วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พุทธะฯฟ้อง 8ธรรมกาย เรื่องเปลี่ยน หัวหน้าพงส. ยังไร้ข้อสรุป

อธิบดีดีเอสไอไม่ตอบรับ ยอมเปลี่ยนหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีธัมมชโย ตามที่วัดพระธรรมกายเรียกร้องยันต้องดูเหตุผลที่ขอเปลี่ยน ด้านวัดพระธรรมกายโวยนักข่าวเขียนชื่อ “ธัมมชโย” เฉยๆ ขอให้มีคำว่า “พระ” หรือ “หลวงพ่อ” นำหน้า เพราะเป็นพระผู้ใหญ่ คดีที่โดนกล่าวหาก็ยังไม่มีการตัดสิน ส่วนเรื่องคณะแพทย์ของแพทยสภาที่จะเข้าไปตรวจอาการอาพาธ พระธัมมชโยรอประสานข้อมูลกับแพทย์ส่วนตัวอยู่ ขณะที่ “ไพบูลย์-พุทธะอิสระ” โร่ฟ้องศาลอาญาดำเนินคดีเครือข่ายศิษย์ธรรมกาย 8 คนข้อหาแจ้งความเท็จ

กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มารับทราบข้อกล่าวหาสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร หลังรับเงินบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหาคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯกว่า 2,000 ล้านบาท แต่มีการต่อรองยืดเยื้อกัน หลายครั้ง จนคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอและอัยการตัดสินใจเดินทางไปขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับพระธัมมชโย แต่ยังไม่เดินทางไปจับกุม เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุรุนแรงตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 7 มิ.ย. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยว่า กรณีวัดพระธรรมกายยื่นเงื่อนไขให้เปลี่ยนตัวหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีนี้ในการประชุมเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น ยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากต้องนำเงื่อนไขดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาก่อน นอกจากนี้ ยังไม่เห็นคำร้องของวัดพระธรรมกายว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมประเด็นไหนบ้าง ต้องนำมาพิจารณาว่า มีเหตุสมควรต้องเปลี่ยน หัวหน้าพนักงานสอบสวนหรือไม่ ขอยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอทำงานอย่างตรงไปตรงมา ที่ผ่านมาได้ประสานกับทางฝ่ายสงฆ์ และประสานไปยังเจ้าคณะ ปกครองลำดับชั้นต่างๆควบคู่กันมาโดยตลอด

“ส่วนกรณีการมอบตัวของพระธัมมชโยขึ้นอยู่ที่การตัดสินใจของท่านเอง ดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมายทุกขั้นตอน และยังใช้วิธีที่อ่อนน้อมละมุนละม่อมมาโดยตลอด หากเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายตามขั้นตอน ในอนาคตอาจมีผู้ที่ร้องว่าดีเอสไอไม่ปฏิบัติหน้าที่อย่างครบถ้วนก็เป็นได้” พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว

ที่สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย พระมหานพพร ปุญฺญชโย ผู้ช่วย ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย แถลงว่า กรณีที่วัดพระธรรมกายไม่เข้าร่วมประชุม 3 ฝ่ายที่วัดเขียนเขต เนื่องจากการประชุมดังกล่าวเป็นคณะกรรมการที่ดีเอสไอ ตั้งขึ้น วัดพระธรรมกายไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าร่วมในคณะกรรมการดังกล่าว แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเพราะในการประชุมทุกครั้งจะแจ้งข้อตกลงในการประชุมมายังวัดพระธรรมกายตลอด ประสานข้อมูลกันตลอดเวลา อยากขอร้องว่า ในการเขียนข่าวขอให้ให้เกียรติหลวงพ่อธัมมชโย ขอให้ใช้คำว่าพระหรือหลวงพ่อนำหน้าชื่อด้วย เนื่องจากเป็นพระผู้ใหญ่ อีกทั้งยังไม่มีการตัดสินคดีความใดๆ

“ส่วนอาการอาพาธของหลวงพ่อธัมมชโย ขณะนี้ยังคงพักรักษาอาการอาพาธอยู่ในวัด มีพระสังฆาธิการจากพื้นที่ต่างๆเดินทางมาเยี่ยม และให้กำลังใจท่านอยู่ตลอด ขณะที่ข่าวเรื่องทางวัดอยากให้แพทย์จาก รพ.พระมงกุฎเกล้าเข้ามาตรวจอาการอาพาธ ไม่ใช่ข่าวที่ออกมาจากวัดและคณะศิษย์ ยืนยันว่า ทางวัดยอมรับแพทย์ของแพทยสภา ขณะนี้ทราบมาว่า กำลังอยู่ในระหว่างการหารือประสานงานกันของแพทย์ที่รักษาอาการอาพาธของหลวงพ่อธัมมชโยกับทางแพทยสภา” ผู้ช่วย ผอ.สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกายกล่าว

เมื่อถามถึงข้อเสนอของทางวัดในการเปลี่ยนหัวหน้าพนักงานสอบสวน พระมหานพพรกล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด แต่เชื่อว่าในการประชุม 3 ฝ่ายที่วัดเขียนเขตในวันที่ 14 มิ.ย. เรื่องต่างๆจะชัดเจนมากขึ้น และวัดไม่ได้เป็นผู้กำหนดเรื่องการเจรจาครั้งนี้ ทั้งยังไม่เคยกดดันเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งไม่เคยปลุกระดมพระในพื้นที่ต่างๆให้อยู่เหนือกฎหมาย

พระมหานพพรกล่าวด้วยว่า ช่วงนี้ยังคงมีพระสงฆ์จากพื้นที่ต่างๆมาที่วัดเพื่อให้กำลังใจหลวงพ่อ ธัมมชโยอย่างต่อเนื่อง วันนี้ (วันที่ 7 มิ.ย.) ก็มีคณะสงฆ์จากพื้นที่ภาคตะวันออก ตะวันตก และภาคเหนือ จำนวน 350 รูป เดินทางมามอบดอกไม้ ให้กำลังใจหลวงพ่อธัมมชโย มีตัวแทนของหลวงพ่อธัมมชโยเป็นผู้รับช่อดอกไม้ที่สภาธรรมกายสากล ขณะเดียวกัน ช่วงสัปดาห์นี้จะมีผู้มาอยู่ปฏิบัติธรรมที่วัดประมาณ 5,000 คน เพื่อเจริญพระพุทธมนต์เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 70 ปี จึงอยากขอความ ร่วมมือสื่อมวลชนหากมีข้อมูลมือที่ 3 ที่จะเข้ามาสร้างความวุ่นวายให้แจ้งทางวัดได้ตลอดเวลา

ช่วงบ่ายที่สตูดิโอ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย นายองอาจ ธรรมนิทา โฆษกคณะศิษยา-นุศิษย์วัดพระธรรมกาย แถลงว่า คณะกรรมการประสานงานที่ดีเอสไอตั้งขึ้น ไม่มีตัวแทนจากทางวัดพระธรรมกายร่วมอยู่ด้วย แต่มีเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ผู้ปกครองโดยตรงของวัดพระธรรมกายร่วมอยู่ด้วย คณะศิษย์จึงให้ความเคารพและเชื่อมั่น ช่วงนี้คณะศิษย์ไม่ขอแสดงความคิดเห็นใดๆเกี่ยวกับคณะกรรมการประสานงานเพื่อให้ผู้ใหญ่ได้ทำงาน ส่วนกรณีแพทยสภา ทราบข่าวจากทีมแพทย์ที่รักษาอาการอาพาธของหลวงพ่อธัมมชโยว่า ได้รับหนังสือจากแพทยสภาแล้ว เร็วๆนี้จะนำทีมแพทย์ที่รักษาอาการอาพาธของหลวงพ่อธัมมชโยมาชี้แจงต่อไป

ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่า ผลจากการประชุมคณะ กรรมการประสานงานเพื่อประโยชน์ในการดำเนินคดีพิเศษที่ 27/2559 ที่วัดเขียนเขต จ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ซึ่งเป็นการประชุมครั้งที่ 2 ของคณะกรรมการได้บันทึกข้อตกลงผลการประชุมร่วมกันของพระเทพรัตนสุธี เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ นายสมศักดิ์ โตรักษา ทนายความฐานะที่ปรึกษาด้านกฎหมายเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และนายสมเกียรติ ธงศรี ผอ.สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ที่ประชุมมีข้อตกลงร่วมกันเกือบครบทุกข้อแล้ว อาทิ เรื่องแพทย์ที่จะเข้ามาตรวจก่อนที่คณะพนักงานสอบสวนจะเข้าไปแจ้งข้อกล่าวหาพระธัมมชโย การขอเปลี่ยนพนักงานสอบสวน การพิมพ์ลายนิ้วมือพระ-ธัมมชโย เหลือเพียงเรื่องการขอเปลี่ยนตัวหัวหน้าพนักงานสอบสวนที่จะเข้ามาแจ้งข้อกล่าวหาที่ยังไม่สรุป จะประชุมอีกครั้งวันที่ 14 มิ.ย.นี้ เวลา 14.00 น.

ที่ศาลอาญาวันเดียวกัน นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการ ปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากพระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางฉวีวรรณ คำธนะ นายกฤษดา บรรพชาติ นายเอกชัย ดีเสนาตระกูล นายอติชาต ตันแก้ว นายจีระพัฒน์ แจ่มเงินวัฒนากูล นางสุภาภรณ์ บุญเริ่ม นางธรรมพร ประมวลโกศลยุต นายคณิต อิรนพไพบูลย์ เครือข่ายศิษย์ธัมมชโย เป็นจำเลยที่ 1-8 ความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อพนักงานสอบสวน ว่า มีการกระทำผิดอาญา แกล้งให้ต้องรับโทษอาญา หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหมดมีเจตนาร่วมกันไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี นครราชสีมา อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยะลา และเชียงใหม่ รวม 6 จังหวัด มีเจตนาไม่สุจริต เพื่อให้ประชาชนและพุทธศาสนิกชนชาวไทยเชื่อว่า โจทก์กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายสมเด็จพระสังฆราช และใส่ความคณะสงฆ์ ทำให้โจทก์ทั้ง 2 ถูกดูหมิ่น เกลียดชังจากประชาชน เสื่อมเสียชื่อเสียง ศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาและนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 17 ต.ค.59 เวลา 09.00 น.

นายไพบูลย์กล่าวว่า การดำเนินการของบุคคล ดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นศิษย์และเครือข่ายธัมมชโย อ้างว่า ดูหมิ่นสมเด็จพระสังฆราช ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ฯ มาตรา 44 ทวิ แต่ตนเห็นว่า การแจ้งความดังกล่าว เป็นการนำความเท็จไปแจ้งต่อเจ้าพนักงาน มีวัตถุ-ประสงค์ให้ตนถูกดำเนินคดีอาญา ทำให้เสียหายถูกเกลียดชังจากผู้ที่ไม่ทราบข้อเท็จจริง ความจริงทุกคนทราบดีว่า ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช และการกล่าวหาว่า ตนทำให้คณะสงฆ์แตกแยกนั้น ข้อเท็จจริงตนเพียงแค่ทำหน้าที่ตรวจสอบให้กระ-บวนการทั้งหลายของคณะสงฆ์เป็นไปตามพระธรรมวินัย และตามกฎหมาย เพื่อทำความจริงและถูกต้องให้สังคม ยืนยันจะดำเนินคดีกับผู้ใส่ร้ายให้ถึงที่สุด นอกจากนี้ อยากให้พระธัมมชโยที่ระบุว่า มีอาการเจ็บป่วย ยอมรับการตรวจรักษาจากตัวแทนแพทยสภา และไปรับทราบข้อกล่าวหากับดีเอสไอเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการดูแลความเรียบร้อยกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เตรียมเข้าดำเนินคดีกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายว่า ไม่มีอะไร ดีเอสไอดำเนินการตามกฎหมาย มีขั้นตอนดำเนินการอยู่ ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ ตนและนายกรัฐมนตรีไม่ห่วง

ส่วน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีวัดพระธรรมกายขอเปลี่ยนตัวหัวหน้าพนักงานสอบสวนว่า ก็ฟังเขาแล้วกัน ตนชี้แจงไปเยอะแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ข้าราชการได้ทำงาน เมื่อถามว่า ฝ่ายลูกศิษย์วัดพระธรรมกายขอเปลี่ยนนั่นเปลี่ยนนี่ ไม่ยอมรับอะไร พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า ไม่เป็นไร ทุกคนก็คิดตาม ตนก็คิดตาม เรื่องนี้ใครจะคิดอะไรก็ว่ากันไป ขณะนี้กระบวนการกำลังทำงานอยู่ ให้ข้าราชการได้ทำงานช่วงหนึ่งก่อนแล้วจะลงไปดู มีรายงานมาที่ตนตลอด เมื่อถามว่า ยิ่งปล่อยนานปัญหายิ่งไม่ยุติ พล.อ.ไพบูลย์กล่าวว่า นั่นคือสิ่งที่ทุกคนคิดใช่หรือไม่ ใจเย็น เรื่องนี้มีทางออก ตนเคยพูดไว้แล้วว่า ไม่มีใครหนีกระบวนการยุติธรรมได้ เชื่อเถอะ ส่วนนายกรัฐมนตรีรวมถึงตน ไม่ได้ห่วงเรื่องนี้ เพราะเชื่อว่ากฎหมายก็คือกฎหมาย

อธิบดีดีเอสไอไม่ตอบรับ ยอมเปลี่ยนหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีธัมมชโย ตามที่วัดพระธรรมกายเรียกร้องยันต้องดูเหตุผลที่ขอเปลี่ยน ด้านวัดพระธรรมกายโวยนักข่าวเขียนชื่อ “ธัมมชโย” เฉยๆ ขอให้มีคำว่า “พระ” หรือ “หลวงพ่อ” นำหน้า เพราะเป็นพระ 8 มิ.ย. 2559 08:09 8 มิ.ย. 2559 08:09 ไทยรัฐ