วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ขายข้าวตันละ 8 หมื่นบาท

“จบวิศวะอุตสาหกรรม เป็นผู้จัดการโรงงานเงินเดือน 60,000 บาท ค่าใช้จ่ายสูง ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ จิปาถะ เงินเดือนไม่เหลือเก็บ แต่พอได้ไปดูโครงการเกษตรพอเพียง ได้ข้อคิดหากลดต้นทุนทำนาได้ ถึงแม้ข้าวจะราคาตก ไม่มีคำว่าขาดทุนแน่ จึงตัดสินใจกลับชัยนาท ทำนาบนที่ดินกว่า 20 ไร่”

ปรีดาธพันธุ์ จันทร์เรือง อายุ 40 ปี อดีตผู้จัดการโรงงาน ปัจจุบันยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ต.ท่าชัย อ.เมืองชัยนาท บอกว่า ตอนกลับมาใหม่ๆ พ่อแม่ก็งง มีเงินเดือนสูง ออกมาทำไม แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร...จึงขอแบ่งพื้นที่มาทำนาแค่ 4 ไร่ ปลูกข้าวไรซ์เบอรี่ กับข้าวสินเหล็กอย่างละ 1 ไร่ และข้าวหอมมะลิ 105 อีก 2 ไร่

ลดต้นทุนด้วยการไม่ใช้สารเคมี ใช้แต่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก โรคแมลงแก้ด้วยเชื้อราบิเวอร์เรียกับไตรโคเดอร์มา ได้ผลผลิตเฉลี่ยไร่ละ 900 กก.

วาดฝันไว้สวยหรูตั้งราคาขายไรซ์เบอรี่ กก.ละ 120 บาท สินเหล็ก กก.ละ 100 บาท หอมมะลิ 105 กก.ละ 60 บาท

“ผลผลิตออกมาช่วงแรกเอาข้าวไปขายตามตลาดนัด ราคาไม่ได้ตามเป้า ได้เท่ากับข้าวทั่วไป ไม่ค่อยมีคนซื้อเพราะแพง แต่เมื่อมาคิดว่า ข้าวของเราไม่ได้ใส่ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ทำไมเราต้องเอาของดีไปวางขายรวมกับข้าวคนอื่น เลยสมัครเป็นสมาชิกยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ของกรมส่งเสริมการเกษตร ได้รับการแนะนำให้รวมกลุ่มกันอีกหลายคน เลยมาตั้งเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษเมืองชัยนาท ขายข้าวผ่านอินเตอร์เน็ต และขายผ่านโครงการผูกปิ่นโตข้าว กลุ่มจิตอาสาที่เข้ามาช่วยเหลือชาวนา ทำมา 2 ปีกว่า มีออเดอร์สั่งเข้ามามากจนไม่พอขาย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ วันนี้ต้องปลูกเพิ่มเป็น 10 กว่าไร่ ผลผลิตออกมาเท่าไหร่ไม่พอขาย เพราะโครงการผูกปิ่นโตข้าวมาช่วยด้านการตลาดติดต่อลูกค้าให้เรา และแนะนำให้ควบคุมปริมาณผลผลิต ปลูกเท่าที่ตลาดต้องการเท่านั้น”

ปรีดาธพันธุ์ ขยายความถึงการขายข้าวให้ได้ราคาดี เราต้องทำให้ผู้ซื้อ ผู้บริโภคเขาเห็นจริงๆ ในแต่ละปีเราปลูกข้าวเพียง 2 รอบ นาปีปลูกข้าว หอมมะลิ ส่วนนาปรังปลูกข้าวไรซ์เบอรี่กับข้าวสินเหล็ก ได้ผลผลิตมาเท่าไหร่ จะเก็บไว้ที่ไหน ต้องจดบันทึกไว้ ให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ จากนั้นถ่ายรูปพร้อมส่งข้อมูลทั้งหมดให้โครงการผูกปิ่นโตข้าว ซึ่งเป็นผู้รวบรวมรายชื่อลูกค้า ติดต่อผู้ซื้อให้กับเรา โดยให้ลูกค้าโอนเงินมาเข้าบัญชีก่อน

ข้าวทุกพันธุ์ขายในราคา กก.ละ 80 บาท หรือตันละ 80,000 บาท พร้อมค่าจัดส่ง...แต่ละเดือนจะมีออเดอร์อย่างน้อย 600-1,000 กก.

“นอกจากนี้ การขายทางอินเตอร์เน็ตยังทำให้เรามีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติอีกด้วย สนใจมาเที่ยวชม ร่วมปลูกข้าวกับพวกเราแบบโฮมสเตย์ และเมื่อถึงเวลาเกี่ยวข้าว เขาก็พากันกลับมาเกี่ยวข้าวกลับไปกินที่บ้านกันเป็นจำนวนมาก ยิ่งทำให้ลูกค้ารายใหม่แบบนี้เพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ จนไม่ต้องนำข้าวไปขายตามตลาดอีกแล้ว”

และในฐานะประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนส่งเสริม กสิกรรมไร้สารพิษเมืองชัยนาท ฝากเตือนเพื่อนชาวนาที่สนใจทำนาแบบนี้...พึงระลึกไว้ว่าจะต้องรักษาคุณภาพข้าวให้ดี ไม่โลภมาก อย่าไปเอาข้าวที่อื่นมาหลอกขายผู้บริโภค ต้องเป็นข้าวที่ปลูกในแปลงของเราจริงๆ การทำนาแบบนี้ถึงจะไปรอด...อยากเรียนรู้ศึกษาเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ติดต่อได้ที่ 08-9675-7606.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

“จบวิศวะอุตสาหกรรม เป็นผู้จัดการโรงงานเงินเดือน 60,000 บาท ค่าใช้จ่ายสูง ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ จิปาถะ เงินเดือนไม่เหลือเก็บ แต่พอได้ไปดูโครงการเกษตรพอเพียง ได้ข้อคิดหากลดต้นทุนทำนาได้ ถึงแม้ข้าวจะราคาตก ไม่มีคำว่าขาดทุนแน่.. 7 มิ.ย. 2559 13:56 7 มิ.ย. 2559 13:59 ไทยรัฐ