วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใครว่า‘ตลกอินเตอร์’

สัญญาณไม่ตรงกัน พลิกกลับไปกลับมา

ตามสถานการณ์ที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.มีโปรแกรมต้องขึ้นเวทีโชว์กึ๋นในเวทีนานาชาติหลายคิวติดต่อกัน

และนั่นก็หนีไม่พ้นต้องพูดถึงสถานการณ์ความคืบหน้าในเมืองไทย

โดยล่าสุดนายกฯบินไปเป็นองค์ปาฐกเวทีการประชุม IISS Shangri–La Dialogue 15th asia Security Summit ที่ประเทศสิงคโปร์

ท่ามกลางผู้เข้าร่วมการประชุมประกอบด้วย ผู้นำรัฐบาล ผู้แทนระดับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมและเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านความมั่นคง รวมทั้งนักวิชาการทั้งจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และสหภาพยุโรป อาทิ ฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น อินเดีย สหรัฐอเมริกา

ผู้นำรัฐบาล คสช.ยืนยันประเทศไทยจะคืนสู่ประชาธิปไตยตามโรดแม็ปแน่นอน

ซึ่งนั่นก็หักมุมกับคิวก่อนหน้านั้นไม่กี่วัน บนเวทีประชุมจี 77 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ท่ามกลางสมาชิกเป็นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาด้วยกัน

ในอารมณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ เปิดฉากซัดอดีตรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยที่วิจารณ์เศรษฐกิจรัฐบาล พาลด่าหนังสือพิมพ์ด้วยถ้อยคำรุนแรง “เขาเป็นพ่อผมมั้ง”

ก่อนที่จะประกาศให้ได้ยินกันชัดๆเลยว่า จะอยู่จนกว่าบ้านเมืองจะสงบ ไม่ต้องมาถามอีกว่า คสช.จะอยู่อีกนานแค่ไหน ไปเมื่อไหร่

ทำให้มีการตีความว่าเป็นเหลี่ยมปูทาง คสช.จ้องลากยาว

เปลี่ยนเวทีก็เปลี่ยนเป้าหมาย

และก็เป็นอะไรที่หากสังเกตให้ดี ก็เหมือนเป็นความตั้งใจ เลือกเวทีสื่อสาร

เปรียบเทียบตามพื้นฐานของฟลอร์การประชุม จะเห็นได้ว่า เวทีจี 77 เป็นประเทศกำลังพัฒนาด้วยกันไม่ได้สนใจเงื่อนไขประชาธิปไตยสักเท่าไหร่ ผู้นำทหารของไทย ก็ยืนยันยุทธศาสตร์การคุมเข้มแรงกระเพื่อมของฝ่ายต่อต้านด้วยอำนาจพิเศษ

ตามวิถีปกติของประเทศกำลังพัฒนาที่เข้าใจกันได้

แต่ในอารมณ์ของการประชุมความร่วมมือด้านความมั่นคงที่สิงคโปร์ ล้วนแต่เป็นประเทศมหาอำนาจที่พัฒนาแล้วที่ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรีของไทยก็เลยจำเป็นต้องเลี่ยงแรงเสียดทานด้วยการประกาศเลือกตั้งตามโปรแกรม

ประคองแรงบีบ ยื้อมาตรการแซงก์ชั่น

ฉะนั้นใครที่มองผู้นำทหารของไทยเป็น “ตัวตลก” ในเวทีอินเตอร์ ต้องประเมินกันใหม่

ในมุมที่ผู้เชี่ยวชาญเกมการเมืองระหว่างประเทศ ประเมินว่า นี่คือความ “เขี้ยว” ของผู้นำทหารในการประคองสถานการณ์เอาตัวรอดจากวงล้อมแรงเสียดทานภายนอกประเทศ

เด้งเชือกประคองตัว ถ่วงดุลอำนาจ ติ๊ดชึ่งไปได้เรื่อยๆ

ในเมื่อสถานการณ์ยังไม่งวดถึงขั้นต้องตัดสินใจเลือกไปซ้ายไปขวา

เอาเป็นว่า แรงเสียดทานภายนอก เงื่อนสถานการณ์โลกล้อมประเทศไทยยังอยู่ในวิสัยที่รัฐบาลทหาร คสช.พอรับมือไหว

แรงกดดัน มาตรการแซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจยังไม่ถึงจุดบีบกันหน้าดำหน้าเขียว

ตรงกันข้าม จุดน่าหวาดเสียวกลับเป็นสถานการณ์ภายใน

ตามควันไฟที่โชยออกมาจากวงในทีมคณะรัฐมนตรี กำลังก่อตัวรุนแรงขึ้นทุกขณะ

สังเกตพักหลังข่าวคราวทีมเศรษฐกิจภายใต้การนำของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กัปตันทีม ชักจะตื้อๆไป ไม่ลื่นไหลเหมือนช่วงข้าวใหม่ปลามัน

สวนทางกับปมร้อน อาการ “เหยียบตาปลา” กันเองที่ลามไปหลายจุด

แบบที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม กับ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ก็ถือ “ตั๋ว” สายตรงของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เล่นคีย์เดียวกันกับทีม “สมคิด”

กระตุกต่อม “หงุดหงิด” ของ “พี่ใหญ่” ในฐานะผู้จัดการใหญ่รัฐบาล

งานนี้น่าจะรวบยอดรวมไปคิดบัญชีกันทีเดียวในการปรับ ครม.รองรับบิ๊กท็อปบูตเกษียณ

มีลุ้นเปลี่ยนทีมแบบยกเครื่องกันอีกรอบ.

ทีมข่าวการเมือง

7 มิ.ย. 2559 01:13 ไทยรัฐ