วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เอกอัครราชทูตจีนประจำไทย เรียกร้องอาเซียนร่วมรักษาความมั่นคงทะเลจีนใต้

เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เขียนบทความชี้แจง กรณีข้อพิพาทแย่งชิงหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ ที่กำลังทวีความร้อนระอุมากขึ้น เรียกร้องให้จีนและอาเซียนควรร่วมมือกันรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค ชี้ปัญหาทะเลจีนใต้ถูกปั่นกระแสอย่างเอิกเกริก และสื่อบางแห่งพุ่งเป้าโจมตีจีน 


เมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 59 ฯพณฯ หนิง ฟู่ ขุย เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เขียนบทความ เรื่อง ‘จีนและประเทศอาเซียนควรร่วมมือพิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของทะเลจีนใต้’ ชี้ให้ตระหนักถึงความสำคัญ ที่จีนและประเทศในอาเซียน ควรร่วมมือกันรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค โดยเฉพาะทะเลจีนใต้ ซึ่งเป็นช่องทางคมนาคมอันสำคัญ เชื่อมต่อสู่มหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในทะเลจีนใต้ที่กำลังทวีสูงขึ้น  

* จีนและประเทศอาเซียนควรร่วมมือพิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของทะเลจีนใต้

ทะเลจีนใต้เป็นช่องทางคมนาคมอันสำคัญที่เชื่อมต่อมหาสมุทรแปซิฟิกและมหาสมุทรอินเดีย และก็เป็นสายสัมพันธ์อันสำคัญในการเชื่อมต่อประเทศจีนและบรรดาประเทศอาเซียน ประเทศจีนจักพิทักษ์อธิปไตยเหนือดินแดนและสิทธิประโยชน์ที่ชอบธรรมของตนในทะเลจีนใต้ ขณะเดียวกัน ประเทศจีนให้ความสำคัญอย่างสูงในการพัฒนาความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านและจัดการแก้ไขปัญหาทะเลจีนใต้อย่างรอบคอบ ในช่วงเวลาอันใกล้ที่ผ่านมา ปัญหาทะเลจีนใต้ถูกปั่นกระแสอย่างเอิกเกริก บางประเทศและบางสื่อพุ่งเป้ามาที่ประเทศจีน เห็นผิดเป็นชอบ กลับขาวเป็นดำ ทำให้ปัญหาทะเลจีนใต้ทวีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ข้าพเจ้ายินดีที่จะใช้โอกาสนี้ ชี้แจงประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวกับทะเลจีนใต้ และอธิบายจุดยืนที่ประเทศจีนได้ยึดถือมาโดยตลอด


1. ความเป็นมาของปัญหาทะเลจีนใต้

อำนาจอธิปไตยและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องในทะเลจีนใต้ของประเทศจีนนั้น ก่อเกิดขึ้นท่ามกลางประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และทางกฎหมายมากเพียงพอ ซึ่งรัฐบาลจีนทุกยุคทุกสมัยได้ยึดถือโดยตลอด เกาะต่างๆ ในทะเลจีนใต้เป็นดินแดนของประเทศจีนตั้งแต่โบราณกาล ประชาชนจีนได้ค้นพบ ตั้งชื่อและพัฒนาเกาะต่างๆ ในทะเลจีนใต้ก่อนชาติอื่น รัฐบาลจีนได้ใช้อำนาจบริหารต่อเกาะต่างๆ ในทะเลจีนใต้อย่างสันติ มีประสิทธิภาพและอย่างต่อเนื่องก่อนประเทศอื่น

หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุดลง ประเทศญี่ปุ่นได้ปฏิบัติข้อตกลงตามปฏิญญากรุงไคโรและแถลงการณ์พอทสดัม คืนดินแดนจีนที่ได้ยึดครองไว้ให้กับประเทศจีน ซึ่งรวมทั้งหมู่เกาะหนันซาด้วย ประเทศจีนได้หมู่เกาะหนันซาคืนมาและมีการเรียบเรียงตั้งชื่อ ประกาศแผนที่ กำหนดเขตบริหาร และตั้งทหารประจำการ ฯลฯ ประกาศอำนาจอธิปไตยและเสริมสร้างความเข้มแข็งในการบริหาร ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 เป็นต้นมา ประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศเริ่มเรียกร้องสิทธิ์ครองดินแดนเกาะและโขดหินในหมู่เกาะหนันซา และทยอยใช้กำลังยึดเกาะและโขดหินในหมู่เกาะหนันซา นี่คือความเป็นมาของข้อพิพาทหมู่เกาะหนันซา

สำหรับข้อพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้านในอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนนั้น ประเทศจีนได้ใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างมาก ในฐานะเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ ฝ่ายจีนมีท่าทีชัดเจนในปัญหาทะเลจีนใต้ ซึ่งก็คือคัดค้านการใช้กำลังทหารหรือคุกคามด้วยกำลังทหาร ยืนหยัดในการแก้ไขข้อพิพาทด้วยการเจรจาหารืออย่างสันติและเท่าเทียมกัน พิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของทะเลจีนใต้ด้วยความร่วมมือและการเจรจาจนกว่าปัญหาทะเลจีนใต้ได้รับแก้ไข ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา โดยการเสนอและผลักดันจากฝ่ายจีน ประเทศจีนได้ประสานกับประเทศอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้อย่างเป็นมิตร สร้างกลไกสนทนาและการแลกเปลี่ยนในประเด็นทะเลจีนใต้ ดำเนินความร่วมมือเชิงรูปธรรมทางทะเล ได้แสดงความปรารถนาดีและความจริงใจในการรักษาความสัมพันธ์ฉันมิตร และพิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของทะเลจีนใต้


2. ประเทศจีนเป็นผู้ปฏิบัติและผู้พิทักษ์กฎหมายระหว่างประเทศ

มีบางคนกล่าวว่าประเทศจีนยืนยันอำนาจอธิปไตยเหนือทะเลจีนใต้ทั้งหมด และต้องการเอาทะเลจีนใต้กลายเป็นทะเลสาบปิดของตน ซึ่งไม่เป็นความจริง ประเทศจีนยืนยันอำนาจอธิปไตยเหนือหมู่เกาะหนันซาและน่านน้ำในบริเวณนั้น แต่ไม่ใช่ทะเลจีนใต้ทั้งหมด ฝ่ายจีนยืนยันที่จะแก้ไขปัญหาข้อพิพาทด้วยการเจรจา โดยยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศและบนพื้นฐานของการเคารพความเป็นจริงทางประวัติศาสตร์


ปี 2013 ประเทศฟิลิปปินส์ได้ยื่นคำขอโดยฝ่ายเดียวให้ศาลใช้อำนาจอนุญาโตตุลาการในปัญหาทะเลจีนใต้ ซึ่งแก่นแท้ที่ฟิลิปปินส์เรียกร้องคือปัญหาเกี่ยวกับอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนและปักปันเขตแดนทางทะเล อำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนไม่อยู่ในขอบเขตอำนาจของอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล และฝ่ายจีนได้ออกแถลงการณ์ยกเว้นตามมาตรา 298 ของอนุสัญญาฯ ในปี 2006 โดยระบุว่าข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการปักปันเขตแดนทางทะเล อ่าวทางประวัติศาสตร์หรือสิทธิครอบครอง การปฏิบัติการทางทหารและทางกฎหมาย จะไม่อยู่ในขอบเขตการแก้ไขปัญหาตามอนุสัญญาฯ

เรื่องที่ขอชี้แจงเพิ่มเติมก็คือ ขณะนี้ มีประเทศต่าง ๆ 30 กว่าประเทศรวมทั้งประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์ยกเว้นในลักษณะใกล้เคียงกัน เพราะฉะนั้น ที่ฝ่ายจีนไม่เข้าร่วม ไม่ยอมรับคดีอนุญาโตตุลาการในทะเลจีนใต้ที่ฟิลิปปินส์ยื่นฟ้องนั้น สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมายระหว่างประเทศ ไม่ว่าศาลจะตัดสินอย่างไร ฝ่ายจีนก็จะไม่ยอมรับ


3. เจรจาหารือเป็นหนทางในที่สุด พัฒนาร่วมกันเป็นทางออกที่ยึดความเป็นจริง

ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1950 เป็นต้นมา ประเทศจีนได้ลงนามในสนธิสัญญาชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 12 ประเทศในทั้งหมด 14 ประเทศที่มีชายแดนติดกัน ได้มีการปักปันเขตแดน และรังวัดพรมแดนยาวถึง 20,000 กว่ากิโลเมตร ประเทศจีนได้เจรจากับประเทศเวียดนามนานถึง 20 กว่าปี ในที่สุดก็มีการปักปันเขตแดนทางทะเลในอ่าว เป่ย ปู้ ทั้งหมดนี้เป็นประสบการณ์ทางการทูตอันสำเร็จที่ประเทศจีนแก้ไขข้อพิพาทเหนือดินแดนด้วยการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน

ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 เป็นต้นมา ประเทศจีนได้รณรงค์พัฒนาร่วมกันในทะเลจีนใต้ และได้หารือกับประเทศเวียดนาม ฟิลิปปินส์ บรูไน อย่างเป็นรูปธรรม บริษัทน้ำมันของจีน เวียดนามและฟิลิปปินส์ได้ลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการทำงานด้านแผ่นดินไหวทางทะเลร่วมกัน ผลักดันพัฒนาทรัพยากรน้ำมันและก๊าซธรรมชาติร่วมกัน เมื่อเดือนธันวาคมปี 2015 จีนและเวียดนามได้ประกาศเริ่มการทำงานในการสำรวจน่านน้ำนอกปากอ่าวเป่ย ปู้ และงานดังกล่าวจะเสร็จสิ้นเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นการปูพื้นฐานสู่การปักปันเขตแดนและพัฒนาร่วมกันในน่านน้ำระหว่างจีนกับเวียดนาม

กรณีดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ขอให้ประเทศคู่กรณีตั้งเจตนาเอาไว้ ปัญหาอ่อนไหวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเหนือดินแดน การปักปันเขตแดนทางทะเลนั้น ก็จักได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการเจรจาหารือประเทศจีนจักยืนหยัดท่าทีที่เน้นรูปธรรม ร่วมมือกับประเทศที่เกี่ยวข้อง ผลักดันการพัฒนาร่วมกัน ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรด้วยกัน บรรลุซึ่งอำนวยประโยชน์แก่กันและชนะด้วยกัน และปูพื้นฐานทางเศรษฐกิจเพื่อให้ทะเลจีนใต้มีความมั่นคงอย่างยั่งยืน


4. ประเทศจีนมีความตั้งใจแน่วแน่ในการพิทักษ์เสรีภาพในการเดินเรือและการบิน การพัฒนาเกาะโขดหินของฝ่ายจีนไม่ใช่ขยายแสนยานุภาพ

ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เรือรบและเครื่องบินรบบางประเทศใช้เสรีภาพในการเดินเรือและการบินเป็นข้ออ้าง เข้าใกล้หรือแม้กระทั่งเข้าไปในบริเวณน่านน้ำ น่านฟ้าของเกาะโขดหินของประเทศจีน เพื่อดำเนินการการยั่วยุทางทหารที่อันตราย บางประเทศเสริมความแข็งแกร่งการทหารในภูมิภาคนี้ โดยอ้างว่าประเทศจีนพัฒนาเกาะโขดหินเพื่อขยายแสนยานุภาพ (Militarization)

ประเทศจีนยินดีร่วมมือกับประเทศต่างๆ ตามชายฝั่ง เพื่อพิทักษ์เสรีภาพในการเดินเรือ การบินตามสิทธิ์พึงมีตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างแน่วแน่ ขณะเดียวกัน ประเทศต่างๆ ก็มีสิทธิและเสรีภาพในการเดินเรือและการบินตามกฎหมายระหว่างประเทศ รวมทั้งอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล แต่ต้องเคารพอำนาจอธิปไตย สิทธิอธิปไตยและความปลอดภัยของประเทศชายฝั่งด้วย ฝ่ายจีนคัดค้านบางประเทศที่ส่งเรือรบเข้าไปในน่านน้ำของประเทศอื่น เพื่อสอดแนมอย่างเข้มข้นในระยะใกล้ โดยใช้เสรีภาพในการเดินเรือและการบินเป็นข้ออ้าง

ประเทศจีนไม่ใช่ประเทศแรกที่มีการพัฒนาเกาะโขดหินในหมู่เกาะหนัน ซา ประเทศอ้างสิทธิที่เกี่ยวข้องเริ่มก่อสร้างก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว และได้สร้างสนามบินและท่าเรือเพื่อการทหารด้วย ความเป็นจริงก็คือ ชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในเกาะและโขดหินของประเทศจีนนั้นยากลำบากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น วัตถุประสงค์ดั้งเดิมในการพัฒนาเกาะและหินโขดของจีนคือปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ให้ดีขึ้น และสร้างอุปกร์ที่อำนวยความสะดวกแก่พลเรือน ทุกประเทศย่อมมีสิทธิในการคุ้มครองและป้องกันตนเองตามกฎหมายระหว่างประเทศมอบไว้ การสร้างอุปกรณ์ป้องกันตนเองที่จำเป็นในเกาะและโขดหินในหมู่เกาะหนันซานั้น ก็เพื่อป้องกันความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ประเทศจีนที่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีปัญหาขยายแสนยานุภาพอย่างที่ถูกกล่าวหา


5. การพิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงในทะเลจีนใต้สอดคล้องผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศจีนและประเทศอาเซียน

หลายปีที่ผ่านมา ประเทศจีนและประเทศอาเซียนได้รักษาการพัฒนาและความเจริญรุ่งเรือง ซึ่งเป็นผลที่มาจากภาวะแวดล้อมที่สันติและมีความมั่นคงในภูมิภาค ถ้าสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ไร้เสถียรภาพก็จะส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของทุกประเทศที่อยู่ในภูมิภาคนี้ ประเทศจีนและอาเซียนเป็นหุ้นส่วนความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญต่อกัน ความสัมพันธ์จีน-อาเซียนไม่ควรและไม่สามารถได้รับความเสียหายจากปัญหาทะเลจีนใต้ 

เมื่อปี 2002 ประเทศจีนและประเทศอาเซียนได้ลงนามใน ปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ ซึ่งมีสาระสำคัญที่สุดก็คือ ประเทศคู่กรณีจะแก้ไขข้อพิพาทด้วยการเจรจา ประเทศจีนและประเทศอาเซียนเห็นด้วยที่จะรักษาความอดทนอดกลั้น เสริมสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมทางทะเล ปรึกษาหารือในการจัดทำ แนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้ พิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงในทะเลจีนใต้ นี่เป็นเอกสารทางการเมืองฉบับแรกที่ประเทศจีนและประเทศอาเซียนได้ลงนามเกี่ยวกับปัญหาทะเลจีนใต้ และเป็นกติกาสำคัญที่สุดที่มีอยู่ในปัจจุบัน เป็นฐานสำคัญสำหรับสันติภาพและความมั่นคงของทะเลจีนใต้ ตั้งแต่มีการลงนามในปฏิญญาฯ ประเทศจีนและประเทศอาเซียนได้มีการหารือสนทนา มีความร่วมมือทางทะเล เกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ และบรรลุความเข้าใจตรงกัน

ภายใต้สถานการณ์ใหม่ ประเทศจีนและประเทศอาเซียนควรคำนึงถึงผลประโยชน์ขั้นพื้นฐานของตนเอง ยึดถือแนวทาง Dual Track ที่ประเทศอาเซียนริเริ่มและฝ่ายจีนเห็นชอบ (ซึ่งได้แก่ข้อพิพาทหมู่เกาะหนันซาควรให้ประเทศที่เกี่ยวข้องโดยตรงเจรจาหารือเพื่อแก้ไข ประเทศจีนและประเทศอาเซียนควรร่วมกันพิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของทะเลจีนใต้) ร่วมมือกันอย่างจริงใจต่อไป ให้การปฏิบัติตามปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้และหารือจัดทำแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้เป็นเวทีหลักในการพิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของทะเลจีนใต้ ภายใต้กรอบการปฏิบัติตามปฏิญญาฯ อย่างทั่วด้านและมีประสิทธิผล เสริมสร้างร่วมมือที่เป็นรูปธรรม และบรรลุแนวปฏิบัติในทะเลจีนใต้โดยเร็วบนพื้นฐานการหารืออย่างเป็นฉันทามติ เพื่อเป็นการปูพื้นฐานที่แข็งแกร่งแห่งความเจริญรุ่งเรืองของจีนและประเทศอาเซียนอย่างยั่งยืน

ประเทศไทยเป็นสมาชิกสำคัญของอาเซียน ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอยากเห็นประเทศไทยยึดถือจุดยืนที่เป็นธรรมและหลักความเป็นจริงในปัญหาทะเลจีนใต้ สร้างคุณูปการในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างจีนและประเทศอาเซียนในการแก้ไขปัญหาทะเลจีนใต้ พิทักษ์สันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค ส่งเสริมความร่วมมือและการพัฒนาของภูมิภาค และรักษาการพัฒนาอย่างยั่งยืนของความสัมพันธ์จีน-อาเซียน

เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เขียนบทความชี้แจง กรณีข้อพิพาทแย่งชิงหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ ที่กำลังทวีความร้อนระอุมากขึ้น เรียกร้องให้จีนและอาเซียนควรร่วมมือกันรักษาสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค 7 มิ.ย. 2559 11:33 7 มิ.ย. 2559 12:01 ไทยรัฐ