วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อู้หูงูจ๋า! ไฉนโผล่ส้วมถี่ เลื้อยดูสารพัดข้อดี ชี้ช่องรวย

ช่วงนี้ไม่ว่าเจ๊ดำจะชำเลืองซ้าย ชะม้ายตาขวาก็เจอแต่งูโผล่ชักโครก โผล่ส้วม โผล่ฝ้า โผล่เพดาน โผล่รถ สารพันจุดนัดโผล่ระหว่างงูกับคน ส่วนเจ๊ดำคนนี้ก็ขอสารภาพอย่างไม่อายเลยค่ะว่า เจ๊เป็นอีกหนึ่งคนที่ประหวั่นพรั่นพรึงกับพวกพี่ๆ งูเขาอยู่ไม่น้อย แต่เจ๊ก็ตงิดอยู่นิดๆ นะคะว่า ทำไมช่วงนี้พี่งูถึงผลุบที่นี่โผล่ที่นู่นถี่เสียเหลือเกิน? โผล่ถี่ๆ แบบนี้อันตรายกับคนแน่นอน แต่อันตรายในที่นี้จะมีข้อดีอยู่บ้างไหมนะ? ไหนๆ ก็ไหนๆ พี่งูคงไม่หายไปจากดงหลังบ้าน หรือท่อน้ำในส้วมเป็นแน่ เพราะฉะนั้น เจ๊ดำหรือคุณๆ จะอยู่ร่วมกันกับพี่ๆ เขาอย่างไรให้ปลอดภัย? ตามเจ๊มาค่ะคู้ณณณณณ

ทายถูกไหม! เหตุไฉนเจองูโผล่บ่อย?

เจ๊นั่งเลื่อนฟีดข่าวตามหน้าเฟซบุ๊กก็เห็นแต่งูงูงู! เห็นถี่เสียจนต้องพูดคุยกับแหล่งข่าว จัดหาสาระมาฝากคุณผู้อ่านโดยพลัน ซึ่งนายสัตวแพทย์ทักษะ เวสารัชชพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญนายสัตวแพทย์ 8 สวนงู บอกเล่าถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับความถี่กรณีงูโผล่ส้วมกับเจ๊ว่า สาเหตุที่งูชุกชุมในช่วงที่ผ่านมานั้น มีปัจจัยดังต่อไปนี้ 1.ฤดูฝน เพราะพื้นที่ดั้งเดิมที่งูพักอาศัยเป็นพื้นที่แห้ง แต่พอย่างเข้าฤดูฝน จากพื้นที่แห้งๆ กลับกลายเป็นพื้นที่เปียก งูทั้งหลายแหล่ จึงต้องสุ่มย้ายหาพื้นที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ และหนึ่งในตัวเลือกของเหล่างู ก็คือ “บ้านคน”

ส่วนปัจจัยที่ 2 ที่ทำให้งูโผล่ถี่นั้น มาจากเหตุที่ว่า ในฤดูฝน อาหารของงูจะมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยเหยื่ออันโอชะของงูก็จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก “กบ” ดังนั้น เมื่อกบมีจำนวนมากขึ้น ก็จะส่งผลสืบเนื่องให้สารพัดงูออกมาล่าเหยื่อทั่วทุกเขตคาม

นายสัตวแพทย์ทักษะ ผู้คร่ำหวอดในวงการงูย้ำว่า “เหตุงูโผล่ส้วม ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย หรือเรื่องแปลกประหลาด เพราะเหตุการณ์เหล่านี้คือ เรื่องใกล้ตัวที่วันใดวันหนึ่งคนกับงูจะต้องมาเจอกัน”

เอ๊ะ! “คนกับงูจะต้องมาเจอกัน...” เจ๊ดำ ซักไซ้ต่อว่าเหตุใดระหว่างงูกับเจ๊ต้องพบกัน ไม่พบกันไม่ได้หรือ? โดยนายสัตวแพทย์ทักษะ อธิบายไว้อย่างสนใจว่า “เหตุที่งูกับคนต้องพบเจอกันนั้น มีสาเหตุมาจาก ที่อยู่อาศัยของงูและคนทับซ้อนกัน กล่าวคือ คนขยับบ้านขยายเมืองเข้าไปอยู่ในเขตพื้นที่ของงูที่เขาเคยอยู่กันมาแต่เก่าก่อน เพราะฉะนั้น เมื่อตัวเมืองขยายเขตออกไปเรื่อยๆ เหล่างูจึงมีทางเลือกอยู่ 2 ทาง คือ 1.หนีออกจากเมืองไปเรื่อยๆ หรือทางเลือกที่ 2 คือ ปรับตัวเพื่อเข้าไปอยู่ในเมือง โดยออกล่าเหยื่อที่อยู่ในเมือง หรือหาที่อยู่อาศัยตามท่อระบายน้ำในเขตเมือง

10 สายพันธุ์งูสุดสนิทกับบ้านคุณ!

ดังนั้น เมื่อเหล่างูเลือกที่จะพักอาศัยตามท่อระบายน้ำตามบ้านคน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วันดีคืนดีเจ้างูจะชะโงกหัวขึ้นมาจากชักโครก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น จะมีงู 10 พันธุ์หลักๆ ที่โผล่ตามบ้านคนมากที่สุด โดยเจ๊ดำได้ไล่เรียงให้คุณผู้อ่านดังต่อไปนี้ 1.งูเหลือม 2.งูหลาม 3.งูเห่า 4.งูเขียวหางไหม้ (ส่วนใหญ่จะเจองูเขียวหางไหม้ 2 ชนิด คือ งูเขียวหางไหม้ท้องเหลือง กับงูเขียวหางไหม้ตาโต) 5.งูแสงอาทิตย์ 6.งูปี่แก้ว 7.งูลายสอ 8.งูเขียวพระอินทร์ 9.งูสิง 10.งูงอด ซึ่งงูส่วนใหญ่จะเป็นงูที่ไม่มีพิษ แต่จะมีงูเห่าและงูเขียวหางไหม้เท่านั้นที่มีพิษ

นอกจากนี้ เจ๊ดำได้ติดต่อขอข้อมูลถิติจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค มาฝากคุณผู้อ่านกันด้วย และจากสถิติด้านล่างนี้ จะเป็นตัวบอกได้เป็นอย่างดีว่า ช่วงเดือนไหนที่ชาวเราจะจ๊ะเอ๊กับพี่งูมากที่สุด เพราะฉะนั้น คุณๆ ท่านๆ จะได้พึงระวังกันไว้นะคะ

จากสถิติผู้ถูกงูพิษกัดตลอดทั้งปี 2558 มีจำนวน 457 ราย พบผู้ถูกงูกัดสูงสุดในเดือนมิถุนายน และสิงหาคม เดือนละ 52 ราย รองลงมาคือ พฤษภาคม 50 ราย สำหรับปี 2559 ตั้งแต่ มกราคม – พฤษภาคม พบผู้ถูกงูกัด 81 ราย ซึ่งพบมากในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมกันได้ร้อยละ 77 ของผู้ที่ถูกงูกัด โดยกลุ่มคนที่ถูกงูกัดมากที่สุด คือ อาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง

วิเคราะห์ข่าวฮิตงูโผล่ส้วม สะท้อนความเป็นไปมนุษย์ยุคนักล่า

นายสัตวแพทย์ทักษะ ได้แสดงความเห็นจากข่าวคราวเรื่องราวของงูโผล่ส้วมว่า “เหตุงูโผล่ส้วมที่ตกเป็นข่าวอยู่ทุกวี่ทุกวัน ได้สะท้อนให้เห็นความเป็นไปอยู่ประการหนึ่ง คือ การขยายถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ในปัจจุบันกำลังกินพื้นที่ธรรมชาติไปเรื่อยๆ มิหนำซ้ำยังส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตมากมาย มิใช่แต่เพียงงูเท่านั้น โดยผมขอยกตัวอย่างให้เห็นชัดๆ คือ กระรอก จากเด็กๆ ที่เราจะมีโอกาสเห็นกระรอกในเมืองได้น้อยมาก แต่ตอนนี้เราสามารถเห็นกระรอกได้ทั่วทุกพื้นที่รอบเขตเมือง เหตุเพราะกระรอกได้ปรับวิถีชีวิตของตัวเองให้เข้ากับเมืองไปแล้ว”

“แม้ว่ามนุษย์มีความจำเป็นที่จะต้องขยับขยายที่อยู่อาศัยเข้าไปในพื้นที่ของสัตว์ แต่พอเข้าไปแล้ว พวกคุณก็ควรจะเรียนรู้เรื่องราวของธรรมชาติให้มากขึ้น ผมไม่อยากให้มนุษย์เข้าไปถึงปุ๊บ แล้วกวาดล้างทุกอย่างเพื่อเอาทุกอย่างมาเป็นของฉัน อย่างเช่น เรากลัวงู เราจึงไปกวาดล้างไล่ล่าฆ่ามัน แต่ในทางกลับกัน เมื่อเรารู้ว่า งูสามารถเข้ามาทางท่อได้ ทำไมตอนทำท่อ คุณถึงไม่ทำตะแกรงปิด หรือเมื่อเรารู้ว่า งูจะเข้ามาตามพื้นที่รกๆ แต่คุณก็ยังปล่อยบ้านให้สกปรก รกรุงรัง จนเป็นที่อยู่อาศัยของหนู และทำให้งูเข้ามาล่าหนูในบ้านของคุณ ดังนั้น พวกคุณควรเรียนรู้ไว้ ไม่ใช่มานั่งตื่นตระหนกกันทีหลัง” ผู้เชี่ยวชาญนายสัตวแพทย์ 8 สวนงู สถานเสาวภา ติงประชาชน

นอกเสียจากนายสัตวแพทย์ แห่งสถานเสาวภา ก็ยังมีนายอดิศร นุชดำรงค์ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่บอกกับเจ๊ดำทำนองเดียวกับสัตวแพทย์ว่า ประชาชนบางคน เมื่อเห็นงูก็จะตัดสินใจฆ่างูทิ้งทันที เพราะเกรงว่างูจะกัด แต่ทั้งๆ ที่จริงแล้ว คุณสามารถเรียกเจ้าหน้าที่ให้เข้าไปจับงูได้อย่างถูกต้องตามวิธีการ และปล่อยงูคืนสู่ธรรมชาติได้

สารพัดสิ่งดีๆ ที่พี่งูก็มี นอกจากความน่ากลัว

ในอีกแง่หนึ่ง เหล่างูที่ทุกท่านกลัวก็ยังมีข้อดีอยู่ไม่น้อย เพราะรองอธิบดีกรมอุทยานฯ ได้บอกเล่ากับเจ๊ถึงความเลอค่าของพี่ๆ งูว่า งูเหลือม และงูหลามสามารถนำไปผลิตเป็นเครื่องหนัง หรือสินค้าต่างๆ ได้อย่างสวยงาม ซึ่งตอนนี้ทางกรมอุทยานฯ ได้อนุญาตให้เอกชน 2 แห่งในจังหวัดสุโขทัยสามารถเพาะพันธุ์งูเพื่อการค้าได้

ฟาร์มทั้งสองแห่ง ได้รับการอนุญาตจากทางกรมฯ อย่างถูกต้องให้ส่งออกหนังงูฟอกไปต่างประเทศ เพราะงูที่เอกชนทั้งสองแห่งนำมาทำเป็นหนัง เป็นงูที่ได้มาจากการเพาะเลี้ยง มิใช่งูที่จับมาจากธรรมชาติ แต่ถ้าพบว่า เป็นงูที่มาจากธรรมชาติ แล้วถูกจับมาหาประโยชน์เพื่อการค้า กรณีนี้จะเข้าข่ายกระทำความผิดทันที หรือในกรณีที่กลุ่มคนบางกลุ่มเลี้ยงงูโดยไม่ได้รับการอนุญาต คนกลุ่มนี้ก็มีความผิดเช่นกัน เนื่องจากงูบางประเภทเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง” อดิศร รองอธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวถึงเอกชนที่ได้รับประโยชน์จากงู

นอกจากนี้ ยังมีคนบางกลุ่มนิยมนำเนื้องูมารับประทาน โดยรองอธิบดีกรมอุทยานฯ ให้ข้อมูลว่า งูบางชนิดมีการนำมาค้าขายเพื่อกินเนื้อ ยกตัวอย่างเช่น งูสิง หรืองูน้ำ โดยเฉพาะชาวฮ่องกง และชาวไต้หวัน จะชื่นชอบรับประทานเนื้องูเป็นอย่างมาก ซึ่งอันที่จริงแล้ว ทางกรมอุทยานฯ ไม่อนุญาตให้นำงูที่ยังมีชีวิตอยู่มาทำการค้า แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มลักลอบทำเป็นขบวนการส่งออกงูไปยังต่างประเทศ

“ในกรณีที่งูโผล่ส้วม หรือโผล่บริเวณใดๆ ก็ตามในพื้นที่รอบบ้านของท่าน ซึ่งท่านตัดสินใจที่จะไม่ฆ่า แต่ท่านกลับจับงูมาขาย หากท่านกระทำเช่นนี้ จะถือว่าเข้าข่ายกระทำความผิดเช่นกัน เนื่องจากท่านจับงูมาพื่อหาประโยชน์ในทางการค้า หรือในกรณีที่ท่านนำงูมากักขัง หรือเลี้ยงไว้ในกรง ก็ไม่สามารถกระทำได้เช่นกัน” ท่านรองอธิบดีกรมอุทยานฯ เขาว่ามาอย่างนี้ ชาวกินเนื้องูมาฟังไว้ด้วยเจ้าค่ะ

ขณะที่ นายสัตวแพทย์ แห่งสถานเสาวภา ได้บอกเล่าคุณประโยชน์ของพี่งูที่เห็นได้ชัดๆ ประจักษ์ต่อสายตาว่า งู คือ สัตว์ควบคุมประชากรหนู ซึ่งงูเป็นสัตว์ที่ทำให้หนูไม่แพร่ระบาดมากเสียจนเกินไป และควบคุมสัตว์ฟันแทะที่สามารถแพร่เชื้อโรคร้ายมาสู่คน

คุณกลัวเขา เขาก็กลัวคุณ
เขาฆ่าคุณได้ คุณก็ฆ่าเขาได้
เขาคิดไม่ได้ แต่อย่าลืมว่า คุณคิดได้
เพราะฉะนั้น จงเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน
~เจ๊ดำ~

  • สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์
    สามารถส่งเรื่องราวหรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่
 reporter.thairath@gmail.com
    หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ

ช่วงนี้ไม่ว่าเจ๊ดำจะชำเลืองซ้าย ชะม้ายตาขวาก็เจอแต่งูโผล่ชักโครก โผล่ส้วม โผล่ฝ้า โผล่เพดาน โผล่รถ สารพันจุดนัดโผล่ระหว่างงูกับคน... 7 มิ.ย. 2559 17:40 8 มิ.ย. 2559 12:46 ไทยรัฐ