่งขึ้น

นปช.ถามศูนย์ปราบโกงผิด ก.ม.ไหน

ด้านนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. กล่าวว่ากรณีที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่รับศูนย์ปราบโกงของ นปช.ให้อยู่ตามกฎหมายนั้น ตั้งศูนย์แบบนี้ผิดกฎหมายข้อไหน กกต.พูดย้ำหลายหนว่าหากพบการกระทำผิด พ.ร.บ.ประชามติ ให้แจ้งความดำเนินคดีได้ จะถือว่า นปช.ไม่มีสิทธิตามกฎหมายได้อย่างไร การตั้งศูนย์ปราบโกงเป็นการใช้สิทธิฐานะประชาชน และโดยหลักการเรามีสิทธิประกาศด้วยว่าไม่ยอมรับรัฐบาลรัฐประหารให้มีอยู่ตามกฎหมาย นายกฯต้องเข้าใจประเด็น ไม่เช่นนั้นยิ่งใกล้วันลงคะแนนจะยิ่งเข้ารกเข้าพงไปใหญ่ ส่วนกรณีจะเข้าไปอยู่ในหน่วยลงคะแนนนั้น หมายถึงเข้าไปในฐานะผู้สังเกตการณ์เหมือนการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อความโปร่งใส ซึ่งเป็นอำนาจของ กกต. นายกฯไม่ควรแหลมมาใช้อำนาจ ถ้า กกต.ไม่ให้ประชาชนสังเกตการณ์ รัฐบาลก็ไม่ควรให้คนในเครื่องแบบอะไรก็ตาม ที่ไม่ใช่กรรมการประจำหน่วยไปอยู่แถวนั้นเช่นกัน เราต้องการเสรีภาพและการมีส่วนร่วม โดยไม่มีการเผชิญหน้าหรือยกระดับการต่อสู้ เราต้องการสู้ในสนามประชามติโดยมีสังคมโลกเป็นสักขีพยาน

เรื่องน่าละอายตั้งพวกสอบกันเอง

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ออกมาระบุถึง นปช.ว่าทำไมไม่ตั้งศูนย์ปราบโกงจำนำข้าวบ้างว่า ในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ขณะนั้น มีกลไกตรวจสอบเข้มข้น ทั้งฝ่ายค้าน ป.ป.ช. ต่างจาก คสช.และแม่น้ำ 4 สาย ที่วันนี้ทำอะไรก็ไม่ผิด เพราะเขียนมาตรา 279 ไว้นิรโทษกรรมกันเองล่วงหน้า ที่สำคัญคดีจำนำข้าวศาลก็สั่งทุกฝ่ายห้ามพูดถึง หากมีใครพูดเท่ากับเป็นการชี้นำศาลหรือไม่ ทั้งนี้ เรามีความละอายที่จะตั้งพวกเดียวกันมาสอบ คล้ายกับกรณีที่ทหารตั้งทหารขึ้นมาสอบพวกเดียวกันในกรณีทุจริตโครงการก่อสร้างอุทยานราชภักดิ์ ที่ผลสอบออกมาก็ไม่มีใครผิด หรือกรณีโครงการขุดลอกคลองของ อผศ.ที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้

เล็งฟ้องหมิ่นประมาทใส่ร้าย พท.

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ไม่เห็นด้วยที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ ทั้งที่อยู่กับพรรคที่โคตรโกง โกงทั้งโคตร ว่า ไม่อยากใส่ใจหรือให้ราคาคนประเภทนี้ เพราะเคยตั้งคำถามไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่าการพูดที่ไม่เกิดประโยชน์และเน้นสร้างความแตกแยกนั้นเห็นชอบด้วยหรือไม่ ซึ่งแนวทางการทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ หรือนายวัชระจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการตั้งศูนย์ปราบโกง จะชื่นชอบการทำตัวเป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐบาลทหารก็ทำไป แต่การระบุว่าคนตั้งศูนย์ปราบโกงอยู่กับพรรคที่โคตรโกง โกงทั้งโคตรนั้น พรรคเพื่อไทยกำลังให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบอยู่ว่าเข้าข่ายใส่ร้ายให้เสียหาย หมิ่นประมาทหรือไม่ หากเข้าข่ายจะดำเนินการทางกฎหมาย แม้จะอ้างว่าไม่ได้ระบุชื่อพรรค แต่ต้องถามนายวัชระว่ามีเจตนาหมายถึงพรรคใด

สงครามน้ำลายสาดกันเปียกโชก

นายอนุสรณ์กล่าวว่า ถ้าจะพูดถึงพฤติกรรมโคตรโกง โกงทั้งโคตร นายวัชระรู้หรือไม่ว่าสามารถยกตัวอย่างที่ชัดเจนกว่า เช่น รู้หรือไม่ว่าพรรคการเมืองใดที่ไม่ชนะการเลือกตั้ง แต่อยากเป็นรัฐบาลจนต้องเข้าไปตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร สั่งกระชับพื้นที่จนมีคนเสียชีวิตกลางกรุงด้วยอาวุธสงคราม 99 ศพ นำที่ดิน สปก.ที่ควรแจกเกษตรกรผู้ยากไร้ไปแจกเศรษฐี สร้างโรงพัก 396 แห่งไม่เสร็จ นำเรื่องปราสาทพระวิหารมาเป็นประเด็นทำลายล้างทางการเมือง จนเกิดการปะทะตามแนวชายแดนทำให้กัมพูชานำเรื่องไปร้องให้ศาลโลกตีความใหม่ หรือน้องชายนักการเมืองใหญ่คนใด ที่โกงธนาคาร แล้วหนีคดีจนหมดอายุความ ทำไมนายวัชระไม่ตั้งคำถาม หรือยกตัวอย่างถึงพรรค การเมืองที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมเหล่านี้บ้าง

ถล่มซ้ำยึดอำนาจทำ ศก.ถอยกรูด

น.ส.อนุตตมา อมรวิวัฒน์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยเห็นว่า การที่รัฐบาลพยายามจะบอกว่าความสามารถแข่งขันของไทยดีขึ้น 2 อันดับ มาอยู่ที่อันดับ 28 แสดงถึงความสำเร็จของรัฐบาลนั้น อาจจะไม่ใช่ เพราะปี 2556 ไทยอยู่ในอันดับที่ 27 สูงกว่าปัจจุบัน โดยหากไม่ปฏิวัติ ปีนี้ไทยอาจจะอยู่อันดับที่ 20 ก็ได้ ไม่ต้องรอถึงปี 2563 เหมือนที่รัฐบาลบอก อีกทั้งอาจเป็นเพราะต่างประเทศคาดหวังว่าไทยจะกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยในปีหน้าจึงทำให้อันดับดีขึ้น แต่หากไปดูการวิเคราะห์ของ World Economic Forum (WEF) ที่มีชื่อเสียงมากกว่าการจัดอันดับ ระบุชัดเจนว่าปัญหาของไทยอันดับหนึ่งคือ ความไม่มั่นคงของรัฐบาลและการปฏิวัติ ทำให้ความสามารถแข่งขันไทยถอยลง รัฐบาลต้องพิสูจน์ฝีมือว่าฟื้นเศรษฐกิจได้จริง ไม่ต้องมาดิสเครดิตคนของพรรคเพื่อไทย

“วัฒนา” ขึ้นศาลทหารนัดสอบเพิ่ม

วันเดียวกัน เวลา 09.00 น. ที่ศาลทหารกรุงเทพ นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ พร้อมทนายความเดินทางมาศาลทหารกรุงเทพ เพื่อรายงานตัวต่อศาลทหารในการฝากขังผัดที่ 4 ในข้อหาฝ่าฝืนประกาศ คสช. ฉบับที่ 39/2557 โดยอัยการศาลทหารได้นัดนายวัฒนามาสอบปากคำเพิ่มเติมในสำนวนคดีในวันที่ 8 ส.ค.59 จากนั้นนายวัฒนากล่าวว่า วันนี้ศาลได้นัดตามปกติ ตามปกติแล้วทางอัยการต้องส่งฟ้องศาลทหารในวันนี้ แต่ว่ายังมีเวลาอีก 48 วัน อัยการแจ้งมาว่าพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอ จึงส่งสำนวนให้พนักงานสอบสวนไปสอบเพิ่มเติม อัยการจึงนัดตนอีกครั้งในวันที่ 8 ส.ค.59

ลั่นไม่ยอมไปปรับทัศนคติอีกแล้ว

นายวัฒนายังกล่าวถึงการแสดงความคิดเห็นบ่อยครั้งอาจจะถูกดำเนินการทางกฎหมาย ว่าคำชี้แจงของ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.ที่ว่าต่อไปหากมีอะไรจะต้องดำเนินการตามกฎหมายนั้น คิดว่าเป็นเรื่องดีที่ คสช.รู้จักความเป็นอารยะแม้จะคิดช้าไปก็ตาม โดยเฉพาะคดีของศาลทหารนั้นขัดกับกติกาสากลและกฎหมายระหว่างประเทศ ศาลปกติและศาลพลเรือนก็มีอยู่ ทำไมไม่เอาคดีไปอยู่ในอำนาจของศาลพลเรือน เมื่อถามถึงการเปลี่ยนสถานที่ปรับทัศนคติจากค่ายทหารเป็นศาลากลางจังหวัดและสถานีตำรวจ นายวัฒนาตอบว่า ถ้าเชิญมาตนก็ไม่ไป ไม่รับเชิญ คสช.ไม่มีอำนาจเชิญใครไปปรับทัศนคติ ใครพูดก็ควรศึกษากฎหมายกฎกติกา คสช.เขียนมาก็ไม่ได้ให้อำนาจ โดยเฉพาะคำสั่งที่ให้อำนาจเจ้าพนักงาน ร้อยตรี เรืออากาศตรี และเรือตรี มีอำนาจเพียงแค่สอบถามข้อมูลหากไปเกี่ยวข้องกับความผิดที่บัญญัติไว้ ไม่มีข้อไหนเลยที่ให้อำนาจเรียกไปปรับทัศนคติ

“บิ๊กป้อม” ยันโยกย้าย ตร.เสร็จแล้ว

ส่วนเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจที่มีปัญหาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากนั้น ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวว่า การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจประจำปี 2558 เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว ความผิดพลาดของการโยกย้ายทั้ง 500 ตำแหน่ง ได้แก้ไขหมดแล้ว จากนี้ไปจะเป็นการเดินหน้าปฏิรูปตำรวจให้เห็นเป็น รูปธรรมภายใน 1 ปี 6 เดือน การใช้คำสั่งมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราวทำให้สามารถแต่งตั้งโยกย้ายข้ามหน่วยงานได้ เป็นการเปิดโอกาสให้มีตำแหน่งเพิ่มมากขึ้น ป้องกันการวิ่งเต้น ส่วนการย้ายตำรวจโรงพักดีเด่นนครสวรรค์โมเดล เป็นการปรับย้ายเพื่อ การปฏิรูปมากกว่าถูกมองว่าเป็นการย้ายอย่างไม่เป็นธรรม ส่วนที่มีตำรวจบางราย ซึ่งมีคดีความผิดกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่ได้รับการแต่งตั้งนั้น เป็นเพราะยังไม่ถูกปลดออกจากราชการ ตำแหน่งยังอยู่ที่เดิม แต่เปลี่ยนจากฝ่ายกองกำลังมาเป็นฝ่ายอำนวยการ ยืนยันเรื่องนี้เรียบร้อยไม่มีปัญหาอะไร อาจมีคนไม่พอใจบ้างการแต่งตั้งจึงเกิดปัญหา แต่เชื่อว่าไม่มีการออกมาเคลื่อนไหวแน่นอน

มีปัญหาเพราะระบบข้อมูลคร่ำครึ

“เรื่องการแต่งตั้งมีปัญหาเพราะระบบข้อมูลไม่เคยทำมา 30 ปีแล้ว ฐานข้อมูลจึงมีหลายแห่ง ปัญหาอยู่ที่ระบบ เรื่องนี้เป็นอำนาจของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. คสช.ไม่ได้เข้าไปก้าวก่าย หาก ผบ.ตร.ไม่สามารถจัดการได้ต้องรายงานมาที่ผม เพื่อรายงานให้นายกฯ ปัญหาคือคนมันเยอะ มีคนไม่ถูกใจ จะถูกใจทุกคนไม่ได้ เราทำดีเต็มที่แล้วการโยกย้ายทั้งหมด ผบ.ตร.ต้องรับผิดชอบ ใครจะรู้ดีกว่า ผบ.ตร.” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ปชป.จวกเมินสางปมแต่งตั้ง–ปฏิรูป ตร.

นายถวิล ไพรสณฑ์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการทำบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจว่า ไม่มียุคใดที่วงการตำรวจถูกวิจารณ์จากสังคมหนักเท่ายุคนี้ ทั้งที่ประชาชนฝากความหวังไว้กับ คสช.ว่าต้องปฏิรูปตำรวจเป็นเรื่องแรกๆ แต่ที่ผ่านมานายกฯกลับประกาศกลางที่ประชุม สนช.ว่า การปฏิรูปตำรวจจะให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้นำ ทำให้คนส่วนใหญ่ผิดหวัง และปวดใจกว่าเดิมที่มีคำสั่ง คสช.ให้ยกเลิกตำแหน่งพนักงานสอบสวน ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 และออกคำสั่งมาตรา 40 ให้อำนาจ ผบ.ตร.เพียงผู้เดียว แต่งตั้งนายตำรวจระดับสารวัตร (พ.ต.ต.) ถึงรองผู้บังคับการ (พ.ต.อ.) ทั้งประเทศ ที่มีเกือบ 8,000 ตำแหน่ง ที่สำคัญการแต่งตั้งครั้งนี้ไม่ต้องใช้กฎเกณฑ์ ก.ตร.ที่เคยกำหนดไว้เพื่อความเป็นธรรม ข่าวซื้อตำแหน่งแพร่ตามหน้าสื่อ ระบบอุปถัมภ์ก็มีเช่นเดิม ตำรวจไม่สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมได้ เพราะมีมาตรา 44 คุ้มครอง

สปท.ตั้งวงนินทา “อลงกรณ์”

อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา ร.อ.ทินพันธุ์ นาคะตะ ประธาน สปท. เป็นประธาน ในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ครั้งที่ 2 ระหว่าง สปท. กับ 52 องค์กรเครือข่าย โดยนายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธาน สปท. คนที่ 1 ในฐานะประธานกรรมการบริหารเครือข่ายร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กล่าวว่า การลงนามครั้งนี้ เพื่อแสดงว่าทั้งสองฝ่ายพร้อมผลักดันการขับเคลื่อนงานปฏิรูปให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเจตนารมณ์ทั้ง 11 ด้าน จึงได้ลงนามไว้เป็นหลักฐาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิก สปท.ได้วิพากษ์วิจารณ์ถึงการลงนามครั้งนี้ว่า เป็นเรื่องที่นายอลงกรณ์ทำตามลำพัง แทบไม่มี สปท.มาร่วมเป็นกรรมการ ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งบางคนไม่ได้รับการทาบทามมาก่อน และอยากจะลาออกแต่เกรงใจนายอลงกรณ์ นอกจากนี้ ยังวิจารณ์ว่าตลอด 3 เดือน นับแต่มีการ ตั้งคณะกรรมการบริหารเครือข่ายฯ จนถึงวันนี้ยังไม่มี การดำเนินการใดๆ ที่จะทำให้ประชาชนเข้าร่วมการปฏิรูป โดยเฉพาะการสร้างผู้นำการปฏิรูปขึ้นทุกภาค ทั่วประเทศ จึงมองว่าการทำข้อตกลง หรือเอ็มโอยู จึงเป็นเพียงการสร้างภาพแบบผักชีโรยหน้าเท่านั้น

สนช.นัดสอย “ประชา” นัดแรก 30 มิ.ย.

ที่รัฐสภา นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (วิป สนช.) แถลงภายหลังการประชุมวิป สนช.ว่า สนช.เตรียมประชุมพิจารณาถอดถอนนายประชา ประสพดี อดีต รมช.มหาดไทย กรณีเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของบอร์ดองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) ที่กำลังพิจารณาเรื่องการทุจริตของนายธีธัช สุขสะอาด อดีต ผอ.อ.ต.ก. ระหว่างดำรงตำแหน่ง รมช.มหาดไทย เมื่อปี 2555 ทั้งนี้ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งเรื่องให้ สนช.ดำเนินการถอดถอนเมื่อ วันที่ 2 มิ.ย.59 ซึ่งวิป สนช.ได้พิจารณาและกำหนด วันไต่สวนนัดแรกวันที 30 มิ.ย.นี้

ไฟเขียว “เสรี” ผงาดนั่งผู้ว่าการ กปภ.

เมื่อเวลา 16.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม. อนุมัติแต่งตั้งตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ นายเสรี ศุภราทิตย์ เป็นผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) โดยให้ได้รับค่าตอบแทนคงที่ในปีแรกอัตราเดือนละ 270,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. เป็นต้นไป และเห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอให้ นายวีระวุฒิ ศรีเปารยะ เป็นที่ปรึกษาด้านการบริหารเหรียญ กษาปณ์และทรัพย์สินมีค่า กรมธนารักษ์ นายจำเริญ โพธิยอด เป็นที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี กรมศุลกากร นายเอกวัฒน์ มานะแก้ว เป็นที่ปรึกษาด้านพัฒนาการประเมินราคาอสังหาริมทรัพย์ กรมธนารักษ์ และได้อนุมัติตามที่สำนักนายกรัฐมนตรีเสนอรับโอนและแต่งตั้งนายรังสรรค์ มณีเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานปลัดสำนักนายกฯ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นต้นไป

นายกฯไปราชบุรีร่วมประชารัฐใจภักดิ์

ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิงทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันที่ 8 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะเดินทางไปยังคลองบางสองร้อย ต.ธรรมเสน อ.โพธาราม จ.ราชบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน “70 ปีครองราชย์ ประชารัฐรวมใจภักดิ์ รักษ์น้ำตามรอยพ่อ” ซึ่งเป็นโครงการที่กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพบกจัดขึ้น เพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี พร้อมร่วมพิธีเริ่มปฏิบัติงานขุดลอกคลองบางสองร้อยของหน่วยทหารช่าง และร่วมกับประชาชนปลูกต้นราชพฤกษ์และหญ้าแฝก พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ อาทิ การบรรเทาปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ จ.ราชบุรีด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ “ธรรมเสน โมเดล”

“ซูจี” เตรียมเยือนไทยพบ “บิ๊กตู่”

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เปิดเผยถึงการเดินทางเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ของนางอองซาน ซูจี รมว.ต่างประเทศเมียนมา ว่า นางซูจีจะเดินทางเยือนระหว่างวันที่ 23-25 มิ.ย. โดยจะเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. และหารือ กับตนในฐานะ รมว.ต่างประเทศ และไปพบปะชุมชนชาวเมียนมา

พบ 100% เว็บหมิ่นโพสต์จาก ตปท.

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการติดตามการป้องกันและปราบปรามผู้กระทำความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. พบว่าเว็บไซต์ที่มีการเผยแพร่ภาพและข้อความอันก่อให้เกิดความเสียหายแก่สถาบันสำคัญของชาติ ที่ยังปรากฏให้เห็น 100 เปอร์เซ็นต์ โพสต์มาจากต่างประเทศทั้งสิ้น โดยกลุ่มบุคคลที่ไม่รักประเทศไทย ไม่มีความรู้สึกนึกคิด ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประสานทำความเข้าใจถึงความจริงที่เกิดขึ้นทั้งทางตรงและทางอ้อม ไปยังทุกหน่วยงานในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับโซเชียลเน็ตเวิร์ก เมื่อลบออก จะมีกลุ่มบุคคลเหมือนได้รับ ว่าจ้างนำขึ้นโพสต์ซ้ำ โดยเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนรูปภาพและเปลี่ยนรหัสทันที

เผยอียูเดดไลน์แก้ปัญหาประมง ก.ค.

วันเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานอ้างแหล่งข่าวสหภาพยุโรป หรืออียู จากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ได้ส่งจดหมายถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ระบุถึงท่าทีของอียูให้โอกาสรัฐบาลไทยเร่งยกระดับจัดการปัญหาด้านประมงและแรงงานประมงของประเทศไทยให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างเวทีการเจรจากับอียูที่กรุงเทพฯในช่วงเดือน ก.ค.นี้ หลังกระบวนการเจรจากับอียูนานหลายเดือนก่อนหน้านี้ยังไม่เป็นที่น่าพอใจของสหภาพยุโรป โดยรัฐบาลไทยเพียงชี้แจงถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีทิศทางการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม หากการเจรจากันในช่วงเดือน ก.ค.นี้ยังไม่มีความคืบหน้า สหภาพยุโรปอาจต้องดำเนินมาตรการคว่ำบาตรสินค้าประมงไทยภายในช่วงสิ้นปีนี้

“วิษณุ” แจง ก.ม.ไม่ได้ห้าม นปช.ตั้งศูนย์ ปราบโกงประชามติ แต่โดนจับตาเข้มแน่ ยันศาล รธน.วินิจฉัย พ.ร.บ.ประชามติ 61 วรรค 2 ออกมาอย่างไรประชามติก็ไม่เลื่อนจาก 7 ส.ค. มท.1 หงุดหงิด ฉะ นปช.ตั้งศูนย์ไร้ ก.ม.รองรับ เจตนาเอนเอียงชัด 8 มิ.ย. 2559 08:13 8 มิ.ย. 2559 08:13 ไทยรัฐ