วันเสาร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่หลงก็บ้าแล้ว ! เปิดโปรไฟล์ 'แตว ธนวรรณ' สาวสวยยิ้มหวาน คทากรจุฬาฯ 71

ไม่บ่อยที่ ไทยรัฐออนไลน์ จะมีโอกาสกระทบไหล่เหล่าบรรดาแอมบาสเดอร์คนดังของซิตร้า ทว่าไม่นานมานี้เราได้คิวสาวสวยหน้าหวาน 1 ในแอมบาสเดอร์คนล่าสุดมาเม้าท์มอยตัวต่อตัวกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เราเลยไม่พลาดจับลงคอลัมน์ ไฮโซโปรไฟล์ อัพเดตไลฟ์สไตล์ทั้งเรื่องเรียน และธุรกิจให้แฟนๆ ฟังกันซะเลย

หลายคนอาจเอะใจว่าทำไมเธอหน้าตาคุ้นๆ เคยผ่านหน้าจอโทรทัศน์ หรือเจอะเจอที่ไหนมาก่อนรึเปล่า งั้นเราจะเฉลยให้แล้วกัน ว่าเธอคนนี้มีดีกรีเป็นหนึ่งในคทากร งานบอลจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 71 จัดขึ้นเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เรียกได้ว่าสวย เพอร์เฟกต์เลยเชียว…

แนะนำตัวเองหน่อย
ชื่อ แตว-ธนวรรณ กิตติไพศาลศิลป์ เป็นหนึ่งในแบรนด์แอมบาสเดอร์คนล่าสุดของซิตร้าค่ะ

อายุ : 21 ปี
วันเกิด : 25/07/37
ส่วนสูง น้ำหนัก : 171 ซม.-52 กก.
พี่น้อง : 3 คน (3 พี่น้อง เติร์ก เติร์น แตว)
การศึกษา : กำลังศึกษาอยู่ชั้นปี 3 คณะจิตวิทยา จุฬาฯ
อาชีพปัจจุบัน : เรียนไปพร้อมๆ กับเปิดแบรนด์เครื่องประดับ T.Twinkle (Co-designer กับพี่สาว)
อาหารที่ชอบ : ชอบทุกอย่าง ไอติมด้วย
ที่เที่ยวสุดโปรด : ภูเขา
สิ่งที่เกลียด-กลัวสุดๆ : งู-สิ่งลี้ลับ
คติประจำใจ : ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น
สิ่งที่คาดหวังในอนาคต : ให้แบรนด์โกอินเตอร์เป็นที่รู้จักทั่วโลก
IG : tteawteaww

จุดเริ่มต้นกับการเป็นแอมบาสเดอร์

คือทางซิตร้าติดต่อเข้ามาโดยตรงเลย เราก็ไม่รู้ว่าเขาเอาเบอร์ติดต่อเรามาจากไหน อาจเป็นตอนที่เราเป็นคทากรแล้วเขาคงเห็นก็ได้มั้ง พอเขาโทรมาก็ได้พูดคุยถึงคอนเซปต์ต่างๆ แล้วเรารู้สึกว่ามันไปในทิศทางเดียวกัน เราสนใจก็เลยตอบตกลง ทางซิตร้าเน้นคอนเซปต์ที่ว่าดึงความเป็นธรรมชาติออกมา ซึ่งมันแมตช์กับเราพอดี ด้วยความที่เราทำเครื่องประดับ และคอนเซปต์ของเราคือยึดการออกแบบที่ไม่บดบังความสวยงามทางธรรมชาติ ทว่าเราจะออกแบบให้มันสวยงามขึ้นไปในแบบของมัน ฉะนั้นคอนเซปต์ในการคิดของเขากับเราค่อนข้างตรงกัน มีแนวคิดอยู่ใน way เดียวกัน มันก็เลยทำให้เราเซย์เยสเป็นแอมบาสเดอร์ทันทีเลย อีกอย่างเราว่ามันเป็นประสบการณ์ที่ดีครั้งหนึ่งในชีวิตของเราด้วยนะ

คณะที่เรียนปัจจุบัน ทำไมถึงสนใจทางด้านนี้
ส่วนตัวแล้วคิดว่ามันเป็นคณะที่ใหม่มากๆ เลยนะสำหรับบ้านเรา ซึ่งเราก็มองว่ามันเป็นพื้นฐานของทุกอย่าง ทุกวันนี้เราต้องเจอกับผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะทำอาชีพอะไรก็แล้วแต่ เราต้องมีการสื่อสารกันตลอด ฉะนั้นเราคิดว่าคณะนี้มันเป็นพื้นฐานที่ดีที่จะทำให้เราเข้าถึงจิตใจของคนอื่นมากขึ้น ว่าเขารู้สึกยังไง ว่าเขาคิดอะไรอยู่ คณะนี้จะเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของมนุษย์ เกี่ยวกับจิตใจ และเราว่ามันสามารถต่อยอดไปได้เรื่อยๆ ในอนาคต

คณะนี้เป็นความสนใจของเราตั้งแต่แรกเลยไหม เอาจริงๆ ก็ใช่นะ มันเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เราชอบ อาจเริ่มจากที่เพื่อนๆ ชอบมาปรึกษาโน่น นี่ นั่น แล้วบอกว่าคุยกับเรารู้สึกสบายใจ มันก็เลยทำให้เรารู้สึกดีไปด้วยที่ได้ช่วยคนอื่น อย่างน้อยก็ให้คำปรึกษาที่ดี เรารู้สึกว่าตัวเราเองค่อนข้างเป็นคนที่เปิดกว้างนะ มองโลกกว้าง ไม่ด่วนตัดสินว่าใครเป็นยังไง ไม่ตีกรอบให้ตัวเอง ที่สำคัญคือเราเป็นคนใจเย็น นั่นก็เลยเหมือนเวลาที่เราได้คุยกับคนอื่น มันก็ทำให้เราเข้าใจฟีล-เข้าใจความรู้สึกของคนๆ นั้นไปด้วย ค่อยๆ ฟังที่เขาระบาย คอยเป็นผู้ฟังที่ดี ไม่ด่วนสรุป แล้วเราก็ให้คำปรึกษาที่ทำให้เขาสบายใจ เราดีใจทุกครั้งนะที่ทำให้ใครหลายๆ คนรู้สึกดีขึ้นได้ และเราเชื่อว่า คำพูดสามารถเปลี่ยนความรู้สึก หรือความคิดที่ไม่ดีให้กลับกลายเป็นดีได้

กิจกรรมในรั้วมหา'ลัย
มีเยอะมากนะ แต่ที่เด่นๆ เลยก็คือ ต้นปีที่ผ่านมากับการเป็นคทากรจุฬาฯ หนึ่งในดรัมเมเยอร์งานบอลจุฬาฯ-ธรรมศาสตร์ ครั้งที่ 71 มันเป็นอะไรที่สนุกมากๆ นะ ได้ทั้งเพื่อน ได้ทั้งประสบการณ์ใหม่ๆ รวมถึงความมีวินัย และความรับผิดชอบในการฝึกซ้อม นอกจากนั้นปีก่อนๆ เราก็ทำในส่วนกลางเป็นสโมสรนิสิต เราเป็นรองประธานฝ่ายนิสิตสัมพันธ์ หลักๆ ก็จะจัดงานพิธีการต่างๆ เป็นเหมือนปีการศึกษา เช่น เตรียมงานปิยมหาราช งานไหว้ครู หรืออะไรที่เป็นงานส่วนกลางของจุฬาฯ เราทำหมด

จุดเริ่มต้นทำแบรนด์เครื่องประดับ T.Twinkle
จริงๆ ที่บ้านเราทำธุรกิจจิวเวลรี่-เครื่องประดับอยู่แล้วนะ เราก็เหมือนซึมซับตรงนี้มาเรื่อยๆ มีความชอบตั้งแต่เด็กๆ ที่นี้พอเราโตขึ้น อีกทั้งพี่สาวเพิ่งเรียนจบดีไซเนอร์จากเมืองนอก ไฟแรงพร้อมที่จะกลับมาทำธุรกิจเต็มตัว มันก็เลยเป็นช่วงจังหวะเหมาะพอดี เรากับพี่ก็เลยตกลงจะมาเปิดธุรกิจด้วยกัน เป็นการแตกแบรนด์ย่อยจากธุรกิจที่บ้านอีกที เรากับพี่ร่วมมือกันออกแบบ ช่วยกันคิดคอนเซปต์อะไรต่างๆ เพื่อให้แบรนด์ดูเป็นวัยรุ่นมากขึ้น และเจาะความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มากขึ้น

ที่มาของชื่อแบรนด์ T.Twinkle
พูดถึงคอนเซปต์ของแบรนด์ก่อน คือเราอยากทำเครื่องประดับให้เป็น 'สื่อแทนใจ' ที่คนซื้อเป็นของขวัญให้กันและกัน ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องตรงตามเทศกาลต่างๆ แต่มอบให้กันเพื่อแสดงความรัก ความขอบคุณ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างเพื่อน คนรัก หรือจะซื้อให้คุณพ่อคุณแม่ก็ยังได้ เครื่องประดับของเราทุกชิ้นจะใส่ข้อความไว้เสมอ เช่นว่า พลอยสีนี้มีความหมายยังไงๆ บ้าง หรือมุกแต่ละสีให้อารมณ์ความรู้สึกแบบไหน เพื่อให้คนเลือกซื้อไปส่งต่อความหมายความรู้สึกได้อย่างแท้จริง เราอยากฉีกกรอบที่ใครหลายคนมองว่า มันเป็นเครื่องประดับหรูหรา-อลังการที่ต้องใส่ออกงานเท่านั้น หรือต้องเป็นเฉพาะผู้หญิงเท่านั้นที่ใส่ได้ และทีนี้พอเราได้คอนเซปต์เป็นเรื่องของขวัญ เราก็นึกถึงเทศกาลคริสต์มาสที่เป็นสัญลักษณ์ของการให้ นึกถึงความระยิบระยับบนต้นคริตส์มาสจนได้คำว่า Twinkle ส่วน TT สองตัวหน้าก็เป็นชื่อเล่นของเรากับพี่สาว มันก็เลยเกิดเป็นแบรนด์ T.Twinkle ขึ้นมา เสมือนดวงดาวที่ส่องแสงระยิบระยับตลอดเวลา

อินสไปร์ในการดีไซน์ (ไม่ได้จบดีไซน์ออกแบบมาโดยตรง)
อินสไปร์ของเรามาจากสิ่งรอบๆ ตัว เราเป็นคนชอบคิด ชอบครีเอท เอาโน่นนี่มาอแดปกัน ฉะนั้นเวลาที่เราเห็นอะไรสวยๆ เก๋ๆ หน่อย หรือบังเอิญเจอก็ตาม เราก็จะมองเก็บรายละเอียดตลอดแล้วเอามาต่อยอด คิดว่าถ้ามันเป็นแบบนี้ๆ มันจะดีไหม มันจะมีภาพในหัวออกมาเลย เราก็จะเอามาลองสเกตช์วาดเป็นแบบขึ้นมาดู หรืออยู่ๆ บางทีเราเกิดปิ๊งไอเดียซะงั้น เป็นฟีล ณ ขณะนั้นเลย เราก็จะจดไว้เลย หรือวาดขึ้นมาเลยกันลืม แล้วท้ายสุดก็ค่อยๆ เอามารวมกัน แมตช์เป็นงานเดียว และค่อยคุยกับพี่สาวอีกทีว่าแบบนี้เป็นไง โอเคไหม ส่วนมากแล้วเราจะดีไซน์ง่ายๆ เป็นแบบเล็กๆ น่ารักๆ ไม่เว่อร์อลังการนะ สามารถใส่ไปไหนมาไหนได้จริง อย่างต่างหู หรือเข็มกลัดก็สวยเก๋อยู่ (หัวเราะเบาๆ) เพื่อนๆ สามารถเข้าไปดูได้ที่ www.t-twinkle.com กันเลย

แล้วข้อดีอีกอย่างหนึ่งของเราก็คือ ตั้งแต่เด็กๆ เราเป็นคนชอบเรียนศิลปะมาก ชอบวาดรูปเป็นที่สุด มันก็เลยง่ายที่จะวาดสเกตช์ออกมาได้ดีระดับหนึ่ง แต่มันยังไม่ได้สวยโปรฯ ขนาดนั้นนะ (ยิ้มเขินๆ) ซึ่งทางด้านออกแบบจริงๆ เราคิดไว้ว่าจะเรียนต่อยอดในอนาคต อาจจะเป็นปริญญาโทสักใบก็เดี๋ยวว่ากัน

ธุรกิจนี้ยากง่าย ท้าทายยังไงบ้าง

พอได้เริ่มทำจริงๆ แล้ว มันค่อนข้างยากพอสมควรเลยนะ ทุกอย่างมันใหม่หมดแล้วเราไม่เคยเรียนมาก่อน ต้องศึกษาไปทีละสเต็ปๆ ประสบการณ์เราก็ยังน้อยมาก แต่ยังดีที่มีพี่สาวคอยช่วย ให้คำแนะนำต่างๆ คุณพ่อคุณแม่ก็คอยซัพพอร์ต ถ้าถามตรงไหนคือความท้าทาย เราว่าก็ตรงที่มันใหม่ทุกอย่างที่แหละ มีอะไรให้เราได้ลองได้เรียนรู้ตลอด เราไม่รู้ว่าข้างหน้าต่อไปจะเจออะไรบ้าง หรือทำแบบนี้ไปมันจะเวิร์กไหม ฟีดแบ็กจะเป็นยังไงบ้าง

เอาจริงๆ พอเราได้มาทำธุรกิจกับพี่สาว มันดีตรงที่อายุเราห่างกันค่อนข้างเยอะประมาณ 6 ปี เรียกได้ว่าเกิดคนละ Gen กันเลย ฉะนั้นมุมมองของเราจะต่างกัน พี่สาวมีมุมมองที่โตขึ้นเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ส่วนเราก็ยังมีมุมเด็กๆ ที่ยังเป็นวัยรุ่นอยู่ เวลามาทำงานร่วมกัน มันเลยมีการแลกเปลี่ยนมุมความคิดกันที่ค่อนข้างเวิร์กทีเดียว

แบ่งเวลาเรียนกับการทำธุรกิจ
เรียนหลักๆ ก็จะมี 5 วัน คือจันทร์-ศุกร์ แต่บางวันเราไม่ได้เรียนเต็มวันอยู่แล้ว ครึ่งวันเช้าก็เรียนเสร็จ ทีนี้ถ้าครึ่งบ่ายเรามีฟีลก็จะมานั่งออกแบบ แล้วก็กลับไปคุยงานตอนเย็นที่บ้าน แต่จริงๆ เรากับพี่สาวก็คุยกันตลอดอยู่แล้วนะ ค่อนข้างสนิทกันเลย ส่วนเสาร์-อาทิตย์ ถ้าไม่ติดงานอะไรเราก็จะเข้าไปที่ร้าน (แบรนด์ T.Twinkle ไม่มีร้านแบบจริงจัง มีแต่เป็นบูธที่ตั้งอยู่ในร้านจิวเวลรี่ของคุณพ่อคุณแม่ ชื่อร้าน The best gems)

อยากเปิดแบรนด์เครื่องประดับต้องทำยังไงบ้าง
สำหรับใครที่อยากทำธุรกิจเครื่องประดับ แน่นอนเลยว่า ต้องมีใจรักที่จะทำก่อน มี Passion กับมัน และต้องมั่นใจว่าทำได้ เพราะบางคนกลัวในการเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ จากศูนย์ มันเลยทำให้เขาขาดความมั่นใจ เราจะบอกว่าทุกอย่างมันอยู่ที่ใจนะ ลองดูก่อน ดีไม่ดียังไงค่อยว่ากัน ค่อยๆ เดินไปทีละสเต็ป ถ้าข้างในมันพร้อมก็จะมีแรงผลักดันให้เราก้าวไปทำในสิ่งที่รักอย่างมั่นใจ

เผยเคล็ดลับดูแลผิวสวย
ส่วนตัวเราต้องมีคติที่ว่า หันมาใส่ใจกับตัวเองก่อน เซตความคิดตรงนี้ว่าการดูแลตัวเองมันสำคัญ มันก็ทำให้เราหันมาดูแลในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างผักผลไม้, นมสด ตลอดจนการทาครีมบำรุง หรือทานวิตามินเสริมอะไรต่างๆ เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าเราโฟกัสแล้วว่าการดูแลตัวเองมันสำคัญ เราก็จะจัดการดูแลตัวเองทุกอย่าง การออกกำลังกายที่เราชอบมากที่สุดก็คือ การเล่นพีลาทิส ทว่าวันไหนที่เราไม่ว่าง หรือไม่ค่อยมีเวลา เราก็จะไปวิ่งรอบหมู่บ้านชิลๆ แทน หรือไม่ก็เปิดเทปเต้นแอโรบิกตามเทรนเนอร์ฝรั่ง

อย่างไรก็ดี เราไม่เน้นให้เพื่อนๆ ไปเข้าคลินิก หรือฉีดสารโน่นนี่นะ เอาจริงๆ เราไม่สนับสนุนให้ทำเลย มันจะดีกว่าถ้าเพื่อนๆ เน้นทานเป็นพวกอาหารคลีน หรืออะไรที่มีประโยชน์แทน มันจะช่วยดูแล ฟื้นฟูสุขภาพผิว และซ่อมแซมผิวเสียจากภายในได้ดีกว่า อีกทั้งการดื่มน้ำมากๆ ต่อวันก็สำคัญ เพราะมันจะช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง และกระจ่างใสออกมาจากภายในจริงๆ

สไตล์การแต่งตัว
เราเป็นคนชอบแต่งตัวแบบ Minimal ง่ายๆ เรียบๆ ทว่าดูมีอะไรดึงดูดคนได้ อย่างสร้อยดีไซน์เก๋ แนวๆ หน่อย หรือกิมมิกเล็กๆ ที่มีความหมาย จะเป็นอะไรที่เราชอบมาก เราจะไม่เอาเลยนะอะไรที่มาแบบใหญ่ๆ ดูเว่อร์อะ หรือบางทีเราก็จะหยิบแบรนด์ตัวเองมาใส่แมตช์กับเสื้อผ้าบ้าง เทคนิควิธีแมตช์เสื้อผ้ากับแอคเซสเซอรี่ก็ง่ายๆ คือเราต้องดูว่า วันนั้นเราแต่งเสื้อผ้าสีไหน โทนไหน แล้วเราก็เลือกเครื่องประดับที่มันเข้ากัน สมมติถ้าเสื้อผ้าเรียบมากๆ หรือแต่งเป็นเดรสสีขาว ก็อาจจะใส่เครื่องประดับที่ดูมีลวดลาย มีกิมมิกที่ชัดเจนขึ้นมาหน่อย เพื่อให้มันดูมีอะไรสะดุดตา อย่างสร้อยคอ หรือกำไลข้อมือสีดำ ให้มันดูตัดกัน แต่ถ้าตัวเสื้อผ้ามีดีไซน์ลูกเล่นอยู่แล้ว เราอาจจะเน้นเป็นแหวนเก๋ๆ วงเล็กๆ แทนก็เอาอยู่แล้วล่ะ

สิ่งที่เราคาดหวังในชีวิต และการทำงานต่อๆ ไป
เอาเป็นในเรื่องการทำงานก่อน เราอยากจะทำแบรนด์ให้แข็งแรงมากขึ้น และโกอินเตอร์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เรารู้ว่ามันก็เป็นอะไรที่ยากมาก และท้าทายพอสมควร มันก็ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ตอนนี้แบรนด์เราเน้นเปิดออนไลน์ และอย่างที่บอกตั้งเป็นบูธเล็กๆ ในร้านของคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งแน่นอนว่าคนยังไม่ค่อยรู้จักกันมาก เราก็ต้องเน้นสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ และวางแผนการตลาดมากขึ้น แบรนด์ของเราค่อนข้างมีสตอรี่ชัดเจนนะ เราก็อยากให้คนได้เห็นถึงความน่ารักของกิมมิกที่เราตั้งใจทำ ทุกดีเทลรายละเอียดที่เราใส่ใจ และตัวเครื่องประดับเองก็มีความหมายในแต่ละชิ้นเลย เราก็อยากจะสื่อสารตรงนี้ให้คนรู้จักแบรนด์ของเราซะก่อน และมองว่ามันเป็นอะไรที่มากกว่าเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง ถามว่าอยากเปิดช็อปจริงจังเลยไหม เราก็อยากนะ ตอนนี้ก็มีคุยๆ กับพี่สาวอยู่เหมือนกัน แต่คงต้องรออีกสักหน่อยให้คนรู้จักแบรนด์เรามากขึ้นกว่านี้ก่อน เมื่อรู้จักมากขึ้นก็คงเริ่มเปิดช็อปตัวเอง และขยายสาขาไปในตลาดต่างประเทศได้

ตอนนี้เราจับแค่แบรนด์เดียวคือ T.Twinkle แต่หลายคนก็มีถามเหมือนกันว่า ในอนาคตจะมีแบรนด์เพิ่มเป็นของตัวเองไหม อันนี้เราก็ยังไม่แน่ใจนะ ต้องดูกันต่อไป ทว่า ณ เวลานี้ยังไม่มีแพลนเลย เพราะแค่แบรนด์เดียวแถมยังเรียนด้วยก็หนักแล้ว (หัวเราะเล็กๆ) ถ้าอนาคตมีอะไรที่ชัดเจนมากขึ้นก็ค่อยว่ากัน

ส่วนในเรื่องของชีวิตตอนนี้ก็คงเป็นการเรียนให้จบ เรียนด้วย และทำงานด้วยแบบนี้ไปเรื่อยๆ ส่วนพอเรียนจบเรามีอยู่ 2 แพลนนะ คือแพลนแรกจะทำงานหาประสบการณ์ก่อน แล้วไปเรียนต่อโทในด้านที่เราสนใจอยากจะต่อยอดจริงๆ ถ้าขยันหน่อย โทหนึ่งใบคงเป็นเกี่ยวกับด้านดีไซน์ และแพลนที่สองคือ พอจบ 4 ปีแล้ว เราก็ไปเรียนต่อด้านดีไซน์เลยที่ เซนต์มาร์ติน (Saint Martin) ประเทศอังกฤษ เพราะว่าที่นั่นเป็นมหา'ลัยในฝันที่เราอยากเรียน และมีชื่อเสียงด้านการออกแบบในวงการแฟชั่นมานาน เรารู้สึกว่าที่นั่นสอนอินสไปเรชั่นดี ให้รู้จักคิด และมองในมุมที่แตกต่างออกไป ซึ่งตอนนี้เราก็กำลังชั่งน้ำหนักอยู่ว่าจะเอายังไงดี ตัดสินใจไม่ถูกเหมือนกัน

ด้านคุณพ่อคุณแม่ไม่ฟิกเลยนะ ทั้งสองทาง เขาโอเคทั้งคู่ แต่ใจจริงๆ เขาก็แอบเชียร์ให้เราไปเรียนต่อเลยเหมือนกัน เพราะกลัวว่าทำงานแล้วจะไม่ยอมไปเรียน (หัวเราะร่า) แต่มันก็จริงนะ พอเริ่มทำงานได้สักพัก ฟีลเรียนก็เริ่มหมดไป ยังไงก็ดี สุดท้ายแล้วชีวิตก็ขอแค่มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคภัย และก็อยู่กับครอบครัวใช้ชีวิตกันอย่างแฮปปี้ เท่านี้ก็เพียงพอแล้วล่ะ

ไม่บ่อยที่ ไทยรัฐออนไลน์ จะมีโอกาสกระทบไหล่เหล่าบรรดาแอมบาสเดอร์คนดังของซิตร้า ทว่าไม่นานมานี้เราได้คิวสาวสวยหน้าหวาน 1 ในแอมบาสเดอร์คนล่าสุดมาเม้าท์มอยตัวต่อตัวกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ เราเลยไม่พลาดจับลงคอลัมน์ ไฮโซโปรไฟล์ อัพเดต 7 มิ.ย. 2559 18:53 ไทยรัฐ