วันพฤหัสบดีที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

การบ้าน ‘ช้างศึก’

โดย บี บางปะกง

ผมปิดต้นฉบับตะลุยฟุตบอลโลกวันนี้ ก่อนที่เกมฟาดแข้งนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 44 จะลงสนาม เลยยังไม่ทราบว่าที่สุดแล้วขุนพล “ช้างศึก” ทีมชาติไทยของเรา จะสมหวังคว้าชัยชนะเหนือจอร์แดน คว้าถ้วยคิงส์คัพมาครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีได้หรือเปล่า

แต่ไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไร ก็ต้องถือว่าทีมไทยได้รับประโยชน์เต็มๆจากทัวร์นาเมนต์นี้ ที่ถูกยกระดับให้เป็นเกมกระชับมิตรระดับ “A–แมตช์” ที่ได้คะแนนสะสมจาก “ฟีฟ่าแรงกิ้ง” ขณะเดียวกันก็ได้ทดสอบระบบทีม และตัวผู้เล่นกับชาติอาหรับที่เราจะต้องเจอในเกมคัดบอลโลกเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย ทั้งหมด 6 แมตช์ กับซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี และอิรัก แบบเหย้า–เยือน

บอลคิงส์คัพจบลงไปแล้ว จากนี้ไปทีมชาติไทยเหลือเวลาอีกไม่ถึง 3 เดือนกับการวางกลยุทธ์เตรียมทีมฝึกซ้อม ก่อนลงประเดิมแข้ง 2 นัดแรกของเกมคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 ด้วยการบุกไปเยือนซาอุฯ ในวันที่ 1 ก.ย. และกลับมาเปิดราชมังคลากีฬาสถานต้อนรับ “ซามูไรบลูส์” ทีมชาติญี่ปุ่น ในวันที่ 6 ก.ย.

ก็เป็นการบ้านของกุนซือ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง และทีมงานสตาฟฟ์โค้ช ว่าจะนำจุดบกพร่องและรูโหว่ (ที่ยังมีอีกเพียบ) มาปรับปรุงแก้ไขซ่อมแซมกันอย่างไร เพราะในรอบ 12 ทีมสุดท้ายอย่างนี้ จะหวังพึ่ง “ดวง” คงไม่ได้แล้วล่ะครับ เพราะนี่คือ “ของจริง” ที่เราต้องเผชิญและผ่านไปให้ได้หากฝันจะลุ้นตั๋วไปลุยบอลโลกกับเขา

วันก่อนผมอ่านบทสัมภาษณ์ของ คุณขจร เจียรวนนท์ ประธานสโมสร “แข้งเทพ” แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่ได้รับมอบหมายจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ให้เข้ามารับหน้าที่ผู้จัดการทีมชาติไทยในศึกคิงส์คัพครั้งนี้ และก็น่าจะลากยาวไปถึงเกมคัดบอลโลกโน่นเลย แล้วน่าสนใจ

สไตล์ของบิ๊กขจร ก็ตรงไปตรงมาล่ะครับ แกบอกว่าทีมช้างศึกชุดนี้ยังมีจุดอ่อนที่ต้องปรับจูนอีกเพียบ โดยเฉพาะความแข็งแกร่งของร่างกาย และความฟิต ซึ่งดูแล้วเราน่าจะด้อยที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดาคู่แข่งทั้งหลายในรอบ 12 ทีม ส่วนเรื่องทักษะ เทคนิค แท็กติกต่างๆ แข้งไทยไม่เป็นรองใคร

สิ่งที่บอลไทยต้องจริงจังและพัฒนาให้ชัดเจนก็คือการใส่ใจรายละเอียดในเรื่องของวิทยาศาสตร์การกีฬา โภชนาการ รวมทั้งแพทย์ที่ดูแลรักษาอาการบาดเจ็บ รวมไปถึงฟิตเนสโค้ชทั้งหลาย ซึ่งเหล่านี้ล้วนแต่ต้องลงทุนระยะยาวทั้งสิ้น

คุณขจรบอกว่าที่ผ่านมาเราละเลย หรือไม่ก็มองข้ามความสำคัญของรายละเอียดเหล่านี้ ทำให้ฟุตบอลไทยพัฒนาช้า และถึงทางตันทุกครั้งเมื่อไปเจอกับบรรดาทีมแถวหน้าของเอเชีย อย่าง เกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งจริงๆแล้วเขาก็ไม่ได้วิเศษวิโสอะไรไปกว่าเรา แต่ที่ทุกวันนี้เขาเหนือกว่า ดีกว่า ก็เพราะใส่ใจในสิ่งที่เรามองไม่ค่อยจะเห็น

บอลไทยจะไปบอลโลกได้ ความพร้อมทุกอย่างต้องสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่สำหรับทีมชาติไทยในเวลานี้บิ๊กขจรบอกว่า เราอยู่ในระดับแค่ 60 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

นี่จึงเป็นงานหนักสำหรับกุนซือ “ซิโก้” รวมทั้งสมาคมลูกหนัง ว่าจะเติมเต็มกันอย่างไรกับระยะเวลาที่เหลือ

เอาเป็นว่าไม่ต้องให้ถึงร้อยหรอก แค่สัก 80 เปอร์เซ็นต์ ให้ต่อกรกับคู่ต่อสู้ทุกนัดได้อย่างสนุกสูสี

แฟนบอลทั้งประเทศก็ชื่นใจแล้ว!!!

บี บางปะกง

7 มิ.ย. 2559 01:17 ไทยรัฐ