วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จ่อเก็บค่าต๋งโอนเงินผ่านเน็ต ธปท.ย้ำชัด! "ต่ำ" กว่าโอนจากบัตรเดบิตชัวร์

ธปท. เตรียมประกาศค่าธรรมเนียมโอนเงินผ่านระบบ Any ID คาดถูกกว่าโอนผ่านบัตรเดบิตแน่นอน เดินหน้าปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมเดิมที่บิดเบือนทั้งระบบ หวังทำให้โปร่งใส เป็นธรรม พร้อมกำชับแบงก์พาณิชย์เปลี่ยนบัตรชิปการ์ด ต้องมีบัตรเดบิตพื้นฐานด้วย สาขาใดขายประกันพ่วง แจ้งสายด่วน 1213 พบผิดเล่นงานหนัก ยันไม่มีแบงก์พาณิชย์ใดคิดดอกเบี้ยเงินฝาก 0% แน่

นางทองอุไร ลิ้มปิติ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายเสถียรภาพสถาบันการเงิน เปิดเผยว่าในเร็วๆ นี้ ธปท. และสมาคมธนาคารไทย จะประกาศค่าธรรมเนียม (ค่าฟี) การโอนเงินผ่านโทรศัพท์ และอินเตอร์เน็ตแบงก์กิ้ง โดยใช้ระบบ Any ID ซึ่งเป็นหมายเลขอื่นๆ เช่น หมายเลขบัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ แทนหมายเลขบัญชีธนาคาร เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ เชื่อว่า จะเป็นอัตราที่ต่ำกว่าการโอนเงินแบบเดิมที่ใช้บัตรเดบิตอย่างแน่นอน เนื่องจากโจทย์ที่ ธปท.ให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณา คือ การโอนเงินจำนวนไม่มาก อาจไม่คิดค่าธรรมเนียมการโอนเหมือนสิงคโปร์ และอังกฤษ หรือคิดค่าธรรมเนียมอัตราต่ำมากเหมือนมาเลเซีย ซึ่งเป็นสิ่งที่ ธปท.ต้องการ โดยธนาคารพาณิชย์รับปากจะดำเนินการให้

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.นี้ เป็นต้นไป ธนาคารพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ จะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผูก Any ID กับบัญชีธนาคาร โดยให้ผูก 1 บัญชีธนาคารต่อ 1 หมายเลข Any ID ซึ่งจะเป็นหมายเลขบัตรประชาชน หรือเบอร์โทรศัพท์อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ จากนั้นจะสามารถใช้ Any ID เพื่อโอนเงินให้กับบัญชีอื่นผ่านระบบโมบาย แบงก์กิ้ง หรืออินเตอร์เน็ต แบงก์กิ้งได้ อย่างไรก็ตาม คาดว่า ก่อนวันที่ 16 ก.ค.นี้ ธนาคารพาณิชย์จะส่งค่าธรรมเนียมการโอนเงินผ่านระบบ Any ID มาให้ธปท.พิจารณา และจะประกาศให้ประชาชนทราบหลังจากนั้นไม่นาน “จากการหารือกับสมาคมธนาคารไทย และผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ ค่าธรรมเนียมโอนเงินผ่าน Any ID จะต่ำมาก ถือเป็นก้าวแรกของการข้ามผ่านการหารายได้หลักโดยใช้ค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งธนาคารพาณิชย์ต้องปรับตัวให้ได้ และจะเป็นอีกทางเลือกของประชาชน ที่จะใช้บริการโอนเงินอิเล็กทรอนิกส์ ที่ถูกกว่าเดิม”

สำหรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมเดิม ธปท.มองว่า มีความบิดเบือน เพราะธนาคารพาณิชย์จะถัวเฉลี่ยต้นทุนในการสำรองและบริการจัดการเงินสด มาไว้ในค่าธรรมเนียมธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีต้นทุนต่ำกว่ามาก แต่เมื่อไทยต้องเข้าสู่ระบบการเงินอิเล็กทรอนิกส์, ระบบอี-เพย์เมนท์ และเข้าสู่การลด ละ เลิกการใช้เงินสด ดังนั้น การใช้ระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์ควรมีค่าธรรมเนียมต่ำกว่าปัจจุบัน ส่วนธนาคารพาณิชย์จะเก็บค่าฝากเงิน หรือถอนเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคาร หรือค่าธรรมเนียมการกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็มเพิ่ม เพื่อลดต้นทุนบริหารจัดการเงินสด จะต้องเป็นการเก็บบนต้นทุนที่แท้จริง เหมาะสม เป็นธรรม และโปร่งใส โดยขณะนี้ ธปท.กำลังปรับเปลี่ยนโครงสร้างค่าธรรมเนียมให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง อาจต้องใช้เวลาคำนวณต้นทุน และการปรับค่าธรรมเนียมที่เหมาะสมอีกระยะหนึ่ง

ส่วนการเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มแถบแม่เหล็กเป็นบัตรชิปการ์ดนั้น ได้กำชับธนาคารพาณิชย์ทุกสาขาว่า ต้องมีบัตรเดบิตพื้นฐาน ที่ใช้สำหรับกดเงิน และรูดซื้อสินค้าอย่างเดียวด้วย ซึ่งต้องมีค่าธรรมเนียมต่ำสุด และไม่มีการพ่วงประกัน หรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ลูกค้า หากสาขาใดของธนาคารใดแจ้งว่า ไม่มีชิปการ์ดพื้นฐาน และต้องทำประกันพ่วง ให้โทรแจ้งสายด่วน ธปท. 1213 ซึ่งจะดำเนินการสอบสวน หากพบผิดจริง จะดำเนินการตามกฎหมายทันที

นางทองอุไร กล่าวต่อถึงกรณีที่ธนาคารทหารไทยประกาศลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์สำหรับบัญชีทั่วไปลงเหลือ 0% จากอัตราเดิมที่ 0.125% เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.59 และได้ปรับขึ้นมาเท่าเดิมอีกครั้งวันที่ 3 มิ.ย.59 ว่าทหารไทยได้รายงาน ธปท.ว่า เพราะบัญชีดังกล่าวฟรีค่าโอนเงินข้ามธนาคาร และค่ากดเอทีเอ็มต่างธนาคาร ทหารไทยจึงลดต้นทุนการจ่ายดอกเบี้ย แต่เมื่อสังคมยังไม่เข้าใจ จึงปรับขึ้นมาอยู่ในอัตราเดิม

“ตามปกติ ธปท.จะคุมธนาคารพาณิชย์ในส่วนของฐานะการเงิน การดำเนินการ และการเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นธรรมและโปร่งใส แต่อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก และเงินกู้ ไม่ได้กำหนดว่า แต่ละธนาคารต้องให้เท่าไร แต่ธปท.จะดการคิดต้นทุนจากความเสี่ยงของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) และความเสี่ยงในการทำกำไร โดยไม่ให้คิดดอกเบี้ยเงินฝาก และกู้ สูงเกินไป จนเป็นเหตุให้ขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้มากกว่าที่ควรจะเป็น ในส่วนดอกเบี้ยนโยบาย พยายามไม่ส่งสัญญาณการลดที่มากเกินไป เพราะอาจไม่กระตุ้นการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก ดอกเบี้ยเงินฝากจำเป็นต่อผู้สูงอายุ ถ้าดอกเบี้ยต่ำ จะมีเงินใช้น้อยลง และจะลงทุนเสี่ยงไม่ได้ ต้องรักษาเงินก้อนนี้ไว้”

ด้านนางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. สายตลาดการเงิน กล่าวถึงค่าเงินบาทวานนี้ (6 มิ.ย.) แข็งค่าขึ้นเร็วว่า เป็นเพราะความคิดเห็นของตลาดเปลี่ยนไป จากปัจจัยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ เมื่อคืนวันที่ 5 มิ.ย. ไม่ดีอย่างที่คาดไว้ ทำให้ตลาดคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นในช่วงการประชุมเดือน ก.ย.นี้ จากเดิมคาดจะขึ้นในการประชุมเดือน มิ.ย.นี้ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาคนี้ “ความผันผวนของเงินบาท และเงินภูมิภาคช่วงนี้ เกิดจากการคาดการณ์ของตลาดต่างประเทศมากกว่าในประเทศ เมื่อคนมั่นใจเศรษฐกิจสหรัฐฯ ค่าเงินดอลลาร์ก็แข็ง ค่าบาทอ่อน แต่ขณะนี้กลับกัน”

ธปท. เตรียมประกาศค่าธรรมเนียมโอนเงินผ่านระบบ Any ID คาดถูกกว่าโอนผ่านบัตรเดบิตแน่นอน เดินหน้าปรับโครงสร้างค่าธรรมเนียมเดิมที่บิดเบือนทั้งระบบ หวังทำให้โปร่งใส เป็นธรรม 7 มิ.ย. 2559 04:29 7 มิ.ย. 2559 04:41 ไทยรัฐ