วันจันทร์ที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“นักลงทุนไทย” ต้องคิดใหม่ทำใหม่

โดย สายล่อฟ้า

ปัญหาที่ดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง นอกจากความขัดแย้งแล้ว เรื่องเศรษฐกิจปากท้องของชาวบ้านก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องใช้ความพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น

เพราะถ้าเศรษฐกิจดีขึ้นอะไรต่อมิอะไรมันก็ดีขึ้นมาทันตาเห็นและเป็นคำตอบถึงความมั่นคงและความเชื่อมั่นที่ต่อ คสช.เองและประเทศชาติ

ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ต้องยอมรับว่า ปัญหาการเมืองยังอยู่ในวังวนเหมือนเดิม เพราะทุกฝ่ายต่างก็มุ่งไปสู่เรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา

หากสามารถสร้างบรรยากาศทางการเมืองให้ดีขึ้น ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตามย่อมส่งผลดีต่อประเทศโดยส่วนรวมอย่างไม่ต้องสงสัย

เป็นเรื่องที่รัฐบาล คสช.จะต้องทบทวนเรื่องนี้ด้วย

ฝ่ายตรงข้าม คสช.นั้นไม่ต้องพูดถึงเนื่องจากต้องการดิสเครดิตทุกวิถีทางโดยไม่ได้มองถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น

อยู่ที่ว่า คสช.จะต้องไม่ไปตอแยมากนัก อย่าไปให้ความสำคัญจนกลายเป็นวาทกรรมโต้แย้งกันทุกวัน

เมื่อบรรยากาศเป็นไปอย่างนี้ย่อมไม่เกิดผลดีแม้แต่น้อย

สถาบันการจัดการนานาชาติ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ได้จัดอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยปี 2559 ปรากฏว่า ดีขึ้น มาอยู่ที่ 28 เพิ่มขึ้นมา 2 อันดับจากปีก่อน

ถือเป็นสัญญาณที่ดีทั้งๆที่เป็นเรื่องยากยิ่ง นั่นแสดงว่าความพยายามในการแก้ไขปัญหาต่างๆเป็นในทางที่ดีขึ้นจนส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่น นักลงทุนก็อยากเข้ามาลงทุน ขณะที่ประเทศอื่นๆไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ล้วนลดลงทั้งหมด

นั่นเป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ว่าทิศทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเดินมาถูกทาง

ยิ่งตัวเลขจีดีพีที่สภาพัฒน์ฯให้ความมั่นใจว่า ปีนี้จะขยายตัวได้ 3-3.5% ก็ยิ่งตอกยํ้าว่าหากสามารถต่อยอดให้ยกระดับขึ้นมาได้อีกก็เป็นคำตอบได้ว่าเศรษฐกิจไทยดีขึ้นแน่

แม้ปัจจัยอื่นๆที่ยังเป็นด้านลบ ไม่ว่าจะเป็นการเดินหน้าโครงสร้างพื้นฐานในโครงการลงทุนใหญ่ที่ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างที่ควรจะเป็น ปัญหาด้านการเกษตรที่ยังล้มลุกคลุกคลานมาเจอภัยแล้งเข้าไปอีกยิ่งไปกันใหญ่ เศรษฐกิจโลกก็ยังไม่ดีขึ้น การเมืองก็ยังไม่มีความแน่นอน

เหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องที่จะต้องเร่งแก้ไข

ที่การพูดกันมากว่าแม้เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นก็จริง แต่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะเอกชนที่เร่งเร้ารัฐบาลมาตลอดให้กระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งรัฐบาลก็ทำมาอย่างต่อเนื่อง

ก็มีคำถามว่าแล้วภาคธุรกิจทำอะไรกันบ้าง?

จะเห็นได้ว่าที่ผ่านมา ความสำคัญของภาคเอกชนนั้นมีผลต่อเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ถึงกับพูดว่า รัฐบาลไม่ต้องไปช่วยอะไรเขา เพราะพวกเขาสามารถช่วยตัวเองได้ถือเป็นตัวนำเลยทีเดียว

แต่ในความเป็นจริงแล้ว ภาคธุรกิจเอกชนของไทยไม่เคยที่การเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาด้านเทคโนโลยี ไอที นวัตกรรมใหม่ๆ ความคิดริเริ่มใหม่ๆ การปรับตัวให้รับกับการเปลี่ยนของโลก หาช่องทางเพื่อสร้างธุรกิจใหม่ๆ แล้วแบบนี้จะไปสู้อะไรกับเขาได้

มีแต่ร้องขอแต่ไม่เคยปรับเปลี่ยนตัวเองแล้วจะไปสู้อะไรกับเขาได้ ปัญหาการส่งออกเป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ไม่สามารถสู้กับเขาได้

ยิ่งปัจจุบันภาคธุรกิจเอกชนของไทยมีเม็ดเงินจำนวนมาก แต่ไม่ยอมลงทุน ไม่กล้าเสี่ยง ไม่มีความเชื่อมั่นแล้วเศรษฐกิจจะเดินหน้าไปได้อย่างไร ทั้งๆที่รัฐบาลพยายามที่ช่วยเหลือทุกอย่าง

ทุกอย่างจะต้องเดินหน้าร่วมกันทุกองคาพยพ เพราะมิฉะนั้นแล้วมันไปไม่ได้แล้วก็มาโทษมาเรียกร้องรัฐบาล โดยไม่ได้ดูตัวเองว่าทำอะไรกันบ้าง

โทษทุกอย่างแต่ไม่เคยโทษตัวเองแล้วจะอยู่กันได้อย่างไรล่ะครับ...

“สายล่อฟ้า”

7 มิ.ย. 2559 11:23 7 มิ.ย. 2559 11:23 ไทยรัฐ