วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนนปช. ตอนจํานําข้าว ไม่ตั้งศูนย์

‘บิ๊กตู่’ลั่นผิดก.ม.จับหมด

“ประยุทธ์” เมิน นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ จวกไม่มีสิทธิตาม ก.ม. ขู่ระวังตัวให้ดี อย่าแหลมล้ำเส้นเข้าคูหาทำผิดจับดำเนินคดีหมด คสช.ฮึ่มฟ้องกลับนักการเมืองจ้อบิดเบือน ผู้ตรวจการฯยื่นศาล รธน. ชี้ขาด ม.61 วรรคสอง พ.ร.บ.ประชามติ ขัด รธน.ชั่วคราว “รักษเกชา” ยันชงตีความหมดทั้งวรรค ไม่ใช่แค่ 3 คำ “ก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย” เชื่อตุลาการศาล รธน.จะฟันธงโดยเร็ว “จตุพร” ยกทีมแกนนำ นปช.บี้ศาล รธน.เร่งวินิจฉัยให้ชัด ขัดแย้งมาตราเดียวหรือล้มทั้งฉบับ ลั่น รธน.ฉบับปราบโกง ต้องไม่ผ่านด้วยการโกง สำนักงานศาล รธน.ตั้งเรื่องเข้าองค์คณะตุลาการฯ สัปดาห์นี้ คาดช้าสุดฟันธงไม่เกินต้นเดือน ก.ค.“วัฒนา” ห้าวไล่นายกฯไม่อยากถูกวิจารณ์ก็ลาออกไป “วรชัย” ซัดจ้องเลื่อนซาวเสียง รธน.สร้างเงื่อนไขต่อท่ออำนาจ “วัชระ” สะกิด กกต.ฟันศูนย์แดงเถื่อน “แอมเนสตี้” กดดัน คสช.ปล่อยตัว 8 ผู้ต้องหา ม.112-116

จากกรณีที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ โดยเจ้าหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าไปสกัดกั้น แต่ถูกแกนนำ นปช. ตอบโต้โดยยกคำพูด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.มาย้อนกลับ ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ออกมาระบุว่าศูนย์ดังกล่าวไม่มีกฎหมายรองรับ พร้อมเตือนหากมีการกระทำผิดกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดี

“บิ๊กตู่” เฉไฉไม่แจง “ทราบแล้วจะหนาว”

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ตอบข้อถามถึงกรณีที่นายกฯพูดผ่านการรายคืนความสุขให้คนในชาติ ระบุว่า “ถ้าประชาชนทราบอย่างที่ผมทราบแล้วจะหนาว” หมายความว่าอย่างไร ว่า “อากาศจะเย็นกว่าเดิมมั้ง เปิดแอร์ให้มันเบาๆหน่อย ไฟฟ้ามันจะเปลือง วันนี้ยังไม่หนาวหรอ วันนี้ยังไม่รู้หรือประเทศมีปัญหาอะไร รู้ไหม”

ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากจะรู้ว่ามีอะไรที่จะหนาวกว่านี้ไหม พล.อ.ประยุทธ์ตอบเสียงดังว่า “ไม่มี แค่นี้ก็หนาวพอแล้ว แต่ถ้าเรื่องที่หนาวกว่านี้ก็เรื่องของผม ไม่ต้องไปแปลโน่น แปลนี่ ให้เกิดความขัดแย้งต่อไปเรื่อยๆ แล้วมันจะอยู่กันยังไง ผมถามสิรับผิดชอบไหม ผมพูดได้ไหมเล่า ผมพูดไอ้ความเลวทั้งหมดได้ไหมเล่า ท่านก็ไปขยายผล ให้ไอ้คนอีกพวกมาด่าผมได้ไหมมันถูกไหม ไม่ ถูกแล้วท่านจะเอาอะไรกับผม ท่านอยากอยู่แบบนั้นก็เอา ผมไม่ได้ว่าอะไรท่านอยู่แล้ว ประชามติก็เลือกไป เลือกตั้งได้ก็เลือกไป ก็แค่นั้นแหละ มันเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ วิเคราะห์วิจารณ์กันไปเรื่อยเปื่อย”

ไม่สนผลโพลชมผลงาน 2 ปี คสช.

เมื่อถามถึงกรณีมาสเตอร์โพลเผยผลสำรวจประชาชนพอใจผลงาน คสช. 2 ปี พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “โพลอะไรผมไม่สนใจ ผมไม่ได้มีอารมณ์เพราะคำชมหรือคะแนนเหล่านี้ สิ่งที่ผมหนาวอยู่ในใจเพราะปัญหามันเยอะเข้าใจหรือยัง แล้วสื่อก็เอาปัญหามาตีทุกวันๆ เดี๋ยวก็วุ่นวาย แล้วจะคาดหวังอะไรกับการปฏิรูปและคาดว่าอะไรกับการที่ผมเข้ามา คาดหวังอะไรกับอนาคตลูกหลานของท่าน จะทำลายประเทศและลูกหลานของท่านก็เชิญเสนอข่าวกันออกไป”

เฉ่ง นปช.ทำไมไม่ตั้งศูนย์ปราบโกงข้าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ 7 สิงหาคม แบบ ใส่อารมณ์โมโหว่า “ก็ให้เปิดไป แต่ผมไม่รับให้อยู่ตามกฎหมายอยู่แล้ว ถ้าสื่อไม่ปลุกระดมก็ไม่มีผลอะไร ใครอยากจะตั้งก็ตั้งไป ไม่มีสิทธิตามกฎหมาย และศูนย์นี้อย่าทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการประชามติด้วย ถ้าผิดก็โดนจับหมด อย่าเข้าไปเกี่ยวข้อง เข้าไปแหลมในคูหา อย่าเข้าไปพูดว่าล้มไม่ล้มผิด พ.ร.บ.ประชามติทั้งหมด ไอ้ตัวศูนย์น่ะระวังให้ดี ทำไมก่อนหน้านี้ถึงไม่ตั้ง จำนำข้าวทำไมไม่ตั้ง ทุจริตทำไมไม่ตั้ง”

คสช.ขู่ฟ้องนักการเมืองบิดเบือน

ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษก คสช.กล่าวหลังการประชุมสำนักงานเลขาธิการ คสช.ว่า โรดแม็ป คสช.ยังดำเนินการไปตามกรอบ มาตรการต่างๆยังมุ่งหวังให้เกิดความเรียบร้อยทุกเรื่อง คสช.อาจปรับเปลี่ยนนำเอากฎหมายปกติมาเป็นกรอบแก้ปัญหาเป็นหลัก เช่น ปัญหาที่ดินก็ใช้กฎหมายเกี่ยวข้องกับที่ดิน รวมถึงการชุมนุมสาธารณะ เมื่อถามว่า การแสดงความคิดเห็นของนายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวว่า การแสดงความคิดเห็นต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงใจ ไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง ที่ไม่ละเมิดสิทธิ์ผู้อื่น ไม่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย หากมีอะไรที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรหรือบุคคล ถือเป็นสิทธิชอบธรรมที่บุคคลหรือองค์กรนั้น จะใช้สิทธิตามกฎหมายปกป้องสิทธิ์ เมื่อถามย้ำว่า คสช.จะพิจารณาการอายัดบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองหรือไม่ พ.อ.หญิง ศิริจันทร์กล่าวว่า ต้องดูที่มาที่ไปก่อนว่า สาเหตุการระงับธุรกรรมทางการเงินของบุคคล ต้องมีพื้นฐานความผิด หรือมีพฤติกรรมบ่งชี้ชัดเจน จะเป็นเงื่อนไขหลักของ คสช. ถ้าชี้แจงที่มาที่ไปได้ มั่นใจว่าดำเนินการทุกอย่างบนความถูกต้อง ก็ไม่มีเหตุผลใดต้องไปยึดอายัดทรัพย์

ผู้ตรวจการฯส่งตีความ ก.ม.ประชามติ

อีกด้าน เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีราชา วงศารยางกูร ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นประธานการประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อพิจารณาตรวจสอบคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญขัดต่อรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 57 หรือไม่ จากนั้นเวลา 12.40 น. ผู้ตรวจการแผ่นดิน มอบหมายให้นายปรีดา เวทยาวงศ์ ผอ.สำนักสอบสวน 3 และนายสนธยา ทองดี นิติกรสำนักกฎหมาย เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ โดยนายรักษเกชา แฉ่ฉาย เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องพร้อมความเห็นเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยว่า มาตรา 61 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ.2557 มาตรา 4 หรือไม่ หลังได้หารือครั้งสุดท้ายจากที่ปรับแก้ถ้อยคำเพื่อให้รอบคอบ เนื่องจากคำพูดกับภาษาเขียนมีความแตกต่างกัน เป็นการเขียนให้โน้มน้าวใจ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ามาตราดังกล่าวมีปัญหาอย่างไร ผู้ตรวจการแผ่นดินได้อ้างอิงข้อกฎหมาย โดยเฉพาะรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านๆมา และหลักการต่างๆ ยืนยันไม่ได้มีปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย ยังคงยืนยันจะให้ศาลพิจารณามาตรา 61 วรรคสอง ทั้งวรรค ไม่ใช่เพียงแค่คำสามคำ “ก้าวร้าว รุนแรง หยาบคาย” หลังจากยื่นแล้วเป็นดุลพินิจของศาลฯเชื่อว่าจะพิจารณาโดยเร็ว

นปช.บี้ศาล รธน.เร่งวินิจฉัยให้ชัดๆ

ต่อมาเวลา 13.00 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรม-นูญ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมด้วยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และแกนนำ นปช. เข้ายื่นหนังสือถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อขอให้วินิจฉัยคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินกรณี พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2559 มาตรา 61 วรรคสอง ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยนายจตุพรกล่าวว่า อยากเรียกร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเร่งวินิจฉัย พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญภายใน 7 วัน เพราะหากวินิจฉัยหลังหรือก่อนวันออกเสียงประชามติเพียงไม่กี่วันก็ก่อให้เกิดความเสียหาย จะทำให้เสียงบประมาณไม่ต่ำกว่าหมื่นล้าน อย่าให้ประเทศไทยจ่ายค่าโง่การทำประชามติ ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการกดดันการทำงานของศาล ที่ผ่านมาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเคยทำให้เกิดวิกฤติ ครั้งนี้จึงอยากให้ศาลวินิจฉัยเรื่องดังกล่าวให้ชัดเจนว่า ถ้าหากขัดเพียงมาตราเดียว ประชามติจะมีต่อหรือล้มไปทั้งฉบับ อย่าให้เหมือนตอนวินิจฉัยมาตรา 291 รัฐธรรมนูญ 2550 ที่ไปตีความกันเอง

ลั่น รธน.ปราบโกงต้องไม่ผ่านด้วยการโกง

นายจตุพรยังกล่าวถึงข้อวิจารณ์ศูนย์ปราบโกงประชามติของ นปช.ว่า เพื่อช่วยการทำประชามติให้เป็นไปอย่างโปร่งใส ไม่ได้สร้างปัญหาตามที่กังวลกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ควรขอบคุณพวกตนด้วยซ้ำ ที่ช่วยทำให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิมากขึ้น ไม่ให้อายพม่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับปราบโกงจะต้องไม่ผ่านประชามติด้วยการโกง อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ปากกับใจตรงกัน หากเกลียดการโกงต้องทำทั้งกาย วาจา ใจ อย่าปากว่าตาขยิบ ส่วนกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ บอกว่า ทำไม นปช.ไม่ตั้งศูนย์ปราบโกงตอนโครงการรับจำนำข้าวบ้าง เรื่องดังกล่าวมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทั้ง ป.ป.ช.และฝ่ายค้าน หากมีการตั้งศูนย์ปราบโกงจะถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกเดียวกันเข้าข้างกันและขณะนี้เรื่องก็อยู่ในการพิจารณาคดีของศาลแล้ว

ย้อน “บิ๊กตู่” ไม่จัดการ กปปส.ล้มเลือกตั้ง

ด้านนายณัฐวุฒิกล่าวว่า การที่นายกฯให้สัมภาษณ์ทำนองว่า นปช.อยากตั้งศูนย์ปราบโกงก็ตั้งไป อย่าทำผิดกฎหมาย แต่ทำไมตอนคดีจำนำข้าว นปช.ไม่ตั้งศูนย์ปราบโกงบ้าง ถ้าตนถามกลับว่าทำไมตอน กปปส. ขัดขวางการเลือกตั้งทำไมไม่เห็นจัดการ การตั้งข้อสงสัยเช่นนี้จะทำให้เกิดคำถามไม่จบไม่สิ้น

“สุรชัย” ไม่กังวลตัดทิ้งข้อความขัด รธน.

ที่รัฐสภา นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 1 ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มาตรา 61 วรรคสองว่า ทางออกเรื่องนี้หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามาตราดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ ให้แก้ไขเฉพาะข้อความที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ อาจตัดออกหรือปรับปรุงแก้ไขให้ชัดเจนขึ้น กระบวนการนี้จะเป็นหน้าที่ กกต.ส่งเรื่องให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ก่อนส่งต่อให้คณะกรรมการกฤษฎีกา จากนั้นจะส่งมาที่ สนช.ต่อไป ส่วนตัวไม่กังวลประเด็นนี้ หากทุกคนมีเป้าหมายตรงกัน ให้กระบวนการประชาธิปไตยเป็นการหาทางออกให้ประเทศ ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ และประเด็นคำถามพ่วง ดังนั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวบุคคล กฎหมายเป็นเพียงเครื่องมือมากำกับ ส่วนกรณีที่กลุ่ม นปช.เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ 7 ส.ค.นั้น ถือเป็นหน้าที่ของทุกคน ที่ต้องช่วยกันดูแลเรื่องการทำประชามติให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นเจตนารมณ์ของทุกฝ่ายในการที่จะดำเนินการ

กกต.รอศาล รธน.รับ—ไม่รับคำร้อง

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความมาตรา 61 วรรคสองของ พ.ร.บ.ประชามติขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราวว่า ต้องรอศาลรัฐธรรมนูญว่าจะรับหรือไม่รับคำร้อง ถ้าศาลรับพิจารณาก็ต้องดูว่าจะเรียกให้ใครไปชี้แจง ทราบว่า สนช.ได้มอบหมายบุคคลที่จะเข้าชี้แจงไว้แล้ว ส่วน กกต.ถ้าขอให้ไปชี้แจงก็พร้อมจะส่งตัวแทนไป แต่กระบวนการร่างกฎหมายมีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ต้องให้คนที่เข้าใจดีที่สุดเป็นฝ่ายไปชี้แจงกับศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนที่ นปช.เรียกร้องให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำประชามติยุติปฏิบัติหน้าที่เพื่อรอศาลวินิจฉัยก่อนนั้น ยืนยันว่าไม่สามารถทำได้ ตราบใดที่กฎหมายบังคับใช้อยู่ ไม่เช่นนั้นจะถูกร้องฟ้องละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

ตั้งแท่นรอยกร่างฯแก้ไขเพิ่มเติม

นายสมชัยกล่าวว่า ถ้าศาลวินิจฉัยว่าขัดรัฐธรรมนูญชั่วคราว ฝ่ายที่มีบทบาทในการยกร่างฯต้องเป็นผู้เสนอแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติใหม่ โดยอาจจะให้รัฐบาล สนช. หรือ กกต.เป็นผู้เสนอยกร่างฯแก้ไขอาจจะตัดเอาวรรคดังกล่าวออก รวมถึงอาจเพิ่มเติมเปลี่ยนแปลงแล้วส่งให้ สนช.พิจารณาให้ความเห็นชอบ จากนั้น นำไปประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาเพื่อประกาศใช้ต่อไป ต่อจากนั้น กกต.จะมาดูว่าระเบียบหรือประกาศของ กกต.ขัดแย้งกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติฯฉบับแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้าขัดแย้งจะแก้ไขให้สอดคล้อง เมื่อถามว่าศาลจะพิจารณาแล้วเสร็จภายใน 7 ส.ค.หรือไม่ นายสมชัยกล่าวว่า ไม่มีใครตอบได้ หรือเร่งรัดใครได้ ควรให้เวลาศาลพิจารณาอย่างเพียงพอ ยืนยันอีกครั้งว่า กกต.ไม่มีอำนาจเลื่อนวันออกเสียงประชามติได้ แต่สามารถขยับให้อยู่ในกรอบ 120 วัน ขยับไปอีกได้แค่ 4 วันและจะทำให้การลงมติจะไม่ตรงกับวันหยุด ยกเว้นจะแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวจึงจะเลื่อนได้

คาดมีผลชี้ขาดช้าสุดต้นเดือน ก.ค.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 15.45 น. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารข่าว ระบุว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจะเสนอคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินไปยังองค์คณะตุลาการว่าจะรับคำร้องหรือไม่รับคำร้อง ทั้งนี้ มีรายงานว่า สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเตรียมจะเสนอคำร้องดังกล่าวให้องค์คณะตุลาการพิจารณาภายในสัปดาห์นี้ ส่วนจะรับคำร้องไว้พิจารณาหรือไม่ เป็นดุลพินิจของคณะตุลาการ คาดว่าองค์คณะตุลาการจะพิจารณาอย่างเร่งด่วน โดยจะมีคำวินิจฉัยช้าสุดภายในต้นเดือน ก.ค. เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญ

ศาล รธน.รับทราบคำร้องส่งถึงมือ

นายพิมล ธรรมพิทักษ์พงษ์ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า การพิจารณาคำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดิน เบื้องต้นสำนักงานฯไม่ได้กำหนดกรอบระยะเวลาการพิจารณาไว้ แต่จะเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยเร็วที่สุด ส่วนตุลาการฯจะนำมาพิจารณาเมื่อใดขึ้นอยู่กับตัวคำร้องว่ามีรายละเอียดที่ชัดเจนพิจารณาได้ทันทีเลยหรือไม่ หรือหากคำร้องยังไม่ชัดเจน อาจจะต้องการขอเอกสารเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรืออาจจะต้องมีการเชิญบุคคลเข้าชี้แจง ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลพินิจของตุลาการฯ เบื้องต้นตุลาการฯได้รับทราบแล้วว่ามีการยื่นคำร้องในเรื่องดังกล่าว

กรธ.ตั้งโจทย์ 5 ข้อวัดกึ๋นครู ข.—ค.

นายศุภชัย ยาวะประภาษ กรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาจัดทำเนื้อหาการรณรงค์ร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า กรธ.มีมติให้จัดทำเอกสารเพื่อทดสอบความเข้าใจการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญของเครือข่ายและวิทยากรระดับอำเภอ (ครู ข.) วิทยากรระดับหมู่บ้าน (ครู ค.) มี 5 คำถาม ประกอบด้วย 1.รัฐธรรมนูญนี้เกี่ยวกับประชาชนอย่างไร 2.ประชาชนจะได้อะไรจากรัฐธรรมนูญใหม่ 3. สิทธิเลือกตั้งเป็นอย่างไร 4.จะปฏิรูปอะไรกันบ้าง ปฏิรูปแล้วชาวบ้านได้อะไร และ 5.การมีรัฐธรรมนูญนี้ประชาชนจะกินดีอยู่ดีไหม เพื่อทดสอบความคิดและประเมินผลหลังจากเข้ากระบวนการอบรมและให้ความรู้สาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญมาแล้วว่า ร่างรัฐ ธรรมนูญให้อะไรบ้างกับประชาชน กรธ.มุ่งหวังให้เครือข่ายและวิทยากรระดับต่างๆ นำไปขบคิดหาคำตอบด้วยตนเอง เพื่อให้ตอบคำถามและทำให้ประชาชนเข้าใจได้โดยง่าย

สื่อดิจิตอลร่วมวงประโคมรณรงค์

ช่วงบ่าย ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เป็นประธานการประชุมผู้บริหารสถานีดิจิตอลทีวี 19 ช่อง จากนั้นนายสมชัยแถลงภายหลังการประชุมว่า สถานีดิจิตอลทีวีทั้งหมดพร้อมให้ความร่วมมือกับ กกต.ในการเผยแพร่ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติ โดยจะเกี่ยวสัญญาณถ่ายทอดตั้งแต่ 17.30-18.00 น. หรือสามารถนำไปออกอากาศซ้ำภายในวันเดียวกันตั้งแต่เวลา 18.30-21.30 น. รวมทั้งสามารถนำไปออกอากาศในวันถัดไปในช่วงเวลาตั้งแต่เวลา 22.00—24.00 น. หรือตั้งแต่ 06.00—24.00 น. และขอได้ขอให้สถานีดิจิตอลแจ้งผังรายการให้ กกต.รับทราบภายในวันที่ 10 มิ.ย.

ด้านนายสุภาพ คลี่ขจาย นายกสมาคมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอล กล่าวว่า เรายินดีสนับสนุนราชการและ กกต.เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ เพื่อให้คนมาออกเสียงประชามติกันมากๆ และได้เสนอ กกต.ว่าหากให้ทุกช่องออกอากาศรายการพร้อมกัน จะเกิดประโยชน์น้อยกว่าออกอากาศคนละเวลา ที่จะดักคนดูได้มากกว่า

“วัฒนา” ไล่ผู้นำไม่ชอบถูกวิจารณ์ก็ออกไป

นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก “ไม่อยากถูกวิจารณ์ ก็ลาออกไป” ว่ารู้สึกระอาและละอายกับพฤติกรรมการแสดงออกของนายกรัฐมนตรี เคยวิจารณ์หลายครั้งแต่ไม่เคยเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ตอนนี้เลิกแปลกใจเมื่อเห็นการแสดงออกของคนรอบข้างที่ไม่ได้ตระหนักว่า นายกฯเป็นบุคคลสาธารณะ เป็นตัวแทนของประเทศและกินเงินเดือนจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชนจึงย่อมจะถูกวิจารณ์ได้เสมอ นายกรัฐมนตรีต้องระมัดระวังในการแสดงออก เพราะมันคือหน้าตาของประเทศตามคำพังเพยที่ว่าสำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล สิ่งที่ทำให้คนไทยต้องอับอายมากคือ การที่รัฐบาลได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนประชาชนของตัวเองจนทำให้ประชาคมโลกรุมประณาม

เตือนความจำยึดอำนาจไปจาก ปชช.

นายวัฒนาระบุว่า ล่าสุดถึงขนาดยกกำลังไปห้ามการตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ โดยอ้างว่ากลไกภาครัฐทำงานได้อยู่แล้ว ขนาดตนแสดงหลักฐานการโกงของ อผศ. ว่า มี คสช. เป็นตัวการร่วมยังเพิกเฉยแล้วจะให้ประชาชนไว้ใจได้อย่างไร เหล่านี้ล้วนเป็นพฤติกรรมที่ละเมิดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยรับรองมาแล้วทั้งสิ้น ดังนั้นถ้ารัฐบาลจะปฏิบัติกับประชาชนโดยยอมรับถึงสิทธิของความเป็นคน นายกฯคงไม่ต้องเสียเวลาไปอ้อนวอนให้โลกเข้าใจแบบที่ต้องทำทุกครั้งเมื่อไปต่างประเทศ แทนที่คนรอบข้างจะช่วยกันตักเตือนกลับยุส่ง แถมมาแสดงความเกรี้ยวกราดใส่คนที่จ่ายภาษีให้เป็นเงินเดือนตัวเองอีก จงจำไว้ว่าอำนาจที่มีและใช้อยู่ทุกวันนี้คืออำนาจที่ยึดไปจากประชาชนทั้งสิ้น ถ้าไม่อยากถูกวิจารณ์ก็จงลาออกไปและคืนอำนาจให้ประชาชน รับรองไม่มีใครอยากพูดถึงพวกคุณแน่นอน

“วรชัย” ซัดสร้างเงื่อนไขต่อยอดไม่จบสิ้น

นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ประชาชนกำลังเฝ้ารอดูว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช.จะต่อท่ออำนาจอย่างไร เห็นได้จากการเลื่อน โรดแม็ปออกไปเรื่อยๆ ตอนนี้ใช้เงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ต้องการลากประชามติร่างรัฐธรรมนูญออกไปหรือคว่ำไม่ให้มีการประชามติโดยใช้มาตรา 44 เพราะถ้าประชามติไม่ผ่าน ถือว่า พล.อ.ประยุทธ์แพ้ในเกมนี้ และเท่ากับการปฏิรูปการเมืองไม่สำเร็จ ความ ชอบธรรมของ พล.อ.ประยุทธ์หมดลง ไม่สามารถอยู่ต่อทำรัฐธรรมนูญฉบับที่สามได้อีกแล้ว นอกจากนี้มีการใช้เงื่อนไขว่าบ้านเมืองยังไม่สงบต้องอยู่ต่อ ทุกเรื่องเป็นสิ่งที่รัฐบาลสร้างให้ไม่สงบเอง ไม่มีเรื่องที่เกิดจากประชาชนเลย จึงเป็นคำถามว่าสร้างเพื่อเป็นเงื่อนไขจะอยู่ต่อหรือไม่ มีการต่อยอดไปเรื่อยๆ ขึ้นบันไดไปทีละขั้น

กวักมือท้า “บิ๊กตู่” ลงสนามเลือกตั้ง

นายวรชัยกล่าวว่า วันนี้ความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อทหารคือทหารมีหน้าที่ดูแลอธิปไตยของประเทศ ไม่ใช่บริหารประเทศ แต่ทหารเกษียณอายุราชการอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ใช้กองทัพเป็นฐานอำนาจของตนเอง ทำให้มองว่าทหารเข้ามาทำทุกอย่างทั้งเรื่องพระ เรื่องเก่าเก็บ เรื่องป่าไม้ เรื่องจับกุมคุมขัง หรือแม้แต่เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. นปช.เปิดศูนย์ปราบโกงประชามติ ก็มีทหารเข้ามาห้ามปราม ทำให้เกิดภาพว่าทหารจุ้นไปหมด เป็นลบต่อทหารทั้งหมด เมื่อเป็นอย่างนี้ พล.อ.ประยุทธ์ต้องบอกให้ทหารกลับกรมกอง ส่วนตัว พล.อ.ประยุทธ์ต้องไม่ต่อท่ออำนาจแบบที่ทำอยู่ แต่ควรจะต่อด้วยการลงจากอำนาจตอนนี้ แล้วลงไปแข่งกันในสนามเลือกตั้งดีกว่าหรือไม่ แล้วจะได้รู้ว่าประชาชนคิดอย่างไร ขาดท่านไม่ได้จริงหรือไม่

โวยอย่าผูกขาดความรักชาติ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า กรณีสารพัดโฆษกของ คสช.และรัฐบาลตอบโต้ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ ที่วิพากษ์วิจารณ์หัวหน้า คสช.ว่าเป็นตัวตลกยอมรับว่าตนเองเป็นคนบ้าว่า ตรรกะของคนกลุ่มนี้แปลกประหลาดมักจะถามคนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและ คสช. ว่า ทำประโยชน์อะไรให้กับบ้านเมืองบ้าง นัยว่าคงไม่มีใครสาขาวิชาชีพใดที่จะทำประโยชน์สูงสุดให้กับบ้านเมืองได้เท่ากับคณะปฏิวัติรัฐประหาร นอกจากการผูกขาดความรักชาติไว้กับพรรคพวกตนเองเพียงฝ่ายเดียวแล้ว ยังผูกขาดความรู้ ความเข้าใจปัญหาของประเทศ ผลักนักวิชาการภาคประชาสังคมที่เจตนาดีออกไปจนไม่มีที่ยืน

เย้ยกลุ่มคนเคยรักสละเรือหนีตาย

นายอนุสรณ์กล่าวว่า การตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ กกต.บอกว่าเป็นเรื่องดี แต่ท่านบอกว่าตอนจำนำข้าวไม่เห็นตั้งศูนย์ปราบโกงบ้าง สะท้อนว่ามีทัศนคติอย่างไร มีความรู้ความเข้าใจแต่ละเรื่องแค่ไหน ความจริงรัฐบาลและ คสช.ไม่ต้องหวาดระแวงอะไรกับการเมืองภาคประชาชน หรือแม้แต่พรรค การเมืองอย่างพรรคเพื่อไทย เพราะไม่มีใครจะไปทำอะไรรัฐบาลได้ แต่กลุ่มคนที่พวกท่านต้องระวังคือกลุ่มที่เคยสนับสนุนอุ้มชูกันมาก่อน ระยะหลังออกมาดับเครื่องชนกันหลายคณะ ดังคำที่ว่าสนิมเกิดแต่เนื้อในตน ยามใดที่ไม่สามารถประสานประโยชน์ได้ลงตัว กลุ่มคนพวกนี้ก็พร้อมจะออกมาทิ่มแทง จากนี้ไปจะได้เห็นกลุ่มต่างๆ ออกมามากขึ้น แม้แต่คนในเรือแป๊ะหรือแม่น้ำ 5 สาย พอถึงจังหวะวิกฤติจะสละเรือหนีตายกันหมด

“วัชระ” เหน็บแค่ขโมยร้องจับโจร

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติที่ชั้น 5 อาคารอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าวนั้น คนพวกนี้คุ้นชินกับการจัดอีเวนต์การเมือง เมื่อ คสช.ห้ามชุมนุมทางการเมือง จึงแถจัดตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ เพื่อแอบแฝงเคลื่อนไหวทางการเมืองโดยอ้างประชามติบังหน้าเพื่อจะได้ดูว่าเป็นนักประชาธิปไตย แต่สังคมต้องย้อนไปดูเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองปี 53 ที่ผ่านมา ถามว่านายจตุพรไม่อายตัวเองหรืออย่างไร ที่อยู่กับพรรคที่โคตรโกงโกงทั้งโคตร โกงจำนำข้าว โกงชาวนา โกงประเทศ แล้วมาตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ เหมือนขโมยมาร้องจับโจรอย่างไรอย่างนั้น หากรัฐบาลยอมให้จำเลยคดีก่อการร้ายอาศัยเงื่อนไขนี้ ตั้งศูนย์ของคนเสื้อแดงทั่วประเทศย่อมจะก่อให้เกิดปัญหาทางการเมืองติดตามมาไม่มีที่สิ้นสุด เขาจะใช้เป็นศูนย์นี้ขยายและพลิกฟื้นมวลชนเสื้อแดงไปในตัว คสช.ต้องทันเกม

สะกิด กกต.ฟันศูนย์เถื่อนอิงการเมือง

“ยิ่งนายจตุพรระบุจะส่งคนเข้าไปในหน่วยออกเสียงทุกหน่วย 3-5 คน กกต.จะอนุญาตไม่ได้เด็ดขาด คนพวกนี้ไม่มีทางหาคนได้ครบทุกหน่วยเลือกตั้ง เพียงแต่โม้รายวัน เรื่องนี้ไม่ต้องถึงนายกฯ กกต.ต้องกล้าชนกับศูนย์เสื้อแดงเถื่อน ด้วยการไม่ยอมรับและไม่ให้ความร่วมมือ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ตั้งขึ้นแอบแฝงไปด้วยการเมืองที่ พล.อ.ประยุทธ์ระบุ ขอเรียกร้องให้กรมสรรพากรตรวจสอบภาษีบริษัทเจ้าของอาคารอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว 10 ปีย้อนหลังว่าเสียภาษีถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ ปปง.ต้องตรวจสอบเส้นทางทางการเงินด้วยว่า ทำไมให้ศูนย์การค้ากลายเป็นแหล่งมั่วสุมทางการเมืองของจำเลยคดีก่อการร้ายไปได้ ใครให้การสนับสนุน” นายวัชระกล่าว

ป้อง “อาทิตย์” ตั้งสมัชชาฯทวงปฏิรูป

นายวัชระกล่าวถึงกรณีนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิตและอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะตั้งสมัชชาประชาชนปฏิรูปประเทศไทยเพื่อผลักดันการปฏิรูปประเทศ 18 ด้านว่า ทำให้มีคำถามว่านักวิชาการมหาวิทยาลัยของรัฐหายไปไหนหมด การปฏิรูปแม่น้ำ 5 สายยังเป็นความหวังของประชาชนอยู่หรือไม่ นายกฯตั้งสภาขับเคลื่อนเพื่อการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ถึง 200 คน ถ้า สปท.มีผลงานจริง ทำไมนายอาทิตย์ถึงต้องมานำเสนอการปฏิรูปประเทศถึง 18 ด้านอีก แสดงว่าที่ สปท.ทำไม่ตอบโจทย์การปฏิรูปประเทศใช่หรือไม่ ข้อเสนอจากนายอาทิตย์ที่จะเกิดขึ้นรัฐบาลควรจะรับฟัง และนำไปปฏิบัติเท่าที่จะทำได้ เพื่อประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

จี้ รบ.ลงมือก่อนภาค ปชช.ไม่เชื่อถือ

นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า แม้นายอาทิตย์จะไม่เกี่ยวกับพรรค ประชาธิปัตย์แล้ว แต่เคลื่อนไหวกับภาคประชาชนเรื่องการปฏิรูปมาตลอด ที่จะตั้งสมัชชาประชาชนฯอาจเห็นว่า 2 ปีที่ผ่านมามีการปฏิรูปใดอะไรที่สำเร็จบ้าง ก่อน คสช.จะเข้ามา ภาคประชาชนเรียกร้องให้ปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง สังคมยังคอยติดตามผลการปฏิรูปประเทศต่อเนื่อง เรื่องที่รัฐบาลควรปฏิรูปทันทีไม่ต้องรอรัฐธรรมนูญออกมา เช่น การปฏิรูปตำรวจให้ปลอดอิทธิพลของพรรคการเมือง การปฏิรูปกลไกการแก้ปัญหาทุจริต การปฏิรูปพลังงาน เป็นต้น เดือน มี.ค. ปี 58 ภาคประชาชนเรียกร้องให้แก้กฎหมายก่อนเปิดสัมปทานรอบที่ 21 บัดนี้ยังไม่คืบหน้า ขณะที่นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานชงให้เปิดสัมปทานพลังงานรอบที่ 21 อีกครั้ง โดยเจรจากับบริษัทเดิมอีกคงมีอะไรไม่ชอบมาพากลอยู่ รัฐบาลควรชี้แจงให้สังคมทราบว่าเกิดอะไรขึ้น มิฉะนั้นภาคประชาชนจะไม่เชื่อถือรัฐบาล

“ปู” โพสต์เฟซอวดเสื้อพี่ชายซื้อให้

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ภาพสวมเสื้อแจ็กเกตสีฟ้าลายดอกไม้ทับเสื้อเชิ้ตสีฟ้าในเฟซบุ๊ก พร้อมโพสต์ข้อความว่า “ของฝากจากดูไบ ใส่ได้พอดีเลย ขอบคุณค่ะพี่” ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เสื้อดังกล่าวเป็นเสื้อที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯพี่ชาย ซื้อที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือดูไบ ส่งมาให้พร้อมกางเกงยีนส์และส่งข้อความบอก “ฝากกางเกงยีนส์มาให้เพื่อไว้ใส่กับเสื้อม่อฮ่อมไปเยี่ยมชาว จ.แพร่” ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะเดินทางไปเร็วๆนี้ในโครงการ “5 เหตุผลที่นายกฯยิ่งลักษณ์ ต้องมาจังหวัดฉัน” ที่เปิดให้แฟนเพจโหวต ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า พี่ชายจะคอยส่งของมาให้แทนความคิดถึง เป็นการแสดงความรัก ส่วนตนแสดงความรักด้วยการหาของอร่อยจากเมืองไทยฝากไปให้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ติดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ทำให้ไม่ได้มีโอกาสไปเจอ นายทักษิณจะคอยส่งของมาให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์อยู่ตลอด ทั้งกระเป๋า รองเท้า เสื้อผ้า

“เรารักชาติ” ยื่น ป.สอบอุ้ม “ประยุทธ์”

เวลา 10.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป) นายชัชชฌ์ สงศรี ผู้ประสานงานกลุ่มเรารักชาติและพวก 5 คน ยื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก.รรท.ผบก.ป.ขอให้ตรวจสอบกลุ่มพลเมืองโต้กลับ นำโดยนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ “จ่านิว” ฟ้องร้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. และ ผบ.เหล่าทัพรวม 5 คน ที่ร่วมทำรัฐประหาร ข้อหากบฏล้มล้างการ ปกครอง หรือเปลี่ยนแปลงการปกครองให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฎฐาธิปัตย์ว่าทำได้หรือไม่ เข้าข่ายฟ้องเท็จหรือไม่ โดยมี พ.ต.ท.มงคล พรมโสภา สารวัตร (สอบสวน) กก.1 บก.ป.เป็นผู้รับเรื่อง โดยนายชัชชฌ์กล่าวว่า กรณีนี้ศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์ยกคำร้องไปแล้ว โดยชี้ว่าการได้มาซึ่งอำนาจนิติบัญญัติอำนาจบริหารและอำนาจตุลาการนั้นชอบด้วยกฎหมาย ไม่อยากให้ประชาชนสับสน จึงขอให้ตรวจสอบกรณีนี้ ด้าน พ.ต.ท.มงคลระบุว่า จะนำเรียน รรท.ผบก.ป.ทราบ สั่งการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อไป

“แอมเนสตี้” กดดันปล่อยตัว 8 แอดมิน

วันเดียวกัน สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ออกปฏิบัติการด่วน โดยเชิญชวนสมาชิกและผู้สนับสนุนที่มีราว 7 ล้านคนทั่วโลกร่วมส่งจดหมายเรียกร้องทางการไทยให้ยกเลิกข้อหาต่อ 8 ผู้ต้องหากระทำผิดกฎหมายอาญามาตรา 116 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ โดยจะรณรงค์ถึงวันที่ 12 ก.ค.และยังเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนายหฤษฏ์ มหาทน และ น.ส.ณัฏฐิกา วรธัยวิชญ์ 2 ใน 8 ที่ถูกตั้งข้อหาผิดมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญาเพิ่มเติม ทั้งหมดมีกำหนดรับการไต่สวนโดยศาลทหารในวันที่ 3 ก.ค. หากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงอาจได้รับโทษจำคุกสูงสุดถึง 12 ปี แอมเนสตี้ระบุว่า ทางการไทยพยายามปรามการแสดงความเห็นบนโลกออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 โดยอ้างว่าเป็นการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคง แม้ว่าการจำกัดเสรีภาพการแสดงออกนี้จะไม่สอดคล้องกับพันธกรณีระหว่างประเทศของไทย และไม่เข้าข่ายมาตรการจำกัดสิทธิที่กระทำได้ตามกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

นายกฯขันนอตต้านค้ามนุษย์

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดงาน “ประชารัฐ ร่วมใจ ต้านภัยการค้ามนุษย์” และมอบรางวัลแก่ผู้ปฏิบัติงานดีเด่นต่อต้านการค้ามนุษย์ประจำปี 2559 โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า รัฐบาลประกาศเจตนารมณ์กำหนดให้วันที่ 5 มิ.ย. เป็นวันต่อต้านการค้ามนุษย์ ความสำเร็จวันนี้ถือเป็นเพียงขั้นที่ 1 แต่ผลสำเร็จขั้นสุดท้ายต้องให้ได้ 100% ต้องไม่มีกระบวนการค้ามนุษย์เกิดขึ้นในไทย อย่าให้การทำงานเป็นเพียงการประชาสัมพันธ์ถ่ายรูปแล้วจบ ต่อจากนี้ไปผลงานจะต้องปรากฏเป็นรูปธรรมและผลสัมฤทธิ์เป็นไปตามกรอบ และโรดแม็ปแต่ละด้าน ช่วงเวลาของแผนการปฏิรูปและยุทธศาสตร์ชาติต้องไม่มีปัญหาการค้ามนุษย์ และทุจริตผิดกฎหมายอีกต่อไป

ตอกย้ำคำสั่งเข้มห้าม ขรก.มีเอี่ยว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ปัจจุบันโลกมีความขัดแย้งสูง เพราะมีคนทั้งฉลาดดี และฉลาดไม่ดี พยายามใช้กฎหมายมาต่อสู้ ใช้เรื่องสิทธิมนุษยชนมาต่อสู้กับรัฐและกฎหมาย อาเซียนต้องช่วยกันดู ทั้งเรื่องโซเชียลมีเดีย การปลุกปั่นปลุกระดม การสร้างความเข้าใจผิดบิดเบือน เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคลหรือไม่ หากไปละเมิดสิทธิคนอื่น การพิจารณาคดีต่างๆ ต้องทำให้รวดเร็ว เป็นธรรม ต้องใช้ระบบไอทีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ถ้ากฎหมายทำได้ก็ทำและดูสากลด้วย ถ้าทุกคนถือกฎหมายคนละฉบับจะเกิดปัญหาเช่นทุกวันนี้ สิ่งสำคัญเจ้าหน้าที่รัฐต้องไม่ลงไปเกี่ยวข้องกับปัญหาต่างๆ และต้องบังคับใช้กฎหมายไม่ทำให้เกิดปัญหาใหม่ ผู้บังคับบัญชาต้องสอดส่องดูแล ห้ามใช้หลักทรัพย์ และสถานะการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย รัฐบาลทำหน้าที่ตรงนี้ไม่ใช่ไปทะเลาะเบาะแว้งกับคนที่ออกมาพูดทุกวันอย่างนี้ จนสังคมและต่างประเทศไม่เข้าใจ ที่ผ่านมาตนใช้อำนาจมาทั้งหมดเพื่อเกิดความเป็นธรรมกับทุกคน การที่รัฐบาลออกกฎหมายมาตรา 44 เป็นการป้องกันและป้องปรามให้คนไม่ทำความผิด แต่ยังมีคนทำผิดมากกว่าเดิม อย่ามากดดันเรามากนัก ทั้งหมดเราทำเพื่อคนไทย และทุกประเทศ

ฉะสื่อจำลองภาพประณามประเทศ

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า วันนี้เรื่องไอยูยูเราต้องแก้ปัญหาให้ได้โดยเร็ว ต้องบอกประเทศเพื่อนบ้านและคนทั้งโลกในสิ่งที่เราทำ เราเสียหายอะไรบ้าง เราจับคนที่ทำผิดและเป็นคนจน ทำให้ไม่มีจะกินจำนวนมาก เพราะต้องการให้ทุกอย่างถูกต้อง เราแก้ทุกอย่างสะเทือนไปถึงประมงพื้นบ้านชายฝั่ง ถามว่าใครทำไว้ทำด้วยการอ้างประชาธิปไตยหรือเปล่า แต่ประชาธิปไตยต้องไม่ใช่แบบนี้ ตนกำลังทำประชาธิปไตยให้ดีขึ้นกว่าเดิม การรายงานต่างประเทศนั้นต้องทำให้สมบูรณ์ ต้องบอกด้วยว่าสิ่งที่เราทำมีผลกระทบอย่างไร ทำเพราะเคารพพันธสัญญาต้องให้เขาเข้าใจบ้าง ภาพต่างๆ ที่ออกทางหน้าสื่อ บางทีทำให้เกิดความเลวร้าย โดยเฉพาะการทำภาพจำลองจะหนักกว่าของจริง ไม่ควรจะสร้างภาพเหล่านั้นขึ้นมา แทนที่จะดูดีกลายเป็นลบ เขาจะมาไล่ล่าฆ่าฟันเราเรื่องประชาธิปไตยอีก เช่น ภาพลูกลิงกอดแม่ลิงที่ถูกรถชนเลือดท่วมแล้วไม่เบลอภาพ ที่ออกทางช่อง 3 แล้วพูดอยู่ได้ 15 นาที แช่ภาพเลือดท่วมจออยู่อย่างนั้น ถามว่าทำไปเพื่ออะไร แค่ยกตัวอย่างน่าจะจบแล้วไปแก้ปัญหากัน แต่นี่กลับประณามประเทศตัวเองตลอดเวลา ไม่ว่าจะช่องไหนทำแบบนี้ตนซัดทุกช่อง เพราะอย่างไรก็ไม่ดีกว่านี้อยู่แล้ว คงไม่ได้รักตนมากกว่าเดิม

บ่นเหนื่อยสาหัสอย่าให้คนไม่ทำมาพูด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ประชารัฐก็โดนอีกหาว่าจะเอื้อประโยชน์ จะไปเอื้อให้ใคร ไม่มี ทุกรัฐบาลต้องไม่พูดโกหก แต่ถ้าพูดแล้วไม่ทำใครๆก็พูดได้ สิ่งที่ตนพูดนั้นทำทุกวันทุกอย่าง ทุกคนเหนื่อยแสนสาหัส อย่าปล่อยให้คนไม่ทำมาพูด วันนี้ว่าจะไม่อารมณ์เสีย แต่เห็นหน้า พล.อ.ประวิตรที่ดูแลฝ่ายความมั่นคงทั้งหมดคือความมั่นคงทั้งสิ้น แต่ความมั่นคงไม่ใช่แต่เพียงเอากำลังทหารไป แต่ประกอบไปด้วยอำนาจกับกำลังรบแบบมีตัวตนและไม่มีตัวตน ไม่ใช่เพื่อแข่งขันหรือรุกราน แต่เพื่อปกป้องอธิปไตยรักษาผลประโยชน์ และรัฐบาลไทยมีหน้าที่ชัดเจนให้ทหารมีหน้าที่พัฒนาประเทศด้วยการซ้อมรบ ไม่ใช่ เพื่อจะประลองกำลัง หรือเพื่ออยู่ข้างใคร

ไม่เลิกใช้ ม.44 แม้ไม่มีอะไรดีขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า วันนี้เป็นการขับเคลื่อนการต่อต้านการค้ามนุษย์ อย่างเป็นระบบโดยอาศัยกลไกประชารัฐ วันนี้เราเอาประชารัฐไปใส่ในทุกกิจกรรม เพราะไม่มีอะไรที่รัฐบาลหรือข้าราชการจะทำได้โดยลำพัง ต้องอาศัยภาคีเครือข่ายทั้งหมด ตนสั่งคนเดียวก็ไม่ได้ ดังนั้นต้องช่วยกันและสื่อต้องอยู่ในกระบวนการเหล่านี้ จะเรียกว่าสำคัญที่สุดก็ได้ เพราะต้องสร้างความเข้าใจกับคนทั่วไป ไม่ให้เกิดความขัดแย้งในการทำงาน ทุกกระทรวงร่วมมือกันแก้ปัญหาแบบบูรณาการ และใช้อำนาจมาตรา 44 ให้เกิดประโยชน์ แต่ถ้าจะเอามาตรา 44 ไปใช้ให้เกิดความสงบ คิดว่าไม่มีประโยชน์ แต่ต้องใช้แม้ไม่มีอะไรดีขึ้น คงไม่มียกเลิกอะไรทั้งสิ้น ขอกำลังใจให้ทุกคนร่วมมือกันทำให้ประเทศไทยเดินไปข้างหน้า โดยเฉพาะการต่อต้านการค้ามนุษย์ที่ปล่อยปละละเลยกันมานาน ขออย่าต่อต้านขัดขวางรัฐบาลมากนัก เพราะจะทำในภาพใหญ่ไม่ได้

นายกฯ โยน ผบ.ตร.รับผิดชอบย้าย ตร.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช.ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจว่า ผบ.ตร.เป็นผู้รับผิดชอบ เขากำลังทำอยู่ ถ้าผิดก็มีคนตรวจว่าผิดอย่างไร คนดีมีคนไม่ดีก็มี ไม่ใช่ตนต้องไปสั่งแก้ ทำไมต้องเอาปัญหาทั้งหมดรุมขึ้นไปข้างบน ใครรับผิดชอบคนนั้นต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ถ้าไม่ชัดเจนเขาก็ตั้งคณะกรรมการสอบสวนกัน เรื่องแต่งตั้งข้าราชการอย่ามาวิจารณ์อีก เขามีระบบระเบียบวัฒนธรรมองค์กรอยู่แล้ว จะเขียนกันให้ได้ ความแตกแยกเกิดขึ้นทุกที่ เมื่อถามว่า รายชื่อโยกย้ายตำรวจเป็นชื่อบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้วจะทำอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ความบกพร่องมีอยู่ ไม่เคยมีการปรับย้ายตำรวจมากขนาดนี้ แล้วผิดมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ปั๊ดโธ่! มันก็ผิดกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้วๆ ผิดมาตลอด รองนายกฯ กำลังแก้อยู่ การแต่งตั้งคนเป็นหมื่นคน มันตั้งได้ไหม ในเมื่อระบบไม่ได้เป็นแบบนี้ วันนี้ที่ติดหมดเพราะคนนี้จะปฏิรูป อีกคนจะแก้ไอ้นี่ ก็มากองทั้งหมดข้างบน แล้วจะทำในเวลาจำกัด ก็เร่งกันไปเรื่อยๆ ผมไม่ได้โทษใคร ผมรับทั้งหมด ผมรับผิดชอบ ผิดก็คือคนรับผิดชอบ”

“วิษณุ” ชง ครม.ขยาย พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 7 มิ.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เสนอกฎหมายที่สำคัญ 3 ฉบับ ตามนโยบายขับเคลื่อน และตามบัญชาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ประกอบด้วยร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ที่ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสร็จสิ้นแล้วให้ที่ประชุม ครม.พิจารณา ก่อนจะส่งต่อไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ต่อไป และร่าง พ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ที่ปรับขอบเขตการใช้บังคับขยายความจากเดิมที่ให้ใช้เฉพาะกับส่วนราชการ เป็นให้รวมถึง “รัฐวิสาหกิจ องค์กรอิสระ องค์การมหาชน หน่วยงานอิสระ มหาวิทยาลัยใต้กำกับของรัฐ และหน่วยงานอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง” หลังผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วเช่นกัน

“ประยุทธ์” เมิน นปช.ตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติ จวกไม่มีสิทธิตาม ก.ม. ขู่ระวังตัวให้ดี อย่าแหลมล้ำเส้นเข้าคูหาทำผิดจับดำเนินคดีหมด คสช.ฮึ่มฟ้องกลับนักการเมืองจ้อบิดเบือน ผู้ตรวจการฯยื่นศาล รธน. ชี้ขาด ม.61 วรรคสอง พ.ร.บ.ประชามติ 7 มิ.ย. 2559 07:45 7 มิ.ย. 2559 07:45 ไทยรัฐ