วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กำนันหนุ่มนักเรียนนอก รัฐสภา (กำนันบ่วง) นพเกตุ เลือกเดินตามรอยบรรพบุรุษด้วยใจรัก และสุขใจที่ได้ทำ

เกิดมาในครอบครัวข้าราชการส่วนท้องที่ ได้ซึมซับการทำงานช่วยชาวบ้านมาตั้งแต่เกิด รัฐสภา นพเกตุ จึงเลือกเส้นทางชีวิตตามรอยบรรพบุรุษ เป็นกำนันหนุ่มรุ่นใหม่ ที่ทุ่มเทใจในการทำงานรัฐสภา หรือ กำนันบ่วง ที่ชาวบ้านหัวสำโรงเรียกอย่างคุ้นเคย ได้เล่าเส้นทางชีวิตว่า เป็นกำนันตำบลหัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา มา 2 ปีแล้ว โดยเขาเกิดมาในครอบครัวที่เป็นกำนันกันทั้งตระกูล ตั้งแต่คุณปู่ (กำนันกระจ่าง) แล้วสืบทอดมายังคุณลุง (กำนันกมล) และคุณพ่อของเขา (กำนันสมบัติ) แล้วถึงตกทอดมายังตัวเขา ซึ่งเป็นลูกชายคนโต แต่เป็นลูกคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 4 คน ของกำนันสมบัติ และคุณแม่จันทนา นพเกตุ

กำนันบ่วง-รัฐสภา เล่าต่ออีกว่า ตนเรียนที่ ร.ร.สาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร แล้วเข้าเรียนโรงเรียนนานาชาติ ISR ที่พัทยา และมาจบปริญญาตรี นิเทศศาสตร์โฆษณา มหาวิทยาลัยรังสิต และไปต่อปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแซมเบีย นิวคาสเซิล ประเทศอังกฤษ และขณะนี้กำลังเรียนปริญญา เอกที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

“ผมเคยทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประสานงานด้านการต่างประเทศ ที่ บมจ.ราชบุรีโฮลดิ้ง ทำอยู่ 3 ปี คุณพ่อท่านกำลังจะเกษียณ เลยมาถามผมว่า อยากเป็นกำนันไหม ด้วยความที่ผมโตมากับครอบครัวที่เป็นกำนันกันทั้งตระกูล ผมเลยรับปาก แบบไม่ต้องคิดมาก เพราะส่วนหนึ่งเป็นงานที่เราชอบ เพราะถึงแม้จะเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ แต่พอปิดเทอมผมก็กลับไปใช้ชีวิตแบบลูกทุ่ง บางคนอาจคิดว่าผมติดหรู แต่ผมว่าก็ขึ้นอยู่กับตัวเรา คืองานนี้ เงินเดือนก็ไม่ได้มาก ถ้าไม่ชอบมาจากข้างในตัวเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา คนก็ต้องเห็นครับ” กำนันหนุ่มนักเรียนนอก บอกถึงเหตุผลที่มาทำงานปกครอง

กำนันหนุ่มวัย 31 ปี ยังเล่าด้วยว่า ถ้าอาศัยเงินเดือนกำนันอย่างเดียวคงอยู่ไม่ได้ ตนจึงต้องดูแลธุรกิจของครอบครัวควบคู่ไปด้วย ทั้งทำสวนยางพารา ทำไร่ รวมทั้งบริษัทรักษาความปลอดภัย สำหรับตำแหน่งกำนันนั้นทำด้วยใจ ทำเป็นงานหลัก งานที่บ้านเป็นงานเสริม ซึ่งอาจจะมองต่างไปจากคน ในรุ่นเดียวกันที่อยากประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจ

“การทำงานก็ยึดตามที่คุณพ่อสอนตลอด ให้ทำงานตามกำลัง ความสามารถของเรา ซึ่งการทำงานในยุคนี้ ผมจะไม่รอให้ชาวบ้านมาหา แต่ผมจะปั่นจักรยานไปเยี่ยม ไปถามสารทุกข์สุกดิบเขา แล้วผมก็ใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ เปิดเฟซบุ๊ก ให้ชาวบ้านส่งเรื่องร้องทุกข์มาได้เลยด้วย เวลาใครมีปัญหาตรงไหน เราจะได้ช่วยแก้ได้ทันเวลา”

เมื่อถามถึงความภูมิใจในการเป็น “กำนัน” ของหนุ่มไฟแรงคนนี้ เขาบอกว่า “รู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานที่เป็นประโยชน์แก่สังคม ผมรู้สึกสนุก และมีความสุข งานแบบนี้ถ้าไม่พร้อม ใจไม่รักก็คงทำได้ไม่นาน เวลาทำงานได้ช่วยเหลือชาวบ้าน แค่ได้ยินเพียงคำพูดว่า “ขอบคุณ” เราก็รู้สึกชื่นใจแล้วครับ”.....อีกหนึ่งมุมมองของหนุ่มรุ่นใหม่ที่มองหางานที่ใช่ สร้างประโยชน์แก่สังคม สร้างความสุขให้กับตัวเอง.

เกิดมาในครอบครัวข้าราชการส่วนท้องที่ ได้ซึมซับการทำงานช่วยชาวบ้านมาตั้งแต่เกิด รัฐสภา นพเกตุ จึงเลือกเส้นทางชีวิตตามรอยบรรพบุรุษ เป็นกำนันหนุ่มรุ่นใหม่ ที่ทุ่มเทใจในการทำงานรัฐสภา หรือ กำนันบ่วง 7 มิ.ย. 2559 13:32 ไทยรัฐ