วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไทย ร่วมยินดี เขมรเตรียมชง 'โขน' ต่อยูเนสโก เล็งเสนอปีหน้า

ไทย ร่วมยินดี เขมรเตรียมชง 'โขน' ต่อยูเนสโก เล็งเสนอปีหน้า

  • Share:

"โขน" ระอุ เขมรร่อนหนังสือชี้แจง พร้อมชงเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ต่อยูเนสโก ยึดตามหลัก กม. เข้าภาคีอนุสัญญาแล้ว มิใช่ทำขึ้นไปตามการประกาศ ขณะ รมว.วธ. เผยไทยร่วมยินดี เล็งเสนอปีหน้า ชี้ ไม่มีลิขสิทธิ์...

จากการเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกโซเชียล กรณีประเทศไทยเตรียมเสนอการแสดงโขนเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก จนมีการเผยแพร่ภาพ และข้อความที่เกี่ยวโยงกับการแสดงโขนของประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ว่า ต้นฉบับของจริงเป็นของประเทศใดกันแน่ และก่อให้เกิดความขัดแย้งบนโลกโซเชียลนั้น

เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปะ ของประเทศกัมพูชา ได้ออกหนังสือชี้แจงกรณีดังกล่าวเป็นภาษากัมพูชา โดยมีการแปลเป็นภาษาไทย มีเนื้อหาระบุว่า ในนามเป็นรัฐสมาชิกขององค์การยูเนสโก กัมพูชา ได้ให้สัตยาบันเป็นรัฐภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการปกป้องมรดกวัฒนธรรมอรูป ซึ่งได้อนุญาตให้กัมพูชาได้ลงทะเบียน นาฏศิลป์เขมร หรือ ระบำพระราชทรัพย์เขมร ในบัญชีมรดกวัฒนธรรมอรูปของมนุษยชาติ เมื่อปี 2546 ต่อมา ได้จัดบัญชีรายชื่อมรดกวัฒนธรรมอรูปที่มีความสำคัญ เช่น หนังใหญ่ โขนกระจับปี่ยาว การทอผ้าไหม ฯลฯ เตรียมยื่นแก่องค์การยูเนสโก ปรากฏว่า หนังใหญ่ได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลกวัฒนธรรมอรูป เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2548 และการชักเย่อ เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 2558 และเมื่อเดือน มี.ค. 2558 กระทรวงฯ ได้จัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องกระจับปี่ยาวไปยังองค์การยูเนสโกเป็นที่เรียบร้อย และกำลังศึกษาจัดเอกสารที่เกี่ยวข้องกับ เพลงอารักษ์ และ โขน เพื่อเสนอขอลงทะเบียนเป็นมรดกโลกวัฒนธรรมอรูปในปีข้างหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ขอเรียนสาธารณชนทราบว่า สำหรับกิจการลงทะเบียนมรดกโลก หรือมรดกโลกวัฒนธรรมอรูปของมนุษยชาติ คือต้องปฏิบัติไปตามหลักกฎหมาย และนิติวิธีสำคัญที่องค์การยูเนสโกกำหนดให้สำหรับทุกชนชาติและทุกประเทศทั่วโลก มิใช่ทำขึ้นไปตามการประกาศ การคิดเห็น หรือตามอารมณ์ของผู้ใดผู้หนึ่งหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง ขอเรียนว่า คณะทำงานที่เชี่ยวชาญของกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปะ ได้กำลังพยายามดำเนินการทุกวิธีตามที่ทำได้ โดยมีความประสงค์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ร่วมของประเทศชาติ

ด้าน นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ในส่วนของประเทศไทย ขอชี้แจงว่า ขณะนี้ยังไม่ได้เข้าร่วมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการสงวนรักษามรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ขององค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ซึ่งอยู่ระหว่างที่กระทรวงการต่างประเทศ ขอเข้าภาคีอนุสัญญา และการที่ ประเทศกัมพูชา ได้เสนอ การแสดงโขน เข้าสู่รายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาตินั้น เป็นเรื่องที่ควรยินดี เพราะกัมพูชาได้เข้าสู่ภาคีอนุสัญญาแล้ว และตามหลักเกณฑ์ประเทศสมาชิกที่เข้าสู่อนุสัญญา สามารถเสนอรายชื่อมรดกทางวัฒนธรรมได้ ซึ่งไม่ได้มีข้อจำกัดเพียงประเทศใดประเทศหนึ่งเท่านั้นที่สามารถเสนอได้ เมื่อประกาศผลแล้ว จะเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจให้กับประเทศนั้นๆ ไม่ได้เป็นการจดลิขสิทธิ์ หรือแสดงความเป็นเจ้าของ แต่เป็นการประกาศความโดดเด่นที่แสดงการยอมรับให้กับคนทั่วโลก และสามารถสร้างและรวบรวมองค์ความรู้ในเรื่องต่างๆ เพื่อให้เกิดการสืบทอดสู่คนรุ่นหลัง

นายวีระ ยังกล่าวอีกว่า แม้ว่าประเทศกัมพูชาจะเสนอโขน ซึ่งอาจมีความคล้ายคลึงกับไทย แต่ก็จะเป็นในแบบฉบับของเขา ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย คาดว่าจะนำเสนอการแสดงโขนขึ้นทะเบียนในปีหน้า ทั้งนี้ จากการสอบถามไปยัง เจ้าหน้าที่ยูเนสโกประจำประเทศไทยได้รับข้อมูลว่า ที่ผ่านมามีหลายประเทศที่นำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมรูปแบบเหมือนกันแต่คนละช่วงเวลา อาทิ กิมจิ ที่ขึ้นทะเบียนทั้งประเทศเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ หรือ มรดกทางวัฒนธรรมที่ขึ้นทะเบียนร่วมกัน 2 ประเทศ อาทิ ท่าเต้นลีลาศจังหวะแทงโก ที่ประเทศอาร์เจนตินากับอุรุกวัย ซึ่งการขึ้นทะเบียนทั้งสองลักษณะนั้น ก็มีความมุ่งหมายที่จะสงวนรักษามรดกทางวัฒนธรรมให้เกิดการอนุรักษ์ และได้รับการสืบทอดต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้