วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เนรมิตแหลมตาชี อัญมณีอ่าวไทย

“เนรมิตแหลมตาชี”...เป็นอัญมณีแห่งท้องทะเลเพื่อการท่องเที่ยวระดับสากล เป็นโปรเจกต์ใหญ่ของจังหวัดปัตตานี เพื่อปลุกบรรยากาศการท่องเที่ยวชายแดนใต้ให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง

ครั้งนี้...ถือเป็นการฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุด โดยใช้ธรรมชาติ ที่ถูกบดบังมานาน ให้กลับมามีชีวิตดุจ...“อัญมณีชายแดนใต้”

สุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีเรียกประชุมระดมความคิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วาระสำคัญมุ่งเน้นการพัฒนาจังหวัดปัตตานีในมิติการท่องเที่ยว

กำหนดยุทธศาสตร์พัฒนา “เศรษฐกิจนำการทหาร” ด้วยกลยุทธ์การท่องเที่ยว

เป้าหมายการพัฒนาแหลมตาชีและถนนวัฒนธรรมหน้าศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ให้เป็นจุดขายดึงดูดนักลงทุน นักท่องเที่ยว เพื่อให้เกิดการใช้จ่าย สร้างรายได้ที่ถาวรแก่ประชาชนชาวปัตตานี ภายใต้คำขวัญ...

“เมืองพหุวัฒนธรรม”

ความคืบหน้าที่เกิดได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการ 3 คณะ...ประกอบด้วยคณะกรรมการอำนวยการนำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีเป็นประธาน มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ทั้ง 3 ท่านเป็นรองประธาน และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นคณะกรรมการ

ส่วน...คณะทำงานพัฒนาแหลมตาชี มีหน้าที่พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวแหลมตาชีอย่างยั่งยืน และคณะทำงานพัฒนาถนนหน้าศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว มีรองผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นหัวหน้าคณะทำงาน เดินหน้าไปสู่เป้าหมายเดียวกัน...เพื่อขับเคลื่อนการปฏิบัติงานในแต่ละด้านให้เป็นไปอย่างมีระบบ

สุริยะ ผู้ว่าฯปัตตานีฝากย้ำว่า ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดที่มีอยู่แล้วอย่างเป็นระบบ “แหลมตาชี”...อำเภอยะหริ่ง หนึ่งเดียวของประเทศที่สามารถเห็นดวงอาทิตย์ขึ้นและดวงอาทิตย์ตก ณ จุดเดียวกัน และเป็นแหลมที่มีความยาวที่สุดของไทย

จะทำอย่างไรให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสากล...เนรมิตให้มีที่พักตากอากาศ ห้องประชุมกลางทะเล พื้นที่อาบแดด ห้องอาหาร การละเล่นต่างๆ ไม่แพ้ที่อื่น

“ในเบื้องต้น...ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีกับผู้ลงทุนแล้ว”

สำหรับถนนสายวัฒนธรรมเส้นทางหน้า “ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว” อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี มุ่งหมายให้ดึงดูดประชาชน...นักท่องเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศเข้ามายังจังหวัดปัตตานี

“โดยพื้นที่ทั้ง 900 กว่าไร่ จะมีการทำเป็นโซนนิ่ง เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว 100% จะมีการประสานไปยังหน่วยความมั่นคงดูแลโดยรอบแหลมตาชี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว”

ใครที่ยังไม่รู้จักแหลมตาชี พ่อเมืองปัตตานีคุยให้ฟังว่า “แหลมตาชี” หรือที่เรียกกันอีกชื่อก็คือ “แหลมโพธิ์” เป็นหาดทรายขาวยื่นต่อจากหาดตะโละกาโปร์ไปในทะเลอ่าวไทยทางทิศเหนือความยาว 11 กิโลเมตร

บรรยากาศเป็นป่าสนทะเล หาดทรายขาวสวยสะอาดตา เหมาะสำหรับตากอากาศ เล่นน้ำทะเล อยู่ในเขตตำบลตะโละกาโปร์ อำเภอยะหริ่ง การเดินทางไปแหลมตาชีไปได้ 2 ทาง คือ...

ทางน้ำ นั่งเรือจากปากแม่น้ำปัตตานีตรงไปยังแหลมตาชีเลย ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษ...นั่งเรือจากท่าด่านอำเภอยะหริ่ง ออกมาตามคลองยามู จนถึงทะเลในไปจนถึงแหลมตาชี

ทางบก จากอำเภอยะหริ่ง ข้ามคลองยามูมาตามสะพานไม้ มีถนนตัดเข้าไปประมาณ 10 กิโลเมตร จนถึงหมู่บ้านที่ 2 ตำบลตะโละกาโปร์ และนั่งเรือหางยาวต่อไปจนถึงปลายแหลม

อีกจุดดึงดูดที่ต้องกล่าวถึง ถือเป็นอัญมณีที่สวยงามอีกหนึ่งแห่ง คือ “หาดแฆแฆ” ตั้งอยู่หมู่ที่ 4 ตำบลน้ำบ่อ อำเภอปะนาเระ จ.ปัตตานี

จุดเด่นของหาดแฆแฆ เป็นชายหาดซึ่งมีความสวยงาม...น่าเที่ยวที่สุดแห่งหนึ่งของปัตตานี ด้วยชายหาดโค้งเว้ามีความยาวเป็นระยะทางไกล ทรายมีสีทองละเอียดตัดกับน้ำทะเลสีครามในวันฟ้าใส

นอกจากนั้น ยังมีโขดหินขนาดใหญ่รูปร่างแปลกตาจำนวนมากที่เกิดขึ้นเอง จึงมีลักษณะคล้ายสวนหินธรรมชาติ ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวท้องถิ่นและต่างถิ่น ที่ต่างแวะเวียนมาพักผ่อนเล่นน้ำกันอยู่เสมอ

คำว่า “แฆแฆ” เป็นภาษามลายู แปลว่า “อึกทึกครึกโครม”

“แต่เนื่องจากเกิดความเสื่อมโทรมตามกาลเวลา จากเหตุความไม่สงบ...จึงสมควรฟื้นฟูคืนสภาพบำรุงรักษาให้มีสภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชีวิตอีกครั้ง”

ไชยพร นิยมแก้ว นายอำเภอปะนาเระ รับไม้ต่อจากจังหวัด จัดกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวตลอดปี มีการจับจ่ายใช้สอย สร้างงาน สร้างรายได้...ร่วมกับหน่วยต่างๆจัดกิจกรรม ประชารัฐร่วมใจ พลิกฟื้น...คืนความสุขที่หาดแฆแฆ

ภายใต้แนวคิด...ช่วยคิด ช่วยทำ และร่วมรับผิดชอบของทุกภาคส่วน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้มีการพัฒนาฟื้นฟูและปรับภูมิทัศน์บริเวณสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอปะนาเระให้อยู่ในสภาพที่สวยงามน่าท่องเที่ยว

“เชิญชวนนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวในพื้นที่ มีแผนปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณูปโภค ...การบริการการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น”

ตำนาน “หาดแฆแฆ” แห่งนี้มีตำนาน นายอำเภอไชยพรบอกว่า ที่นี่เคยมีชื่อเสียง มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน อย่างที่รู้กันไปแล้วว่า...แฆแฆเป็นภาษามลายู แปลว่า เสียงดังอึกทึกครึกโครม

...ในอดีตเรือพ่อค้าจากอินโดนีเซียมาทำการค้าที่เมืองปัตตานี จะขึ้นฝั่งที่นี่ เพราะมีแหลมยื่นไปในทะเลสะดวกต่อการจอดเทียบเรือ แต่เมื่อเรือเข้าใกล้ชายฝั่ง ปรากฏว่า...น้ำตื้นเทียบฝั่งไม่ได้ “ชาวเรือจึงส่งเสียงดังโหวกเหวกเพื่อเรียกให้ชาวบ้านมาช่วย เรื่องราวนี้จึงเป็นตำนานที่มาของ...หาดแฆแฆ”

หลังเกิดเหตุความไม่สงบทำให้ไม่มีผู้คนมาเที่ยว...ทำให้สภาพชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา วันนี้เราต้องช่วยกันพลิกฟื้นให้ตำนานที่เคยรุ่งเรืองในอดีตให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

“ทุกฝ่ายต้องมาช่วยกัน ขออย่าได้เอาเหตุการณ์ความไม่สงบมาเป็นตัวยึดติด ต้องช่วยกันฟื้นฟูพัฒนาปรับปรุงสภาพให้ดีขึ้นอย่างน้อยให้ได้สัก 80 เปอร์เซ็นต์ก็ยังดี”...ร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวประสานความร่วมมือให้เป็นแรงขับเคลื่อน กับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้ามาช่วยกัน หางบประมาณมาช่วยเหลือ ปรับปรุง พัฒนา

เสียงหนึ่งจากแม่ค้าที่หาดแฆแฆ บอกว่า การฟื้นฟูหาดแฆแฆครั้งนี้ ทำให้ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก...บรรยากาศจะเริ่มกลับมาอีกครั้ง มีผู้คนมาแวะเวียนตลอดเวลา

“หาดแฆแฆ...ถ้าใครไม่มาไม่รู้ว่า หาดแฆแฆแห่งนี้สวยงามจริงๆ ตอนนี้ประชาชนในพื้นที่เริ่มมีอาชีพอีกครั้ง...หากหน่วยงานของรัฐได้ให้ความรู้ด้านอาชีพแก่ชาวบ้านหมู่บ้านแฆแฆ เพื่อพัฒนาคุณภาพชาวบ้านแฆแฆก็จะมีความมั่นคงทางครอบครัวยิ่งขึ้น”

“เนรมิตแหลมตาชี”...อัญมณีชายแดนใต้ ฝันให้ไกลแล้วต้องไปให้ถึง.

7 มิ.ย. 2559 10:53 ไทยรัฐ