วันศุกร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ซํ้ารอยเดิมขึงพืดรัฐธรรมนูญ

โดย สายล่อฟ้า

ยังสับสนปนเปกับกระแสข่าวในเรื่องการทำประชามติที่ออกมา 2 ลักษณะ ด้านหนึ่งมองว่าฝ่ายที่ต้องการให้ล้มเลิกไปนั้นคือฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามกับ คสช. อีกด้านหนึ่งมองว่า คสช.เองนั่นแหละที่ต้องการอย่างนั้น

ในประเด็นหลังมีการมองกันว่ามีการสำรวจความเห็นของประชาชน แล้วพบว่าหากให้มีทำประชามติแล้วจะพ่ายแพ้ราบคาบ

เพราะไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ก่อนที่จะไปว่ากันถึงเรื่องนี้ ต้องย้อนกลับพูดถึงรัฐธรรมนูญฉบับบวรศักดิ์ที่ต้องตกไป เพราะถูกควํ่าจากสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เหตุผลที่แจ้งประจักษ์คือการที่สมาชิก สปช.ฝ่ายทหารมีการเคลื่อนไหวไม่ให้รับ

ที่ไม่ให้รับก็เพราะไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับนั้น เนื่องจากไม่ตอบโจทย์ที่ คสช.ส่วนหนึ่งต้องการ

มีการพูดกันว่า กมธ.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนั้นหัวดื้อไม่ยอมทำตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้แล้วและก็โยนไปถึงเนื้อหาที่มีการจัดตั้ง คปป.ซึ่งมีอำนาจเหนือรัฐบาลซึ่งเป็น “จุดอ่อน” ที่สุด

แต่ กมธ. ก็ให้เหตุผลว่าที่กำหนดอย่างนั้นก็เป็นการตอบโจทย์ คสช.อยู่แล้ว เพื่อทำให้มีองค์กรที่จะตัดสินชี้ขาด หากเกิดปัญหาขัดแย้งหลังการเลือกตั้ง

เมื่อรัฐธรรมนูญถูกควํ่าไปจึงได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย คือ คสช.เองและฝ่ายที่อยู่ตรงข้าม คสช. แต่ กรธ.ชุดนั้นก็ “เสียหมา” ไปตามระเบียบ

รัฐธรรมนูญฉบับมีชัยก็ไม่ต่างกัน หลังจากมีการร่างเสร็จสรรพเรียบร้อยเข้าสู่ขั้นตอนการให้องค์กรต่างๆเสนอความเห็นเพื่อนำไปปรับปรุงเพิ่มเติม ปรากฏว่า คสช.ได้ยื่นข้อเสนอเป็นลายลักษณ์อักษรลงนามโดย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะเลขาธิการ คสช.

ข้อเสนอมี 5-6 ข้อ แต่ กรธ.รับพิจารณาเพียงข้อเดียวคือ ให้มีการแต่งตั้ง ส.ว. 250 คน ที่ คสช.เป็นผู้แต่งตั้ง

ที่เหลือตัดทิ้งไปหมด

จนกระทั่งมีการเสนอคำถามพ่วงในการทำประชามติ ทั้ง สปท. และ สนช. มีความเห็นตรงกันว่าควรจะถามประชาชนว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ที่จะให้ ส.ว.ร่วมโหวตลงมติในการเลือกนายกฯ ซึ่งคำถามพ่วงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งจากข้อเสนอของ คสช.

ทำไปทำมาข้อเสนอ 2 ข้อได้เข้าสู่กระบวนการโดยส่วนหนึ่งอยู่ในรัฐธรรมนูญ อีกส่วนหนึ่งต้องให้ประชาชนเห็นชอบ

2 ข้อเสนอนี้ต้องถือว่าเป็นความต้องการของ คสช.อย่างแยกไม่ออก

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้เกิดความรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญฉบับมีชัยกับฉบับบวรศักดิ์กำลังจะเดินไปสู่เส้นทางเดียวกัน

คือไม่ได้รับการยอมรับ

เมื่อเรื่อง “ประชามติ” โผล่ขึ้นมาอย่างนี้ คือความไม่แน่นอนว่าจะสามารถเดินไปสู่การทำประชามติได้หรือไม่ หรือว่าจะต้องเลื่อนให้ช้าออกไป

ทำให้ทุกสายตามองไปที่ คสช. ด้วยไม่ใช่แค่ฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น

ฝ่ายตรงข้าม คสช. แน่นอนว่าต้องทำให้มันยุ่งเข้าไว้ เพราะไม่ต้องการได้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่ต้องการเนื้อหาที่ปรารถนา การไม่ได้ทำประชามติหรือต้องเลื่อนออกไปก็เข้าทางพอดี

แต่สิ่งที่ปรากฏก็คือ ฝ่ายที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ต่างก็พูดตรงกันว่า แม้จะให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความก็ไม่มีปัญหา สามารถทำประชามติได้ตามกำหนดคือ 7 ส.ค.59

มีแต่เพียงฝ่าย คสช. ที่พูดทำนองว่ามีโอกาสที่จะต้องเลื่อนการทำประชามติออกไป หรืออาจจะไม่มีก็ได้ซึ่งไม่เกี่ยวกับรัฐบาลหรือ คสช.

หรือว่าจะซํ้ารอยเดิมอีกด้วยสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป.

“สายล่อฟ้า”

6 มิ.ย. 2559 11:35 6 มิ.ย. 2559 11:35 ไทยรัฐ