วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนไทยติดช็อปนอกอันดับ 1 โลก

คุณทศ จิราธิวัฒน์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล ไปพูดเรื่อง “การลงทุนภายใต้บริบทใหม่ของโลก” ของ กลุ่มเซ็นทรัล ให้ นักศึกษาสถาบันวิทยาการธุรกิจและอุตสาหกรรม วธอ. รุ่นที่ 3 ฟังวันก่อน คุณทศ ได้เปิดเผยข้อมูลอันน่าสนใจจาก Global Blue บริษัทคืนภาษีมูลค่าเพิ่มในสนามบินต่างๆ ในยุโรปที่คนไทยนักช็อปรู้จักกันดีว่า ปี 2014 นักช็อปไทยทำสถิติใช้เงินช็อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีเฉลี่ยมากเป็นอันดับ 1 ของโลก โอ้ แม่เจ้า จะช็อปอะไรมโหฬารขนาดนั้น

ถ้าได้อ่านคอลัมน์ “โสมชบา” แล้วจะรู้ว่า คนไทยไปยุโรปช็อปแหลกจริงๆ โดยเฉพาะคุณผู้หญิงที่พ่อแม่รวย สามีรวย ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมใบละหลายแสน ใบละล้านเป็นว่าเล่น ซื้อครบทุกสีหอบหิ้วทีละหลายกระเป๋า ไม่รู้นำเข้าประเทศไทยได้ยังไงโดยไม่ต้องเสียภาษี

จากข้อมูลของ Global Blue นักช็อปไทยยังทำสถิติน่าทึ่งอีกหลายอย่าง ที่สวนทางกับเศรษฐกิจอันป้อแป้ของไทยโดยสิ้นเชิง โกลบอล บลู ระบุว่า ปี 2014 คนไทยใช้จ่ายเงินช็อปปิ้งในต่างประเทศสูงถึง 170,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อน ตัวเลขนี้นับเฉพาะวงเงินที่ไปขอภาษีคืนนะครับ ส่วนใน ปี 2013 นักช็อปไทยก็ทำสถิติช็อปสินค้าแบรนด์หรูเป็นอันดับ 6 ของโลก น้อยหน้าใครเสียเมื่อไหร่

ผมลองพลิกกลับไปดู จีดีพีประเทศไทยปี 2014 พบว่ามีการ ขยายตัวเพียง 0.7% เท่านั้น เพราะเศรษฐกิจไม่ดี แต่คนไทยกลับขนเงินไปช็อปปิ้งในต่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 9% สวนทางกับจีดีพีในประเทศอย่างไม่เห็นฝุ่น แม้แต่ปีนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะโตถึง 3% หรือไม่

ข้อมูลนักช็อปคนไทยที่ คุณทศ จิราธิวัฒน์ นำมาเล่าเป็นตัวอย่างในห้องเรียน วธอ.3 นั้น ไม่ได้มีเจตนาจะว่าใคร แต่นำมาเป็นข้อมูลอ้างอิงถึงเหตุผลที่ กลุ่มเซ็นทรัลไปลงทุนซื้อห้างสรรพสินค้าในยุโรป แต่ไม่กี่ปี กลุ่มเซ็นทรัลซื้อห้างสรรพสินค้าเก่าแก่ ในยุโรปไปถึง 7 ห้างแล้ว นอกจาก ห้างรินาเซนเต้ ใน มิลาน ที่คนไทยรู้จักกันดี เพราะอยู่ติด ปราสาทดูโอโม มหาวิหารแห่งมิลาน กลุ่มเซ็นทรัล ยังไปซื้อห้างสรรพสินค้าใน กรุงโรม อีก 1 แห่งใน เยอรมนี อีก 4 แห่ง และใน เดนมาร์ก อีก 1 แห่ง

เศรษฐกิจในยุโรป ก็เหมือน เศรษฐกิจไทย โตขาเดียวคือ การท่องเที่ยว แม้เศรษฐกิจยุโรปจะตกต่ำมาหลายปี แบงก์ชาติยุโรปอัดฉีดเงินใหม่เข้าไปไม่รู้กี่ล้านล้านยูโร ลดดอกเบี้ยจนติดลบ เศรษฐกิจยุโรปก็ไม่ฟื้น แต่การท่องเที่ยวกลับโตสวนเศรษฐกิจ นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวยุโรปมากที่สุด ใช้จ่ายเงินช็อปปิ้งมากที่สุด ก็คือ นักท่องเที่ยวจีน

จากข้อมูลที่ คุณทศ จิราธิวัฒน์ นำมาบรรยาย ในช่วงปี 2014-2015 นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 64% สูงมาก แต่กลับใช้จ่ายซื้อสินค้าจากประเทศไทยเพียง 15% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่านั้น น้อยมากมาก

แต่ นักท่องเที่ยวจีน กลับใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าใน ฮ่องกง สูงถึง 79% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด รองมาเป็น ญี่ปุ่น นักท่องเที่ยวจีนใช้จ่ายเงินซื้อสินค้าสูงถึง 74% ตามด้วย เกาหลีใต้ 55% สหรัฐฯ 50% ฝรั่งเศส 47% แต่ ประเทศไทย แค่ 15% มันน่าเจ็บปวดไหม

ผมคิดว่านี่คือ การบ้านข้อใหญ่ ของ รัฐบาล โดยเฉพาะ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เกิดอะไรขึ้นกับธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย คนจีนมาเที่ยวเมืองไทยมากมาย ทำลายทรัพยากรธรรมชาติไทยยับเยิน จนต้องสั่งปิดเกาะเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ แต่ประเทศไทยกลับได้เงินจากนักท่องเที่ยวจีนแค่ 15% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด

จากข้อมูลของ Bain & Company ระบุว่า ปี 2015 ยอดค้าปลีกสินค้าหรูในยุโรปพุ่งผ่านหลัก 1 ล้านล้านยูโร กว่า 40 ล้านล้านบาทไปแล้ว เฉพาะ เครื่องหนัง เสื้อผ้าแฟชั่น เครื่องสำอาง ยอดขายก็ปาเข้าไป กว่า 253,000 ล้านยูโร กว่า 10 ล้านล้านบาท

เมื่อไหร่ รัฐบาลไทย จะ “ปฏิรูปการท่องเที่ยว” จากการ “นับจำนวนนักท่องเที่ยว” ไปเป็นการ “นับรายได้” เหมือนการท่องเที่ยวในยุโรปเสียทีก็ไม่รู้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

7 มิ.ย. 2559 11:00 ไทยรัฐ